Tag Archives: q-con

กระจกหน้า กระจกหลัง

มาตรฐาน

ถ้ามีหุ้น  2 ตัว ตัวแรก P/E 8 เท่า ตัวที่สอง P/E 2,000 เท่า
คุณจะซื้อตัวไหนครับ ( แหม่ ถามไปได้)

ความเชื่อแบบเก่าๆที่ยึดติด P/E ต้องต่ำ เท่านั้น ถึงจะน่าลงทุน
เป็นความเชื่อที่ฝังหัวนักลงทุนมานานแสนนาน และก็คงจะอยู่ต่อไปอีกนานล้านนาน (ไม่ฮาหรอก แต่จะเล่นนิ)

ผมขอยกตัวอย่างเพื่อจะพิสูจน์ คำกล่าวที่ว่า ว่ามันจริงหรือเปล่า

Screen Shot 2556-08-28 at 11.05.33 PM

ในปี 2007 หุ้นTTA มี P/E ราว 8.4 เท่า ที่ราคา 58 บาท
นักลงทุนที่มอง P/E เป็นสรณะ จัดไปเต็มพอร์ต …สดชื่น
PE สูงสุดในช่วงต้นปี 2012 ที่ 107 เท่า
ปัจจุบัน ไม่มี P/E ไปแล้ว เพราะขาดทุน ^^!

ในรูป Qconเมื่อกลางปี 2009 มี P/E  2,239 เท่า และถือไว้เพียง 2ปีกว่า ก็มีโอกาสได้เกิน 10 เด้ง
(ถ้าขายได้ในช่วงที่ราคาสูงสุด  แต่ถึงไม่ได้ขายในจุดสูงสุด ก็ได้หลายเด้งอยู่ดี)
Screen Shot 2556-08-28 at 10.14.20 PM

ถ้าคนที่มองแต่ P/E ก็คงมองข้ามไป แถมยังอาจจะมองว่าคนที่ซื้อนี่ ฉลาดน้อยเสียด้วยซ้ำ
คนที่คิดแบบนี้ ยังติดกับดักในเงื่อนไขที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเอง
แล้วเคยสำเร็จไม่กี่ครั้ง แล้วมองว่าคนที่คิดต่างจากตัวเอง เป็นพวกไร้สมองไปซะอย่างนั้น

P/E ที่เราเห็นใน set ใน streaming มันคือ Trailing P/E
กล่าวคือ มันคือ P/E ย้อนกลังไป 4 ไตรมาส ซึ่งมันก็คือ “กระจกหลัง”
ที่สะท้อนการดำเนินมาในอดีตของบริษัท หากแต่บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงเล่า
เราคงไม่สามารถมองอนาคตได้จากกระจกหลัง

หากแต่สิ่งที่เราควรจะมองควรเป็นทางข้างหน้า หาใช่ทางข้างหลังไม่
ฉะนั้นสิ่งที่นักลงทุนควรจะสนใจมากกว่าคือ “Forward P/E”

การจะคำนวณหา Forward P/E ได้ ก็ต้องคำนวณ หา Forward Earning ให้ได้
นั่นก็มาจากการหาข้อมูลในอนาคต แล้วทำการเมิณโอกาสและมูลค่า

ถ้าคุณมองออกว่า อนาคตมันเป็นอย่างไร เมื่อ E เพิ่มขึ้น P/E ก็จะลดลงมาเอง

ฉะนั้นการที่หุ้นตัวนึงมี P/E สูงผิดปกติ อย่าเพิ่งด่วนสรุป
สิ่งที่ควรทำคือ หาข้อมูล หาสาเหตุเพิ่มเติม ว่ามีอะไรที่เรายังไม่รู้หรือเปล่า

หุ้นที่มี P/E สูงมาหลายปีอีกตัวที่หลายคนรู้จักก็คือ  Amazon
คำถามที่หลายคนคิดในใจ ว่าทำไมมันสูงจัง

ส่วนตัวมองว่า เพราะ Amazon  อยู่ในธุรกิจที่แห่งอนาคต
ที่โลกกำลังเปลี่ยนมาในทิศทางที่บริษัทได้ประโยชน์
ไม่ว่าจะเป็น จากหนังสือกระดาษมาเป็น eBook ที่แทบจะตัดต้นทนในการผลิตและการขนส่งไป
หรือการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนที่ ซื้อของ Online  มากขึ้นเรื่อยๆ

Screen Shot 2556-08-28 at 10.31.39 PM Screen Shot 2556-08-28 at 10.33.01 PM

ที่กล่าวมาทั้งหมด เพียงไม่อยากให้ยึดติดกับเพียงแต่ P/E  เพียงอย่างเดียว
เพราะเราคงไม่สามารถขับรถไปถึงปลายทางด้วยอาศัย การมองกระจกหลังแต่เพียงอย่างเดียว

