Tag Archives: global

Global ภาค9 Partial Tender Offer

มาตรฐาน

และแล้วสิ่งที่คาดไว้ ก็บังเกิด แต่เกิดเร็วกว่าที่คาด เพราะถ้ายืดเยื้อไปกว่านี้ เชื่อได้ว่า SCG คงต้องซื้อ Global
ในราคาที่แพงขึ้นกว่านี้แน่นอน เพราะ Global สามารถต่อรองได้ว่า สาขาที่จะเปิดใหม่ มีเพิ่มขึ้นนะเธอ
SCG ก็เลยต้องรีบปิดดีล (อันนี้ผมอ่านเกมเอาเองนะ ^^!)

พิ่มเติม หลังจากเขียนบทความไปปีกว่าๆ Global แจกปันผลเป็นหุ้นอีก 2 ครั้ง
5:1 และ 6:1  ถ้าคำนวณมูลค่าเทียบแบบปกติ ให้เอา x 6/5 x 7/6  = x 1.40 ครับ
15 มกราคม 2557

ไปดูเนื้อข่าว ที่ทั้งคู่ตกลงกันครับ


นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรม​การ​ผู้จัด​การ​ใหญ่ ​เอสซีจี ​เปิด​เผยว่า ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น ​ได้บรรลุข้อตกลง​การร่วมลงทุน​ในสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ ​ในสัดส่วนประมาณร้อยละ 30.01 ​ถึงร้อยละ 33.40 ของสิทธิออก​เสียง​ทั้งหมด ด้วย​การซื้อหุ้นสามัญ​เพิ่มทุน ​ซึ่งสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ จะออก​และ​เสนอขาย​ให้กับ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น ​แบบ​เฉพาะ​เจาะจง (Private Placement) จำนวน 224 ล้านหุ้น ​ในราคาหุ้นละ 14 บาท ​และ​การ​ทำคำ​เสนอซื้อหลักทรัพย์บางส่วน (Partial Tender Offer) ​ทั้งหุ้นสามัญ​และ​ใบสำคัญ​แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นจาก​ผู้ถือหลักทรัพย์ของ สยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ ​โดย​ทำคำ​เสนอซื้อหุ้นสามัญจำนวน​ไม่​เกิน 457,420,683 หุ้น ​และ​ไม่ต่ำกว่า 391,094,684 หุ้น ที่ราคา 14 บาทต่อหุ้น ​และคำ​เสนอซื้อ​ใบสำคัญ​แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นจำนวน​ไม่​เกิน 55,616,085 หน่วย ​และ​ไม่ต่ำกว่า 47,551,750 หน่วย ที่ราคา 9.30 บาทต่อ​ใบสำคัญ​แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หลังจากธุรกรรมข้างต้น​เสร็จสิ้น ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จะมีสัดส่วน​การถือหุ้น​โดยประมาณ​ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30.01 ​และ​ไม่​เกินร้อยละ 33.40 ของจำนวนหุ้นสามัญหลัง​การ​เพิ่มทุน​และหลัง​การ​ใช้สิทธิของ​ใบสำคัญ​แสดง สิทธิ​ทั้งหมด ​โดย​ได้มี​การลงนาม​ในสัญญาจองซื้อหุ้นสามัญ​เพิ่มทุนกับสยาม​โกลบอล​ เฮ้าส์​แล้ว ​เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2555 ด้วยมูลค่า​การลงทุน รวม​ถึง​การ​ใช้สิทธิซื้อหุ้นจาก​ใบสำคัญ​แสดงสิทธิประมาณ 10,000 ล้านบาท
นายขจร​เดช ​แสงสุพรรณ กรรม​การ​ผู้จัด​การ​ใหญ่ ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น กล่าวว่า ​การตัดสิน​ใจลงทุนครั้งนี้ ​เพื่อ​เข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกสินค้าวัสดุก่อสร้าง​ในรูป​แบบของร้านค้าคลัง สินค้า (Warehouse Store) ​ซึ่งมีอัตรา​การ​เติบ​โต​ในระดับที่สูงอย่างต่อ​เนื่องตามพฤติกรรม​ผู้บริ​ โภคที่​เปลี่ยน​แปลง​ไป ​โดยสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ ​เป็น​ผู้นำ​ในธุรกิจค้าปลีกสินค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตก​แต่ง อุปกรณ์งานก่อสร้าง ต่อ​เติม ตก​แต่งบ้าน อาคาร ​และสวน ​ในรูป​แบบของร้านค้าคลังสินค้า ที่รวมสินค้าหลากหลาย​แบบ​และครบวงจร ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น มุ่งหวังที่จะ​เป็น Strategic Partner ของสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์อย่างยั่งยืน ​เพื่อ​เสริมสร้าง​ความ​แข็ง​แกร่ง​และศักยภาพ​การขยายธุรกิจ​ทั้ง​ในประ​ เทศ​ไทย ​และประ​เทศอื่นๆ ​ในภูมิภาคอา​เซียนต่อ​ไป
​ทั้งนี้ ​การ​เข้าร่วมลงทุนดังกล่าวจะต้อง​ได้รับ​ความ​เห็นชอบจากที่ประชุม​ผู้ถือ หุ้นของสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ ​ในวันที่ 1 ตุลาคม 2555

ผมลองจิ้ม Excel คร่าวๆ หลังปูนมา PTO(Partial Tender Offer) เพราะมีประเด็นว่า เมื่อมีการเพิ่มทุน
ถึงแม้นจะเป็นแบบ PP ก็เถอะ แต่ก็ทำให้ Dilute ผู้ถือหุ้นเดิม

ก็ต้องชั่งว่า สิ่งที่ SCG จะมีมาให้นั้น คุ้มค่าหรือไม่ มาลองจินตนาการเล่นๆกัน

ถ้าตามแผนใหม่แบบเบาะๆ ดูืที่วงแดงๆไว้ นั่นคือสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลง
– ขยายสาขา จากเดิม 8=>10
– และ ต้นทุนการเงินลดแค่ 25% จากของเดิม
– จำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นมาใส่ส่วนของ SCG ก็จะ Cover ส่วน Dilute แล้วครับ

แต่ถ้าขยายสาขา > 10 หรือไปช่วยต้นทุนการเงินมากกว่า 25-30 % EPS ก็จะมากกว่าเดิมในปีหน้าไปเลย

– Topline น่่าจะโตขึ้นจากสินค้าตระูกูลปูนมาขาย Margin ก็น่าจะได้เพิ่มขึ้น
– พวกระบบ Logistic , Inventory คงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (ปูนกำลังทดลองระบบ Logistic ใหม่ด้วย ^^)
– สาขา Global นอกจากจะขายสินค้าให้ลูกค้าแล้ว น่าจะใช้เป็น Sub DC กระจายให้
ซีเมนส์ไทยโฮมมาร์ทด้วย ของก็น่าจะหมุนได้เร็วขึ้น

โดยรวมๆ เป็นเรื่องดีครับ แต่จะดีมาก หรือ ดีน้อย ดีเร็ว ดีช้า ก็ขึ้นกับแผนแบบละเอียดครับ
ซึ่งผมไม่ีู้รู้ครับ ก็เลยคาดการณ์มาให้ดู ให้ชั่งน้ำหนักกัน

แต่กรณีนี้เคยเกิดขึ้นกับ Q-Con (ผลิตอิฐมวลเบา) มาก่อนแล้ว โดนปูนเจ้านี้แหละทำ Tender Offer เมื่อต้น ก.พ. 53
เลยไปดูกำไรย้อนหลัง ว่าหลังโดน Tender Offer จะเป็นยังไง ก็ปรากฏว่า โอ้ กำไรก็โตขึ้นตลอดหลังจากโดน TO

Image

ราคาก็โตตามผลประกอบการณ์ เส้นในแนวตั้งก็คือ ช่วงที่โดน Tender Offer ครับ
ที่น่าสังเกตมากๆ ก็คือ PE 120 !!! ตอนที่ Tender Offer นะครับ
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผลประกอบการณ์ก็ดึง PE ลงมาระดับปกติได้

อันนี้แค่หยิบยกกรณีที่เคยผ่านไปแล้ว มาให้ดูนะครับ สำหรับ Global อาจจะเหมือนหรือต่างออกไปก็ได้

โปรดใช้วิจารญาณในการลงทุนให้มากๆ เพราะเงินทองกว่าจะหามาได้ยากลำบาก
ผมก็บันทึกสิ่งที่ผมคิด วิเคราะห์ได้ จากมุมมองของผม ณ ตอนนี้เอาไว้ อ่านย้อนหลัง

28 สิงหาคม 2555
@Shaen

Global ภาค8 New RoadMap

มาตรฐาน

หลังจากได้ข้อมูลการขยายสาขาจนถึงปี 2015(2558) ของ Global จากเพื่อนๆ ก็มีเสียงเชียร์ให้ทำการบ้านต่อ
+ ตัวเองอยากทำ version ที่เป็นข้อมูลล่าสุดเรื่อบๆด้วย ^^

Version นี้อิงโดยคำนวณ EBITDA แยกออกมา แล้วก็ตัดค่าเสื่อม + ต้นทุนทางการเงิน ออกไป
(ด้วยคำแนะนำจากคุณ nut776 ครับ)

GLOBALขยายสาขา

บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL ยังคงเป้าหมายเปิดสาขา 7 แห่งในปีนี้คือ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ พิษณุโลก ลำพูน มุกดาหาร และอีกหนึ่งแห่งในต่างจังหวัด แต่ในปีถัดๆไปมีการเปิดสาขาในอัตราเร่งด่วนมากขึ้น โดยปีหน้าจะเปิด 8 แห่ง มีที่ดินแล้ว 4-5 แห่งคือ ลำปาง และ 2 แห่งในภาคใต้ ส่วนปี 2557 และ 2558 คาดจะเปิดสาขา 10 และ 12 ตามลำดับ ส่งผลให้มีจำนวนสาขารวมเป็น 50 แห่งในปี 2558 เทียบกับปี 2554 ที่มีสาขา 13 แห่ง

ทั้ง นี้ การเปิดสาขา 37 แห่งในช่วงปี 2555-2558 คาดว่าใช้เม็ดเงินลงทุนรวมประมาณ 11,000 ล้านบาท ซึ่งผู้บริหารเชื่อว่าไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน เนื่องจากบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1,200-1,300 ล้านบาท/ปี เม็ดเงินที่คาดจะได้จากการแปลงสภาพ GLOBAL-W ราว 2,000 ล้านบาท และบริษัทยังสามารถกู้เงินได้อีก 6,000 ล้านบาท ปัจจุบันอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 0.6 เท่า

สำหรับ GLOBAL จะสร้างศูนย์กระจายสินค้า (DC) ที่พระนครศรีอยุธยา คาดว่าจะเสร็จในช่วงกลางปีหน้า และจะทำให้จำนวนวันสินค้าคงคลัง (Inventory day) ลดลงจากที่สูงถึง 150-170 วัน

อ้างอิง
http://www.dailyworldtoday.com/columblank.php?colum_id=70227

ดู Global Valution 2012-2015 ได้ที่
https://docs.google.com/spreadsheet/ccc?key=0Aqe8gVM5dTQqdHNMUkNuOEhoMDJiN0lfQVVtRmNlYmc#gid=19

Image
Image
ปล ผมเคยเขียน mail ไปคุยกับ นักวิเคราะห์ที่ลงบทวิเคราะห์ใน Settrade ทั้ง 2 เจ้า
สิ่งที่แตกต่างกันกับที่ผมทำคือ สมมติฐานต่างกัน กล่าวคือ ทั้ง2 ท่านจะใช้ สมมติฐาน ปีหน้า2556 ขยายแค่ 4 สาขา
และ ใช้จำนวนหุ้นรวม warrant ทั้งหมดภายในปี 2555 เป็นตัวหาร ทำให้ EPS ต่ำกว่าที่ผมคำนวณได้นะครับ ^^

ประมาณการที่เกิดขึ้น เกิดจาการใช้ข้อมูลจากที่ค้นได้ อาจคลาดเคลื่อนจากกำหนดวันเปิดสาขา
โปรดใช้วิจารณญาณนะครับ ^^

อันนี้แถมเป็นมุมมองจาก Marketcap ครับ
ผมเคยได้ฟังสัมภาษณ์จากผบห. บ.วัสดุก่อสร้างเจ้าใหญ่เจ้านึง เค้าให้มุมมองว่า

GDP ประเทศไทยประมาณ 334,000 ล้านเหรียญ = 10 ล้านล้านบาท
ตลาดวัสดุก่อสร้าง 1.5% => 1.5 แสนล้าน
และตลาดของประเทศที่อิ่มตัวแล้วจะอยู่ 4-5% ของ GDP =>  4-5 แสนล้าน
=> ตลาดโดยรวมยังโตได้อีกประมาณ 3 เท่า

หรือถ้า GDP ประเทศไทยยังโตขึ้นไปได้อีก ตลาดวัสดุก่อสร้างและตลาดอื่นๆที่อิงกับ GDP
ก็มีสิทธิ์โตตามขึ้นไปด้วย

@Shaen
เขียนครั้งแรก 27 มิ.ย. 55

Global ภาค7 NPMที่แอบแฝง

มาตรฐาน
พอดีตอบกระทู้จากเพืิ่อนสมาชิกใน ThaiVi แล้วคึกตอบยาว เลยยกมาเพิ่มเติม
แปะเป็นภาค 7 เลยแล้วกันครับภาคนี้จะเผยความลับที่ซ่อนอยู่้ครับ

เืพื่อนสมาชิก wrote:

global npm ต่ำลงเรื่อยๆนะครับ ส่วน hmpro ดีขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ hmpro น่าจะดีกว่า ?

ผมตอบ :
ณ ตอนนี้ อัตราส่วนทางการเงินของ HMPRO ดีกว่า GLOBAL แทบทุกตัว แน่นอนครับ
เพราะ ตอนนี้ รูปของของการขยายสาขาที่แตกต่างกัน แต่มันมีอะไรซ่้อนอยู่ครับ !

HMPRO
– จับตลาด กลา่ง-บน เน้น Home User เป็นหลัก สินค้าพวกนี้กำไรเยอะกว่าพวกสินค้าโครงสร้างครับ
เน้นพื้นที่ Premium และมีการขยายสาขาสัดส่วนเช่าในห้างเยอะ ไม่ได้ใช้เงินลงทุนมากเท่าตั้ง Stand Alone ครับ
และมีสาขามากพอที่จะทำให้กระแสเงินสด เพียงพอต่อการขยายสาขา

GLOBAL เน้นตลาด กลาง-ล่าง + ผู้รับเหมา สินค้าโครงสร้่าง Margin น้อยกว่า
แต่ได้เรื่องปริมาณมาแืทน ฉะนั้นการขยายสาขามากขึ้น จะได้ประโยชน์จาก Economy of Scale ครับ
ต่อรอง Supplier ได้เยอะขึ้น OverHead ต่อสาขาก็จะลดลง

การขยายสาขา เน้นการลงทุนบนพื้นที่ของตัวเองใน ต่างจังหวัด
ฉะนั้นการที่เจ้าของที่จะให้เช่า มันก็ได้เงินไม่เป็นก้อน เจ้าขายที่เลยเรียกราคาค่อนข้างสูง
ผบห ชั่งน้ำหนัก ทั้งแบบ ซื้อ/เช่า แล้ว ถ้าเป็นพื้่นที่ต่างจังหวัด ซื้อคุ้มกว่าในระยะยาว
และมูลค่าของที่ดินบริเวณนั้นก็จะเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาด้วย