ปล หุ้นที่นำมาเขียน ไม่ได้ชี้นำให้ลงทุน แต่อย่างใด
เพียงแค่หยิบมาเป็นตัวอย่างนะครับ
(ที่จริงส่วนนึง เคยเขียนกรณี Q-Con ไว้ในblog เมื่อ สค 55)

เขียนเมื่อ 28 สิงหาคม 2556
แชน

Global ภาค9 Partial Tender Offer

มาตรฐาน

และแล้วสิ่งที่คาดไว้ ก็บังเกิด แต่เกิดเร็วกว่าที่คาด เพราะถ้ายืดเยื้อไปกว่านี้ เชื่อได้ว่า SCG คงต้องซื้อ Global
ในราคาที่แพงขึ้นกว่านี้แน่นอน เพราะ Global สามารถต่อรองได้ว่า สาขาที่จะเปิดใหม่ มีเพิ่มขึ้นนะเธอ
SCG ก็เลยต้องรีบปิดดีล (อันนี้ผมอ่านเกมเอาเองนะ ^^!)

พิ่มเติม หลังจากเขียนบทความไปปีกว่าๆ Global แจกปันผลเป็นหุ้นอีก 2 ครั้ง
5:1 และ 6:1  ถ้าคำนวณมูลค่าเทียบแบบปกติ ให้เอา x 6/5 x 7/6  = x 1.40 ครับ
15 มกราคม 2557

ไปดูเนื้อข่าว ที่ทั้งคู่ตกลงกันครับ


นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรม​การ​ผู้จัด​การ​ใหญ่ ​เอสซีจี ​เปิด​เผยว่า ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น ​ได้บรรลุข้อตกลง​การร่วมลงทุน​ในสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ ​ในสัดส่วนประมาณร้อยละ 30.01 ​ถึงร้อยละ 33.40 ของสิทธิออก​เสียง​ทั้งหมด ด้วย​การซื้อหุ้นสามัญ​เพิ่มทุน ​ซึ่งสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ จะออก​และ​เสนอขาย​ให้กับ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น ​แบบ​เฉพาะ​เจาะจง (Private Placement) จำนวน 224 ล้านหุ้น ​ในราคาหุ้นละ 14 บาท ​และ​การ​ทำคำ​เสนอซื้อหลักทรัพย์บางส่วน (Partial Tender Offer) ​ทั้งหุ้นสามัญ​และ​ใบสำคัญ​แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นจาก​ผู้ถือหลักทรัพย์ของ สยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ ​โดย​ทำคำ​เสนอซื้อหุ้นสามัญจำนวน​ไม่​เกิน 457,420,683 หุ้น ​และ​ไม่ต่ำกว่า 391,094,684 หุ้น ที่ราคา 14 บาทต่อหุ้น ​และคำ​เสนอซื้อ​ใบสำคัญ​แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นจำนวน​ไม่​เกิน 55,616,085 หน่วย ​และ​ไม่ต่ำกว่า 47,551,750 หน่วย ที่ราคา 9.30 บาทต่อ​ใบสำคัญ​แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หลังจากธุรกรรมข้างต้น​เสร็จสิ้น ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จะมีสัดส่วน​การถือหุ้น​โดยประมาณ​ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30.01 ​และ​ไม่​เกินร้อยละ 33.40 ของจำนวนหุ้นสามัญหลัง​การ​เพิ่มทุน​และหลัง​การ​ใช้สิทธิของ​ใบสำคัญ​แสดง สิทธิ​ทั้งหมด ​โดย​ได้มี​การลงนาม​ในสัญญาจองซื้อหุ้นสามัญ​เพิ่มทุนกับสยาม​โกลบอล​ เฮ้าส์​แล้ว ​เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2555 ด้วยมูลค่า​การลงทุน รวม​ถึง​การ​ใช้สิทธิซื้อหุ้นจาก​ใบสำคัญ​แสดงสิทธิประมาณ 10,000 ล้านบาท
นายขจร​เดช ​แสงสุพรรณ กรรม​การ​ผู้จัด​การ​ใหญ่ ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น กล่าวว่า ​การตัดสิน​ใจลงทุนครั้งนี้ ​เพื่อ​เข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกสินค้าวัสดุก่อสร้าง​ในรูป​แบบของร้านค้าคลัง สินค้า (Warehouse Store) ​ซึ่งมีอัตรา​การ​เติบ​โต​ในระดับที่สูงอย่างต่อ​เนื่องตามพฤติกรรม​ผู้บริ​ โภคที่​เปลี่ยน​แปลง​ไป ​โดยสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ ​เป็น​ผู้นำ​ในธุรกิจค้าปลีกสินค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตก​แต่ง อุปกรณ์งานก่อสร้าง ต่อ​เติม ตก​แต่งบ้าน อาคาร ​และสวน ​ในรูป​แบบของร้านค้าคลังสินค้า ที่รวมสินค้าหลากหลาย​แบบ​และครบวงจร ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น มุ่งหวังที่จะ​เป็น Strategic Partner ของสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์อย่างยั่งยืน ​เพื่อ​เสริมสร้าง​ความ​แข็ง​แกร่ง​และศักยภาพ​การขยายธุรกิจ​ทั้ง​ในประ​ เทศ​ไทย ​และประ​เทศอื่นๆ ​ในภูมิภาคอา​เซียนต่อ​ไป
​ทั้งนี้ ​การ​เข้าร่วมลงทุนดังกล่าวจะต้อง​ได้รับ​ความ​เห็นชอบจากที่ประชุม​ผู้ถือ หุ้นของสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ ​ในวันที่ 1 ตุลาคม 2555