ณ ตอนนี้ จำนวนสาขาของ Global ยังไม่มากพอที่จะสร้างกระแสเงินสดโดยไม่พึ่งพิงการกู้ครับ
จึงมีบางส่วนต้องกู้จากธนาคาร แต่กำไรที่ได้ก็มากพอที่จะขยายตัวไปเรื่อยๆครับ
แต่เมื่อมีจำนวนสาขามากพอ มีกำไร > ขยายสาขา
ณ ตอนนั้นก็มีสิทธิ์เลือกที่จะจะลดต้น ลดดอกได้แล้ว ณ ตอนนั้น เมื่อต้นทุนทางการเงินลดไป
NPM ก็พุ่งเอาง่ายๆครับ

——————————————————————————
Image
ไตรมาสล่าสุด Q1/55 ของ HMPRO 46 สาขา
รายได้จากการขายและหรือการให้บริการ 8,657.57
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ 832.11
ต้นทุนทางการเงิน 29.19 => 3.5%
ภาษีเงินได้ 192.58
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 610.33
NPM = 610.33/8,657.57 = 7%

—————————————————————–
Image

ของ GLOBAL 14 สาขา ณ ไตรมาสล่าสุด Q1/55
รายได้จากการขายและหรือการให้บริการ 2,506.12
ค่าเสื่อม 62.31 ล้าน
กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ 224.20
ต้นทุนทางการเงิน 38.24 => 17%
ภาษีเงินได้ 47.67
เหลือกำไรสุทธิ 138.28
NPM = 5.5%

ถ้าต้นทุนการเงินลดลงจาก Warrant หรือมี กองทุนสนใจลงทุน(จาก AGM มีคนขอพบ ผบห เยอะมากๆครับ )
เอาแึ้ึค่เหลือ 7 % ให้ยังต้นทุนมากกว่าเป็น 2 เท่าของ HMPROเลย

ต้นทุนทางการเงิน(ใหม่) 7%= 15.7 ล้าน
กำไรสุทธิจะ = 224.20-15.7-47.67 = 160.83
NPM ใหม่= 6.41% => +16.5%

หรือแค่ลอง บวกกลับค่าเสื่อม ไป 62.31 ล้าน โดยใ้ช้ต้นทุนการเงินเดิมนี่แหละ

กำไร (ขาดทุน) ก่อนต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ 224.20+62.31 = 286.51 ล้าน
ต้นทุนทางการเงิน 38.24 (ใช้ของเดิม)
ภาษีเงินได้ 47.67=> 66 ล้าน
เหลือกำไรสุทธิ 286.51-38.28-66 = 182.23 ล้าน  (เดิม 138 ล้าน +31.8% ที่ซ่้อนอยู่)
NPM = 7.27 % !! > HMPRO ซะอีก
(แก้ไขจาก ThaiVi นะครับ เพราะ EBITDA เพิ่ม ภาษีต้องเพิ่มตามด้วย)

การคิดค่าเสื่อมทำให้ประหยัดภาษีไปได้ประมาณ 18 ล้าน!

แล้วถ้าเอา 2 ปัจจัยมาบวกกันล่ะครับ หึ หึ มันจะกระฉูดขนาดไหน

นี่แหละครับ ที่ผมพยายามจะบอก

จะเห็นว่า มีการปรับมูลค่าสินทรัพย์ทุก 3 ปี แต่ละครั้งก็ขึ้นโขเลยครับ แต่ข้อเสียคือ
ในตอนเริ่มใช้เงินลงทุนเริ่มต้นค่อนข้างมาก + ค่าเสื่อมทางบัญชีจะดูเยอะ เมื่อเปิดสาขาใหม่

ค่าเสื่อมนี่ บริษัทไม่ได้จ่ายเงินออกไปนะครับ แถมยังทำให้จ่ายภาษีน้อยลงด้วย 🙂
ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้มีเงินลงทุนในบริษัทเพิ่มได้อีกครับ

เมื่อปีท้ายๆหรือครบกำหนดตัดสินทรัพย์ทางบัญชี หรือตัดน้อยลง ตัวสินทรัพย์ประเภทร้านกึ่งโกดังจะยังใช้งานอยู่
อาจะมีแค่ค่าดูแลรักษา ตอนนั้น NPM จะพุ่งเลยครับ

คล้่ายๆกับกรณีธุรกิจการเดินสาย เดินท่อ วางรากฐานในครั้งแรกๆ จะโดนค่าเสื่อมในช่วงแรกเยอะ
แต่เมื่อตัดค่าเสื่อมหมด แต่ท่อหรือโครงข่าย ยังใช้ได้อยู่ ที่เหลือก็กำไรล้วนๆครับ

แต่ถ้าเป็นเครื่องจักรในอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนเทคโนโลยี ถ้าตัดค่าเสื่อมครบ
อาจบรรจบกับหมด cycle ของ product line นั้นแล้ว ถ้าจะลงทุนต่อ ก็ต้องสั่งเครื่องจักรใหม่หมด
อันนี้มีผลแน่คับ

การดูหรือเปรียบเทียบ NPM ถ้าพิจารณาองค์ประกอบเสริมของแต่ละธุรกิจด้วย จะท่ำให้เห็นภาพชัดขึ้นครับ

และภาคนี้จะเป็นเครื่องยืนยันชี้ชัดว่า ทำไม Global จึงเป็นคู่้แข่งที่หลายๆคนเริ่มจับตาไม่กระพริบ
ถึงขั้นมีการสืบเสาะกันจากคู่แข่งว่า จะไปเปิดที่สาขาไหนอีก
และตอบคำถามที่ว่า ทำไมถึงกล้าขยายสาขา
มากซะขนาดนี้ แล้วทำไมธนาคารให้ปล่อยกู้ได้อีก

เพราะความจริงแล้ว อัตรากำไรสุทธิที่ซ่้อนอยู่เยอะกว่า HMPRO ซะอีัก !

@Shaen
26 พ.ค.55

Global ภาค6 บันทึก AGM 2555

มาตรฐาน

ออกตัว : ตอนนี้เป็นบันทึก AGM ฟังไปจดไป อาจดูไม่ค่อยสละสวย แต่เน้นประเด็นแทนแล้วกันนะครับ

http://sharecapture.com/image/77f72882bbaa47dfb04ed88609a4e925

เปิดตัวด้วยคุณชุติกาญจน์ สรุปตัวเลขสำคัญๆในรอบปีที่ผ่านมา
GPM 16% , EBITDA 12.6%, NPM ราว 6%
SG&A ลดลง ดีขึ้น จาก 8.6 8.3% 54 55 =>; แสดงถึงการบริหารเริ่มดีขึ้น

ที่เหลือก็จะเป็นถาม/ตอบ ตามวาระ โดยมีท่านประธานอภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร กับ
คุณนายวิทูร สุริยวนากุล ประธานคณะกรรมการบริหาร ผลัดกันตอบนะครับ

54 เปิดได้ 2 สาขา เพราะ ปัญหาเรื่องน้ำท่วม และการขนส่ง
มีการ renovate + เพิ่มสินค้าใหม่ๆ import ตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง=>;เพิ่ม GPM
ได้อีกหลอดไฟเปลี่ยนเป็น LED ทั้งหมด =>; ประหยัดไฟ สีใกล้เคียงธรรมชาติ

54 ตีราคาสินทรัพย์ใหม่ ทำให้ค่าเสื่อมราคาสูงขึ้น ตั้งประมาณการเกษียณให้พนักงาน

“ตลาดวัสดุก่อสร้างมูลค่า 3 แสนล้านบาท/ปี
Global 8 พันล้าน ยังมี Room โตได้อีกเยอะ!!!”

สาขาที่เปิดใหม่ เป็นไปตามเป้าทุกแห่ง !! เป็นความมั่นใจของผบห.
ปีที่แล้ว แผน 4 ปี55 เปิด 5ทำให้โยก 2 สาขา มาปี 55 กลายเป็น 7
4 เดือนเปิดไป 2 กำลังจะเปิด 2 รวมเป็น 4 อีก 3 เตรียมการไว้หมดแล้ว
ถ้าปีนี้ 7 ยังทำได้ แล้วปีหน้าจะน้อยกว่า 7 ได้ยังไง !!!
(สงสัย ผมต้องทำประมาณการใหม่อีก แต่เต็มใจครับ)

มีที่ดินที่เมืองทองธานี 140 ไร่ ซื้อมา ตารางวาละ 8000 รวม 400 กว่าล้าน ตั้งปี 52
ซึ่งถือว่าต้นทุนไม่แพง แต่มีศักยภาพมากกว่าที่จะทำแค่ร้านวัสดุ (แสดงว่าอาจมีแผนอื่น)

คนต่างจังหวัด จะสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง ฉะนั้น Global จะตอบโจทย์คนสร้าง/ซ่อม/ตกแต่ง บ้าน
ซึ่งมันสอดคล้องกับรายได้ของคนต่างจังหวัดที่มากขึ้น จาก ภาคเกษตร เช่น ยางพารา พืชผัก
ฉะนั้นจึงเร่งขยายสาขาที่ตจว ก่อน

ท่านประธานว่า ไทยมี 77 จังหวัด เราจะทำได้มากกว่า 100 สาขา !!!!

มีคนถามว่า : มีคนต่างชาติมาซื้อบ้างมั้ย แล้วจะขยายไปเพื่อนบ้านมั้ย

เราเปิดที่ชายแดนแล้ว 2 สาขา ที่ หนองคาย นครพนม และ มีป้าย 3 ภาษา ไทย ลาว อังกฤษ
คนลาวก็ข้ามมาซื้อ จาก อุดร อยู่ก่อนแล้ว เพราะมีการเก็บข้อมูล
แล้วพอเปิดที่หนองคาย กับ นครพนม ก็คนลาวจาก ท่าแขก แขวงคำม่วน ข้ามมาซื้ออีก

มุกดาหาร ในปี55 กำลังจะก่อสร้างในไม่ช้า เปิดในปีนี้แน่นอน
สุรินทร์ ก็เปิดปีนี้ ขึ้นเสาได้เยอะแล้ว เปิดไตรมาส 3

ความเสี่ยงในด้านบุคลากร เนื่องจากเราจะโตแบบก้าวกระโดด ทำให้ต้องเร่งสร้างบุคลกรให้ทัน
และปัญหาเรื่องถูกแย่งชิง จึงต้องทำให้บุคลการอยู่กับเรา โตไปกับเราแบบมีความสุข

เรื่องเงินทุนก็มีเงินทุนเพียงพอในการขยาย (อันนี้มีวงใน Confirm ครับ ฮา)

มีคนถามว่า : ผู้ถือหุ้นถามว่า ถ้าผถห ซื่อของมีสิทธิ์พิเศษอะไรมั้ย (มีเสียงฮาเป็น background)
ท่านประธานตอบ : งั้นลองจด code แล้วติดต่อมา ถ้าซื้อเยอะๆ จะลดให้
ผู้ถาม : แล้วจะส่งฟรีมั้ย (ฮา)
ท่านประธาน : ปกติเราคิดค่าส่ง กม ละ 7 บาท 30 กม. ก็ 210 ยังถูกกว่า Taxi อีก
ยังไงช่วยกันอุดหนุนเรา ให้เราทำงานง่ายๆ จะได้มีเอากำไรมาตอบแทยผถห จะดีกว่า

มีคนเสนอให้ ทำใบแนบแทนว่า ต้องการรายงาประจำปีเป็นรูปเล่ม หรือเปล่า
เพราะจะทำให้ประหยัดงบไปได้อีก ท่านประธานอารมณ์ดี รับว่าว่าจะทำอย่างที่เสนอมา

สาเหตุที่ยังต้องพิมพ์ภาษาอังกฤษ 16 หน้า เพราะมีนลท ต่างชาติ กับ สถาบัน
มาขอพบบ่อยมากๆ ปีนึง 40-50 ครั้ง

มีคนถามผลกระทบจากน้ำท่วม นครสวรรค์น้ำท่วม แต่สาขาเราตั้งอยู่สูง เลยไม่ท่วม
แต่ยอดขายจะ drop ช่วงน้ำท่วม แต่พอน้ำลด ยอดขายกลับมาสูงมาก และรักษาระดับได้อยู่

รายได้อื่นๆ มาจาก rebate ที่ volume สั่งซื้อเยอะขึ้น
ประเมิณสินทรัยย์ครั้งหน้า 1 มค 57 มูลค่าเพิ่มขึ้น ค่าเสื่อมก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นทางบัญชี แต่สาขายังใช้งานได้ดีอยู่

วันนึงเมื่อเราเป็นเจ้าตลาดแล้ว เราสามารถกำหนดราคาได้ แต่ตอนนี้ เราพยายามไม่ให้
ตัวเลข GPM NPM ดูดีเกินไป เพราะจะมีเจ้าอื่นลงมาเล่นมากขึ้น

ระบบระบายอากาศตอนนี้ใช้ระบบ Evapolation เปิด แต่ถ้าต่อไปจะให้ติดแอร์ก็ทำได้

ตอนนี้ Bank ปล่อยกู้ง่ายขึ้น ทำให้คนอยากซ่อม สร้าง บ้าน มากขึ้น
ข้างบ้านซ่อมบ้าน ทาสีบ้านใหม่ บ้านเราก็ดูเก่าทันตา เราก็อยากทำบ้าง
พอเราทำ บ้านข้างๆ เพื่อนบ้าน ญาติมาเยี่ยม ก็อยากทำบ้าง เป็นลูกโซ่กันไป (อันนี้ผมเสริมเอง)
ก็เป็นโอกาสของ Global

ปริมาณสินค้านำเข้า 12-15% และตั้งเป้าจะโตในส่วนนี้ให้มากขึ้น ตามกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น
Margin มีตั้งแต่ 25-30%, 50-60% !!

พัฒนาการในการบริหารหลังร้าน แต่ก่อน setup store 45 วัน รวม OT ด้วย
แต่ตอนนี้ ใช้เวลา Setup ร้านแค่ 15 วัน ไม่มี OT เลย !!! ทำให้เปิดร้านได้เร็วขึ้นเดือนนึงเต็มๆ

สิ่งที่คอยบอกพนักงานคือ 1.กล่าวทักทาย สวัสดี 2.อย่าเดินตามลูกค้า
เพราะลูกค้าเข้่าใจสินค้ามากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก พนักงานเป็นแค่ผู้ช่วย ลูกค้าก็ไม่รำคาญด้วย

นักลงทุน : ทำไมไม่ลองใช้วิธีเช่า

ผบห : ที่ผ่านมาก็คิดเทียบกันตลอด ถ้าซือดีกว่า ก็ซื้อ แต่เช่าดีกว่า ก็เช่า มีการเปรียบ IRR
ที่ดินตจว ผืนใหญ่ ราคาไม่แพง ถ้าเช่า เจ้าของก็อยากเรียกราคาสูงๆ ถึงจะเป็นเงินก้อน
ตอนนี้สาขาในตจว การซื้อจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า อย่างกรุงเทพ ที่ดินแพงมาก หลักร้อย-พันล้าน แบบนี้เช่าคุ้มกว่าแน่