ผมลองจิ้ม Excel คร่าวๆ หลังปูนมา PTO(Partial Tender Offer) เพราะมีประเด็นว่า เมื่อมีการเพิ่มทุน
ถึงแม้นจะเป็นแบบ PP ก็เถอะ แต่ก็ทำให้ Dilute ผู้ถือหุ้นเดิม

ก็ต้องชั่งว่า สิ่งที่ SCG จะมีมาให้นั้น คุ้มค่าหรือไม่ มาลองจินตนาการเล่นๆกัน

ถ้าตามแผนใหม่แบบเบาะๆ ดูืที่วงแดงๆไว้ นั่นคือสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลง
– ขยายสาขา จากเดิม 8=>10
– และ ต้นทุนการเงินลดแค่ 25% จากของเดิม
– จำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นมาใส่ส่วนของ SCG ก็จะ Cover ส่วน Dilute แล้วครับ

แต่ถ้าขยายสาขา > 10 หรือไปช่วยต้นทุนการเงินมากกว่า 25-30 % EPS ก็จะมากกว่าเดิมในปีหน้าไปเลย

– Topline น่่าจะโตขึ้นจากสินค้าตระูกูลปูนมาขาย Margin ก็น่าจะได้เพิ่มขึ้น
– พวกระบบ Logistic , Inventory คงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (ปูนกำลังทดลองระบบ Logistic ใหม่ด้วย ^^)
– สาขา Global นอกจากจะขายสินค้าให้ลูกค้าแล้ว น่าจะใช้เป็น Sub DC กระจายให้
ซีเมนส์ไทยโฮมมาร์ทด้วย ของก็น่าจะหมุนได้เร็วขึ้น

โดยรวมๆ เป็นเรื่องดีครับ แต่จะดีมาก หรือ ดีน้อย ดีเร็ว ดีช้า ก็ขึ้นกับแผนแบบละเอียดครับ
ซึ่งผมไม่ีู้รู้ครับ ก็เลยคาดการณ์มาให้ดู ให้ชั่งน้ำหนักกัน

แต่กรณีนี้เคยเกิดขึ้นกับ Q-Con (ผลิตอิฐมวลเบา) มาก่อนแล้ว โดนปูนเจ้านี้แหละทำ Tender Offer เมื่อต้น ก.พ. 53
เลยไปดูกำไรย้อนหลัง ว่าหลังโดน Tender Offer จะเป็นยังไง ก็ปรากฏว่า โอ้ กำไรก็โตขึ้นตลอดหลังจากโดน TO

Image

ราคาก็โตตามผลประกอบการณ์ เส้นในแนวตั้งก็คือ ช่วงที่โดน Tender Offer ครับ
ที่น่าสังเกตมากๆ ก็คือ PE 120 !!! ตอนที่ Tender Offer นะครับ
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผลประกอบการณ์ก็ดึง PE ลงมาระดับปกติได้

อันนี้แค่หยิบยกกรณีที่เคยผ่านไปแล้ว มาให้ดูนะครับ สำหรับ Global อาจจะเหมือนหรือต่างออกไปก็ได้

โปรดใช้วิจารญาณในการลงทุนให้มากๆ เพราะเงินทองกว่าจะหามาได้ยากลำบาก
ผมก็บันทึกสิ่งที่ผมคิด วิเคราะห์ได้ จากมุมมองของผม ณ ตอนนี้เอาไว้ อ่านย้อนหลัง

28 สิงหาคม 2555
@Shaen