แล้วก็เป็นการสรุปวาระต่างๆ ก็ผ่านไปได้ด้วยดี จบการประชุมสามัญปีนี้ครับ

ใครมีเวลาลองดู VDO ได้ ท่านประธานอภิสิทธิ์ ตอบคำถามได้ใจผมมากครับ





หรือที่ของบริษัทเองเลยครับ
http://www.globalhouse.co.th/investor_vdoMeeting.php

ส่วนตอนนี้ มีความกังวลกับตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกรีซค่อนข้างมาก

-ความกังวลวิกฤตกรีซถ้าเกิดขึ้นจริง คำถามที่เราควรตั้งคือ ถ้าเกิดแล้วมันจะกระทบกับกิจการที่เราลงทุนหรือเปล่า
-กำลังซื้อจากลูกค้าของเราเพิ่มขึ้น หรือลดลง จากมาตรการของรัฐ ค่าแรง เงินเดือนข้าราชกร ราคาพืชผัก
-วัฒนธรรมการสร้างบ้านบนที่ของตัวเองในต่างจังหวัด ยังคงเป็นโอกาสของ Global อยู่ไม่น้อย
– ช่วงนี้จะมีการขยายสาขาอย่างก้าวกระโดด ในช่วงเริ่มต้น ที่สาขายังเพิ่งเปิด รายได้ยังไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
แต่ต้องรับรู้ค่าเสื่อม ทางบัญชีไปก่อน แต่ในไตรมาสต่อๆไป สาขาที่เพิ่งเปิดจะแสดงให้เห็นศักยภาพมากขึ้นเรื่อยๆครับ
– ธุรกิจค้าปลีกอย่าง Global อาจคงมีรายได้อาจจะไม่หวือหวาเท่ากับธุรกิจอื่น แต่ก็มั่นใจได้ว่า จะเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงทุกไตรมาส

อยากให้ดู ได้ฟังจริงๆ แล้วจะเข้าใจแผนที่จะโตของ Global และจะได้ มั่นใจมากขึ้นครับ 😀

ส่วนอันนี้ เป็น Excel ที่ผมใช้ประมาณการมาโดยตลอดครับ มีการปรับเปลี่ยนจากการ
คิดการเติบโตของ SSGS รายไตรมาส แทนการคิดแบบทั้งปี จะได้เห็นตัวเลขที่ใกล้เคียมากขึ้น

http://sharecapture.com/image/796a9108cd044dd4a6851b2e7a2db6ac

http://sharecapture.com/image/c4ce6fbf0738454cbc5d6f89f3f4ebd6

Download Excel Global Valuation

เขียนครั้งแรก 10 พ.ค.55
เพิ่มเติม VDO, Excel 15 พ.ค. 55
@Shaen

Global The Next Star ภาค5

มาตรฐาน

หลังงบปี 2011 ออกแล้ว ปรากฏว่า กำไรมากกว่าที่คาดไว้จริงๆ เพราะสาขาสุดท้ายที่เปิด คือที่โคราช ซึ่งเป็นสาขาใหญ่
บนหัวเมืองใหญ่ ยอดขายจากสาขานี้ แทบจะเท่ากับเปิด 2 สาขาเลยทีเดียว
และในปีหน้าจะสามารถทำยอดขายและกำไรได้เต็มปี จะเป็นสาขาชูโรงและทำให้มีโอกาสทะลุเป้าอีกปี

เลยขอปรับประมาณการใหม่ หลังงบ Q4 ปี54 ออก

วิธีการคำนวณแบบบ้านๆของผม

ไตรมาสที่ 4 ปี2011
รายได้รวมQ4 ประมาณ =  8,391.22 -6,105.45 = 2,285.77 ลบ ( งบปี54- 9เดือน54)
มีกำไรสุทธิ = 490.60 -344.37= 146.23 ลบ. (กำไรทั้งปี54-กำไร9เดือน54)
คิดเป็น NPM ของ Q4 = 146.23/2285.77 = 6.40 %

จะเห็นว่า NPMทั้งปีอยู่ที่ 5.85% เพราะมีการลงทุนก่อสร้างและมีการสต๊อคสินค้าสำหรับสาขาใหม่
แต่ Q4 Global มี NPM ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด = 6.40/5.85 = +9.40%

อาจจะเป็นเพราะสาขาเปิดใหม่ที่โคราช เป็นสาขาใหญ่ และมีสัดส่วนของสินค้า HouseBrand เพิ่มขึ้น

*ไตรมาสที่4 มี BOM (Branch-Opened x Month) = 13×3 = 39 BOM
*รายได้ต่อ BOM =2285.77/39= 58.61 ล้าน
*กำไรสุทธิต่อ BOM = 146.23/39 = 3.75/ BOM

จะเ้ห็นว่ายอดขายกับกำไรที่ทำนี่ อ้างอิงบน ยอดขายต่อสาขาที่ 1.95 ล้าน/สาขา/วัน (BOD) เท่านั้น
นะครับ (ผมไปคำนวณใหม่ ปรับยอดขายลดลง แต่ NPM เพิ่มขึ้นจาก Q4ที่ผ่านมา)

http://sharecapture.com/image/bb01848f2cc6457ba9ad8c072fa90a81

(กดที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่)

แต่คุณ ieee ถามพนักงานล่าสุดมาว่า ยอดขายไปที่ 3-4 ล้าน/วัน ถึงจะเป็นช่วง Grand Openning
หรือ ช่วงสิ้นปี ลดล้าง Stock แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีครับ

ส่วนเรื่องค่าแรงจะมีผล ในไตรมาส 2 เป็นต้นไป ลองถามผบหใน AGM ดูครับ ว่ามีผลขนาดไหน
เท่าที่ผมทราบ ถ้าเป็นพนักขาย จะแบ่งเป็นเงินเดือน+ค่าคอม ซึ่งที่ผมได้พูดคุยกับเค้า
เค้าว่า ค่าคอม>เงินเดือนอยู่แล้ว

ค่าแรงเพิ่มขึ้นจริง แต่กำลังซื้อของลูกค้าก็มีมากตามไปด้วย
ถ้าได้ข้อมูลตรงนี้ชัดขึ้น เราก็เอามาปรับกับประมาณการณ์กันใหม่ครับ

ผมว่าสาเหตุนึงที่ราคาช่วงนี้ร่วงเอาๆ เป็นเพราะช่วงที่ผ่านมา NVDR ถ้าเข้าใจว่าเป็นกองทุนฝรั่ง
เข้ามาเก็บจำนวนมาก ราคาเลยพุ่งไปเร็วมากๆก่อนที่XD (ตอนนั้นผมเริ่มทักแล้วว่า ราคามันพุ่งเร็วไป)
พอช่วงนี้ เค้ากังวลเรื่องสเปน จีน กัน ก็ลด Port ลงชั่งคราว ก็เป็นธรรมดาที่ราคาจะร่วงลงมาครับ

ราคาแกว่งได้ทุกวันตามอารมณ์ตลาดอยู่แล้ว แต่ถ้ายอดขาย กำไร ยังเป็นไปตามคาด
ก็ไม่น่าเป็นห่วงครับ

ผิดถูกอย่างไร ชี้แนะ ทักท้วง ได้เลย ผมคิดแบบบ้านๆ ตามที่ผมเข้าใจอะครับ

อันนี้เขียนก่อน งบไตรมาส1 ปี55 จะออกนะครับ ถ้าย้อนกลับไปดูภาคก่อนๆจะเห็นว่า จากรายปีผมทำเป็นรายไตรมาสแล้ว
เพราะจะทำให้ตรวจสอบกันได้ทุก 3 เดือนเลย ว่าสมมติฐานสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือเปล่า

@Shaen
เขียนครั้งแร 17 เมษายน 2555
เพิ่มเติม ตารางใหม่- 18 มิถุนายน 255

ปล เขียนตอบในกระทู้ ThaiVi เลยเอาเป็น ภาค 5 เลยแล้วกันคับ
หมายเหตุ : การคำนวณที่ปรากฏ เป็นการประมาณการส่วนตัวของผู้เขียนเอง จากข้อมูลและสมมติฐานที่ค้นหาได้

ย้่อนอ่าน

Global The Next Star ภาค4

มาตรฐาน

พอดีว่าคุณ Hong เค้าจะจัดงานสัมมนา workshop financial projection อีก โดยมีข้อแม้ว่า
ต้องส่งประมาณการ EPS ล่วงหน้า ไหนๆผมเจาะ Global มาอยู่แล้ว ลองประเมิณดู
ก็ขอแปะแชร์เลยแล้วกันครับ

โดยในกลางปี 2556 จะมี warrant อีก 240 ล้านหุ้น ผมก็ตีว่า แปลงหมดให้ไดลูทสูงสุดเลยนะครับ
จาก 1440 + 240 => 1,680 ล้านหุ้น

ปี 2014 หรือ 2556 บริิษัทมีทางเลือกแล้วว่าจะ ขยายกี่สาขา หรือจะปันผล เพราะมีกระแสเงินสดมากพอ
ตอนนั้นอาจจะพิจาจารณสถานการณ์ตลาดอีกที ผมเลยทำเป็นทางเลือก 4 กับ 6 สาขานะครับ

—————————————–เพิ่มเติม 13 มีนาคม 2012 ————————————————
หลังมีการแจกปันผลเป็นหุ้น จะทำให้ dilute EPSแค่ไหน ลองมาคำนวณดูกัน
แจก 5:1 เพิ่มอีก ตีกลมๆ 290 ล้านหุ้น ของเดิม 1449 ล้านหุ้น

*ครั้งที่ 1. 18 พศจิการยน 2554 => มีคนแปลง 66 คน 9,926,868 หน่วย คงเหลือ 230,073,115

รวมเฉพาะหุ้นแม่ = 1449+290 = 1739 ล้านหุ้น

Global-W เหลือ 230 ล้านหุ้น
ESOP 47,303,032 ตีกลมๆ 48 ล้านหุ้น

รวมถ้ามีการแปลงทั้งหมด จะมีหุ้นทั้งหมด = 1739+230+48 = 2017 ล้านหุ้น

นั่นคือ 2017/1440 = Dilute 40% ถ้าไม่มี Growth ช่วยไว้เยอะ ก็น่าคิด

หลัง Dilute EPS(กำไรต่อหุ้น) ปีนี้จะเพิ่มเหลือแค่ 0.392/0.341 = 14.96% จาก 38%
แต่ปีหน้าก็ยังถือว่าโตกระโดดอยู่ดี เพราะ 7 สาขาที่เปิดเพิ่ม จะมีเวลาทำการเต็มๆในปีหน้า
ฉะนั้น การให้ P/E กับตัวกิจการก็ยังเป็นศิลปะอยู่ดี

ลองดูตารางใหม่ล่าสุดครับ

เขียนครั้งแรก 13 ก.พ. 55
ครั้งที่ 2 คำนวณ EPS หลังปันผล5:1 ใหม่ 13 มีนาคม 2012

หมายเหตุ : หลัง AGM 55 ท่านประธานบอก ปีนี่เปิด 7 สาขาได้ ปีหน้าก็อย่างน้อย 7 สาขาล่ะซิ
เตรียมพบกับ Projection ตัวใหม่เร็วๆนี้ 😀

@Shaen

ย้่อนอ่าน

หมายเหตุ : การประมาณจัดทำขึ้นโดยข้อมูลที่ข้าพเจ้าหาและประมาณการได้จากสภาพตลาดที่มีอยู่ในปัจจุบัน
โปรดใช้วิจารญาณในการทำความเข้าใจนะครับ

Global The Next Star ภาค3

มาตรฐาน

ไม่นึกว่าจะมีภาค3 แต่ลองจำลองกำไรตามรายไตรมาสดู เลยโทรไปคุยกับ Siam Global House เพื่อขอทราบข้อมูล
เลยเป็นภาค ถาม-ตอบ + Simulate กำไร แล้วกัน

เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆขอใช้สีแบ่งตามนี้
สีดำ ผมถาม

สีเขียว เจ้าหน้าที่ตอบ

สีส้ม ผมเสริมในใจ

ข้อแรกการขยายสาขาว่าเป็นไปได้ที่ออกข่าวหรือเปล่า ว่าปีจะเพิ่มอีก 7 สาขาแน่หรือเปล่า
ทางเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่า เพิ่ม7สาขา จาก 13 เป็น 20 แน่นอน โดยไตรมาสแรกจะเสร็จแน่ๆ ที่สกลนคร เปิดเดือนก.พ.55 นี้
เวลาก่อสร้างจะเริ่มไป พร้อมๆกันหลายสาขา เวลาเสร็จก็เสร็จพร้อมๆกัน คาดการณ์คร่าวๆ ก็เหลือ 6 สาขา ใน 3 ไตรมาส
ก็น่าจะทยอยเปิด 3 ไตรมาสถัดไปละ 2 สาขา

สาขาที่ 15 ที่นครพนม เริ่มรับสมัครพนักงานแล้วครับ เร็วกว่าที่ผมคิดอีกนะ

ผมถามต่ออีกว่า สาขาที่เปิดใหม่เลยนี่ ยอดขายเทียบกับสาขาเก่าเป็นยังไง
เจ้าหน้าที่เล่าว่า ปกติพอเปิดใหม่ปุ๊บ ยอดขายก็จะำพอๆกับสาขาเดิมเลย ! (อารมณ์ประมาณ์ชาวบ้านเห่อของใหม่
ที่ไหนๆก็เป็นล่ะ สังเกตุจาก BigC หน้าบ้าน Uniqlo, Krsipy Cream หรือแม้แต่ 7 เปิดใหม่เมื่อไหร่ คนอย่างแน่น)

ผมถามเรื่องต่ออีกว่า Global มีสินค้าที่เป็น House Brand หรือเปล่า และสัดส่วนเท่าไหร่
เจ้าหน้าทีนิ่งไปพักนึง.. แล้วบอกว่ามีสั่งจากตปท. มาแล้วก็พะยี่ห้อตัวเอง (โอเค ตัวเดียวกัน -_-!)
แต่เรื่องตัวเลขสัดส่วนเท่าไหร่ ไม่แน่ใจ แต่จาการที่มีสาขาเพิ่มขึ่น ทำให้สามารถนำเข้าสินค้า
และมาปะยี่ห้อเองได้มากขึ้นอีก

ผมไปทำการบ้านเพิ่มเติม โดยขับรถไปที่ สาขาชลบุรี  ได้เห็นสินค้าที่เป็น House Brand หลายตัวเลย
เช่น สายฝักบัว อ่างซิงค์ หัวสปริงเกอร์ สายยางฉีดน้ำ รถต้ดหญ้า ไม้คิ้ว ไม้บัว ลูกกลิ้ง แปรงทาสี
พื่่นไม้ลามิเนท ชักโครก เครื่องมือช่าง โคมไฟ ที่จับประตู สรุปว่า เยอะมากๆครับ โดยแต่ะอย่าง
ก็จะมีชื่อยี่ห้อตามแต่ละ product ไป

ผมยังรุกถามอีกว่า แต่ละสาขามีพนักงานประมาณเท่าไหร่
เจ้าหน้าที่ว่า ที่เป็นพนักงานของ Global House+PC ประมาณ 200-400 คน แล้วแต่ความใหญ่ของสาขา
PC ที่เอาไว้เชียร์สินค้าตัวเองแล้วได้ค่าcommission (อืมๆ ถือว่าเป็นการสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดีเลยครับ)

เรื่องสำคัญ ผมถามว่า การที่ HomePro ไปเปิดสาขาถึงร้ิอยเอ็ด บ้านของ Global เลยนั้น ส่งผลอะไรหรือเปล่า!
เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่า ยอดขายไม่ได้ลดลงเลย ! แถมโตขึ้่นด้วยซ้ำ! เพราะ ไม่ใช่คู่แข่งกันโดยตรง Global มีสัดส่วนสินค้าประเภทก่อสร้าง
ผู้รับเหมา Drive-Thru เข้าไปเอาของเลย ยังเป็นจุดขายของ Global อยู่ ส่วน SSS ตัวเลขยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด
(แต่จากปีก่อนๆผมว่าได้ลุ้น
2 digit) แล้วก็กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ให้ข้อมูลครับ -/\-

โอเค พอได้ข้อมูลแล้ว มาประเมิณกำไรกัน อย่างไตรมาสแรก เปิดเดือนกุมภาพันธ์ ผมก็นับเป็นว่า ในปีนี้ก็ทำการได้ 10 เดือน
แล้วก็ทยอยคำนวณในแต่ละไตรมาส กับ เดือนที่ทำการ ได้ตารางดังนี้ครับ



ผมมีการแก้ไขประมาณการกำไร ครั้งแรกผมไปคำนวณ 13 สาขาทั้ง 12 เดือน ซึ่งเป็นการคิดแบบห้วนๆไปหน่อยครับ
เพราะสาขาที่ 12กับ13 เปิด เดือนมีนา กับ ตุลา ผมเลยขอคำนวณใหม่เป็นตารางแบบนี้คับ

ปกติไตรมาสสุดท้าย โดยเฉพาะเดือนสุดท้าย ปกติจะมีการจัดโปรโมชั่นเพื่อระบายสินค้าออกไป
แต่ปีนี้มีน้ำท่วมด้วย  เลยอาจจะคลาดเคลื่อนไปได้อีกครับ (ฝั่งบวกหรือลบ มาลุ้นกันดูครับ)

ผบห เคยออกมาแสดงความมั่นใจว่า สาขาโคราช ที่เป็นหัวเมืองใหญ่ มั่นใจว่ารายได้จะได้ 100 ลบ. เพราะมีกำลังซื้อดี
ถ้าคิดตาม NPM 5.6 จาก 3Q54 กำไรโดยประมาณจะกลายเป็น 5.64 ลบ/เดือน ซึ่งกระโดดจากค่าเฉลี่ย 3.19 ลบ
ถึง 75% !!!  นี่ก็เป็นอีกโอกาส ถ้าสาขาที่เปิดใหม่ ตามหัวเมืองใหญ่ มีโอกาสทำให้กำไรเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ได้อีก
ยังไงก็คอยติดตามว่า ผลงานจะได้ตามที่คาดมั้ยนะครับ

อ้างอิง http://jo.klongjan.com/go.php?to=http://www.ryt9.com/s/prg/1250344

PE ณ ปัจจุบัน อาจดูว่าสูงมาก แต่ก็เพราะ Growth ในปีนี้ที่มากเหลือเกิน
675/459.12 = +47%
+ ลดภาษีนิติบุคคล จาก 30=>23 =+10%

สรุปผมประมาณว่า ปี 2012F จะโตจาก 2011F = 47+10 =57%

กำไรสุทธิเลือกกลางๆที่ 675 ล้านบาท (ถ้าสาขาเปิดตามได้ที่ประมาณการไว้ แต่ถ้าเปิดได้เร็วขึ้น กำไรก็อาจจะมากขึ้นได้)

EPS 2012F ผมคำนวณได้ = 675/1440 = 0.46875 บาท/หุ้น (นับที่ SSS 8%)
ฉะนั้นเมื่อถ้าคำนวณ PE 2012F จะเหลือ 24-25 เท่า และเหลือ 18-19 เท่าในปี 2013

กำไรสุทธิในปี 2013F ผมประมาณไว้ที่ 840 ล้านบาท บนสาขา 23 สาขา (คิดเฉลี่ยแบบทยอยเปิด)
คิดเป็นกำไรต่อหุ้น รวม warrant ที่แปลงเพิ่มอีก 240 ล้านหุ้น
= 840/(1440+240)= 0.5 บาท
กำไร 2013F/2012F = 840/ 675 = 1.24 คือโตขึ้น 24%
+ จริงฐานภาษีจะลดจาก 23 เหลือ 20 =>+ 3.89%
+ SSS อาจะโตได้อีกซัก 5%

และปี 2013F จะโตได้อีกประมาณ 24+3.98+5 = 32.89%

ลองดู Consensus ของ Broker ต่างๆ เปรียบเทียบกับที่ผมประมาณการไว้ ก็ไม่หนีกันเท่าไหร่ แต่ปี 2013 มีบางเจ้าให้
มากกว่าผมอีก ถึง EPS 0.6
http://www.settrade.com/AnalystConsensus/C04_10_stock_saa_p1.jsp?txtSymbol=GLOBAL&selectPage=10

ความเสี่ยงของธุรกิจ
จะมีเขียนอย่างละเอียดใน 56-1 นะครับ ผมจะสรุปเป็นประเด็นคร่าวๆดังนี้ครับ

1. ความเสี่ยงจากการขยายการลงทุน
ใช้เงินทุนประมาณ 300 ลบ./สาขา ซึ่งเป็นเงินไม่น้อย แต่บ.จะศึกษาความเป็นไปได้ก่อนขยายสาขา

2. ความเสี่ยงเกี่ยวกับลูกหนี้
บ.เก็บเป็นเงินสดเกือบทั้งหมด ปี 2551 ร้อยละ 95.23 ปี2552 ร้อยละ 97.71 และในปี 2553 ร้อยละ 98.07
จะเห็นว่าแนวโน้มเป็นสัดส่วนเงินสดเยอะขึ้นเรื่อยๆ

3. ความเสี่ยงจากการลงทุนในสินค้าคงคลัง
บริษัทมีสินค้าคงเหลือสุทธิ ร้อยละ 37.29 , 40.77 และ45.70 ของมูลค่า ดูเผินๆเหมือนจะไม่ดี
แต่อย่าลืมว่า มีสาขาเพิ่มขึ้นทุกปี และ concept คือ warehouse ฉะนั้นถ้าหารออกมาต่อสาขา
จะเข้าใจภาพขึ้นครับว่า เพิ่มขึ่นเพราะอะไร

4. ความเสี่ยงจากการแข่งขันในอุตสาหกรรม
มีผู้เล่นในตลาดมากขึ้น และมีการแข่งกันสูงขึ้น เลยมีการช่วงชิงพื้นที่สำคัฐตามหัวเมือง
แต่ดูจาก SSS ที่ผ่านมายังเป็นเลข 2 หลักอยู่ แสดงว่า ยังมีกำลังซื้อจากผู้ซื้อ ที่มีกำลังจ่ายมากขึ้น
และมาตรการส่งเสริมภาคอสังหาฯ และนโยบายการเพิ่มค่าแรงและเงินเดือนจากฟากรัฐ

5. ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนผลิตภัณฑ์
สินค้า 2กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกผันผวนน้อย กับ ผันผวนตลอดเวลา เช่น เหล็กเส้น เหล็กรูปพรรณ สายไฟ
บริษัทควบคุมความเสี่ยงโดยมีการบริหารจัดการระยะเวลาการเก็บสินค้าคงคลังอย่างใกล้ชิด
และสั่งซื้อจากผู้ผลิตโดยตรง ทำให้ได้ราคาที่ถูกกว่าซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย

6. ความเสี่ยงจากกรณีการเกิดเหตุเพลิงไหม้ตัวอาคารจำหน่ายสินค้า
มีการทำประกันภัย เตรียมพร้อมและ ตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิงทั้งในและรอบอาคาร
ที่ผ่านมาเกิดไฟไม้1ครั้งที่สาขาเวียงกุมกาม เชียงใหม่

7. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของผู้บริโภคและความล้าสมัยของผลิตภัณฑ์
สินค้าที่ตกรุ่นหรือล้าสมัยเร็ว จะโอนไปยังสาขาอื่นหรือสาขาใหม่ หรือต่อรองเพื่อเปลี่ยนรุ่น

8 ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มีการบริหารความเสี่ยง โดยทำ Forward Contract ไว้ มีวงเงินล่วงหน้า 220 ลบ ที่ยังไม่ได้ใช้
ที่ผ่านมาไม่ได้รับผลกระทบเลย

เพิ่มเติมเกร็ดย่อย

– ผบห เชื่อว่า SG&A ของ Global ต่ำกว่าคู่แข่ง จาก มีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ VMI (Vendor Manage Invetory)
ตั้งแต่กลางปี 2009  ใช้ ERP(Entreprise Resourc Planning) ต้นปี 2010
และสาขาที่เพิ่มขึ้นบนฐานเดิมน้อย ทำให้ Overhead หลายๆส่วนลดลงได้มาก

– ค่าเฉลี่ยผู้ซื้อ 3,000-4,000 บาท/บิล จะเห็นว่า คนเดินอาจดูไม่เยอะ แต่อย่างที่บอก
สัดส่วนของผู้รับเหมาเยอะ และกำลังซื้อแต่ละครั้งไม่น้อย

– สัดส่วนของการชำระเงินของลูกค้า เงินสด 80% บัตรเครดิต 20%

– ค่าขนส่ง ลูกค้าเป็นคนจ่าย โดยรถของบ.ใช้แก๊ส CNG โดยคิดเหมาเที่ยว

– มีโปรโมชั่น อย่างหมวดเฟอร์นิเจอร์ จะมีูแถมคูปองค่าขนส่งให้ ลูกค้าที่มาด้วยรถเก๋งธรรมดา ก็สามารถตัดสินใจซื้อได้เลย

– พนักงานได้ค่าจ้าง 2 ส่วนคือ เงินเดือน+ commision จากยอดขาย ดังนั้นเราจะเห็น พนักงาน active มาก
ลักษณะเดียวกับ Homepro ล่ะคับ เท่าที่ผมถามจากปากพนักงานที่ชลบุรี ค่า com พอๆกับเงินเดือนเลยครับ !!!

– แนวโน้มสินค้าคงคลังเริ่มลดลง แต่มีอย่าลืมว่า Global มีสาขาเพิ่มขึ้นทุกปี ถ้าเฉลี่ยออกต่อสาขาแล้วจะเห็นว่า แนวโน้มดีขึ้น
ช่วงแรกที่เปิดสาขาใหม่ ใส่ stock เต็มสูบก่อน แล้วค่อยปรับ stock ทำให้ turnover ดีมากขึ้นเรื่อยๆ

– เป้าหมายใหญ่คือมีสาขาทุกจังหวัด + อำเภอใหญ่ จะได้ประโยชน์จาก ecomy of scale เพิ่มขึ้นอีก

ปัจจุบัน Cross Docking ของแถวพุธมณทล กับ สาขาที่นครปฐม เป็นศูนย์กระจายสินค้า

– สาขาที่จะเปิดต่อจาก โคราชคือ สกลนคร และ นครพนม

– มีแผนสาขาใกล้กรุงเทพฯ คือที่ดินเมืองทอง 140 ไร่ แล้ว

–  สาขา นครราชสีมา ยังมีร้านค้าย่อยมาเปิดขายสินค้าเพิ่มเติมด้วย โดยเฉพาะบริเวณลานด้านหน้าอาคารจำหน่ายสินค้า ได้จัดสรรเป็น
“โกลบอล ไนท์บาร์ซ่า” มากกว่า ๖๐๐-๗๐๐ ร้าน อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าแฟชั่น สินค้าตกแต่งบ้าน ฯลฯ ขณะนี้เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้า
จับจองมาขายสินค้าแล้ว คาดว่าก่อนปีใหม่ ๒๕๕๕ จะเปิดขายสินค้าได้
อ้างอิง http://koratdaily.com/home/2010-07-27-16-32-40/738-2011-10-11-05-34-30.html

นี่แหละครับที่หลังจากที่ผมขับไปดูที่สาขาชลบุรี แล้วเกิดความคิดว่า มันน่าจะมีเปิดที่ให้มีแผงลอยเยอะๆ แต่ยังไม่เจอข่าวนี้
นี่จะเป็นทั้งรายได้อีกทางจากการเก็บค่า และทำให้ตัว Global มีคนเดินเพิ่มมากขึ้น แถมยังส่งผลให้มูลค่าของที่ดินขึ้นตามไปด้วย
ถ้าทำตลาดไนท์บาร์ซ่า ได้ทุกสาขา จะสร้างมูลค่าและโอกาสได้อีกมาก และนี่เป็นจุดเด่นที่สาขาในต่างจังหวัดที่มีพื้นที่เยอะๆ
จะได้เปรียบในกรุงเทพ หรือเช่าที่ตามห้างครับ

กลยุทธ์: GLOBAL มี Warrant GLOBAL-W ราคาใช้สิทธิ 7.5 บาท
กำหนดการแปลง 4 ครั้ง
ครั้งที่ 1. 18 พศจิการยน 2554 => มีคนแปลง 66 คน 9,926,868 หน่วย คงเหลือ 230,073,115
ครั้งที่ 2. 18 พฤษภาคม 2555
ครั้งที่ 3. 16 พศจิกายน 2555
ครั้งที่ 4. 17  พฤษภาคม 2556 <= ครั้งสุดท้าย

ถ้าแปลงลูกได้ทั้งหมด จะได้เงิน = 7.5×240ล้านหุ้น = 1,800 ลบ. ก็เติมเงินจาก OD + กระแสไม่มาก ในการขยายสาขาครับ
หลังแปลงทั้งหมด ปี 56 จะDilue ไปประมาณ 16% กับสาขาราวที่เพิ่มขึ่นเป็น 23-24 สาขา จากปัจจุบัน 13 สาขา

ฉะนั้นถ้าราคาลูก GLOBAL-W < GLOBAL-7.5 ก็แนะนำให้ซื้อลูกจะได้ส่วนลดมากกว่า
ดูตารางที่ทำมาส่วนต่างมาเผื่อทั้ง2ฝั่งเลยแล้วกัน

หลังปันเป็นหุ้น 5:1 จะกลายเป็นการใช้สิทธิ์ใหม่ กลายเป็นตารางนี้ (เพิ่มเติม 28 มีนาคม 2012)

http://sharecapture.com/image/e2a1c67de5c24feaba8217e7cd309f81

ตอนนี้ก็มีประมาณนี้ ไม่แน่ใจว่าจะมีภาคต่อหรือเปล่า สวัสดีเทศกาลตรุษจีครับ ตุ้งแช่ๆๆๆ
https://i1.wp.com/www.xn--12c1bb3cmk5a6ct7kua.com/wp-content/uploads/2011/05/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%95-Lion-Dance.jpg
@Shaen
เขียนครั้งแรก 20 ม.ค. 55
เพิ่มเติม#2 ความเสี่ยง+แก้ไขตาราง 22 ม.ค.55
เพิ่มเติม #3 27 ม.ค.55
เพิ่มเติม #4 2 ก.พ.55 เรื่อง Global Night Barza
เพิ่มเติม #5 6 ก.พ.55 ประมาณการกำไร 2012F 2013F
เพิ่มเติม #6 26 มี.ค. 55 เพิ่มตาราง Warrant ใหม่หลังปรับแจกปันผลเป็นหุ้น

ย้อนอ่าน Global The Next Star ภาค1

ย้อนอ่าน Global The Next Star ภาค2

อ่าน Global The Next Star ภาค4

อ่าน Global The Next Star ภาค5