Category Archives: Think

ชีิวิตและปรัชญา

วางแผนเป้าหมายปี 2014

มาตรฐาน

Image

สิ่งที่ทำให้คนสองคนที่มีความสามารถไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ผลลัพธ์กลับต่างกันคือ “เป้าหมาย” ครับ
และถ้าอยากให้เป้าหมายชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่เพ้อเจ้อ เราต้องลงรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็น เส้นตาย หรือ วิธีการ

ปีนี้ผมเขียนแผนของ ผม ของชีวิตคู่ของผม ของบริษัท และที่ผมจะทำให้สังคม เรียบร้อยแล้ว
ระหว่างนี้ อาจจะมีเพิ่มหรือลบไป ก็ไม่ใช่ข้อห้ามอะไร เพราะมันเป็นแผนที่เป็นแนวทาง ที่ปรับเปลี่ยนได้

ผมทำ Template เป้าหมายไว้ให้คุณด้วย คุณสามารถ Download ไปเล่น แก้ไข เพิ่มเติม ได้ตามใจเลยครับ ^^

วิธีใช้

1. ถ้าคุณมี Gmail หรือมี Google Account คุณ Save ไปที่ Drive ของคุณเองได้เลย ไม่งั้นคุณกรอกอะไรไว้
คนอื่นก็จะเปิดเห็น หรืออาจเปลี่ยนแผนของคุณได้
2. ถ้าคุณไม่มี Gmail ผมแนะนำอย่างยิ่ง แล้วก็ทำตามข้อ 1
3. ไม่งั้นก็ ให้เลือก File Download as excel ไปกรอกแบบ Offline : กด File, Download as , Microsoft Excel

Screen Shot 2557-01-22 at 6.25.47 PM

File Plan Your Life 2014 (Google Drive) :  http://bit.ly/Goal2014

แต่ผมอยากให้คุณเขียนแผนของคุณแบบ Online  เพราะคุณจะเขียนเพิ่ม ปรับเปลี่ยน และดูมันได้บ่อยๆ
ยิ่งคุณรู้ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไรบ่อยแค่ไหน มันจะทำให้คุณรู้ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่เนี่ย มันทำให้
คุณเข้าใกล้หรือไกลจากแผนหลักของคุณกันแน่

ไม่มีพรใดจะมีพลังไปกว่า “ลงมือธรรม”

แชน
4 มกราคา 2557

สิ่งที่ไม่สำคัญ

มาตรฐาน

ณ ขณะนี้คุณคงไม่ตะหนักว่า ออกซิเจนในห้องจะมีมากพอมั้ย เพราะมันมีมากพอ
จนเราไม่ต้องกังวัล ว่าจะพอมั้ย จนเนิ่นนาน กลายเป็นเรื่องปกติ และเราหลงลืมไป

แต่คุณจะเริ่มคิดถึงความสำคัญของมันต่างออกไป เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปเป็น…

..คุณติดแหง๊กอยู่ในลิฟท์มาพักนึง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ติดต่อข้างนอกไม่ได้
..กำลังปืนอยู่บนยอดเขาเอเวอร์เรส ที่มีอากาศเบาบางเหลือเกิน
..กำลังอยู่ใต้ผิวน้ำลงไปหลายร้อยเมตร และหลงทางกับก๊วนดำน้ำ

ออกซิเจนที่ไม่เคยสำคัญมาก่อนเลย จะกลายเป็นเรื่องสำคัญแทบจะทันที

เงินก็ไม่ต่างกัน มันมีค่า มีความสำคัญ ก็ต่อเมื่อ เราจำเป็นต้องใช้มัน
และมันจะไม่ได้มีความสำคัญเท่าไหร่ เมื่อเรามีมันมากพอ จนไม่ไปต้องกังวัลกับมัน

สิ่งที่ผมพยายามจะบอกและทำอยู่คือ “ลดความสำคัญของเงิน”

แล้วเราจะทำมันได้ยังไง?

ตอบทางโลก เน้นวัตถุนิยมมากหน่อย ก็ทำให้มันมีมากพอหรือมากกว่าความต้องการ
ตอบทางธรรม เลดความต้องการ ให้เพียงพอกับเงินที่มีอยู่

และเราไม่จำเป็นต้องเลือกทางใดทางนึง…

มีสิ่งที่เข้ามาในหัวเรามากมายมากกว่า 50,000 เรื่องในแต่ละวัน
หากคุณ “รู้สึกตัว” ว่า อะไรที่ไม่สำคัญ คุณก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเพ่งกับมัน  ที่แทบไม่มีนัยยะในชีวิต

การลงทุนก็เช่นเดียวกัน มีข้อมูลต่างๆ มากมายที่ถาโถมเข้ามา
แต่มีเพียงข้อมูลไม่กี่ตัว ที่เราควรจะใส่ใจ หรืออีกมากมายที่เราควรจะละเลย

สุดท้ายนี้ ขอให้เงินมันไม่สำคัญกับคุณโดยเร็ว ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน ที่เหมาะกับคุณ
และขอให้คุณค้นพบว่า สิ่งไหนล่ะที่สำคัญกับคุณจริงๆ !

เขียนใน วันอาสาฬหบูชา
แชน

ตอบคำถาม : หุ้นลงหนักทำยังไง

มาตรฐาน


มีคำถามมาหลังไมค์ ขออนุญาตนำมาแหมะข้างหน้านะครับ

Hun Yong Him ถาม
ขอถามคำถามที่อาจไม่อยากตอบนะครับ อย่างช่วงเวลา
หุ้นลงหนักแบบนี้ 
รายใหญ่แบบพี่มีความวิตกกังวลมากมั้ยครับ
อยากทราบถึงประสบการณ์ตรงครับ ขอบคุนครับ

ผมไม่ใช่รายใหญ่ แต่ขอแชร์คำตอบนะครับ ^^

ผมก็มีความรู้สึกเหมือนคนทั่วไปครับ ที่ยังมี กิเลส โลภะ ความกลัว
ก็ได้แต่พยายามดูจิต ดูความรู้สึกของตัวเองไป

ผมมองว่า อารมณ์พวกนี้ก็เหมือนหนู
ถ้าหนูอยู่ในห้องมืด เราก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน มันก็วิ่งวุ่นไปทั่ว
สิ่งที่ผมทำได้คือ เปิดไฟ จะได้หาหนูได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่ผมพยายามทำอยู่ลำดับต่อมาคือ เลื่อนจุดโฟกัสมาที่ “ตาน้ำ” แทนครับ

สิ่งที่ผมประเมิณจริงๆคือ กำไรของกิจการ ซึ่งก็ไม่ค่อยคลาดเคลื่อนไปจากที่ประเมิณเท่าไหร่
ถ้ามีข้อมูลมากพอและใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงง

ส่วนราคาซื้อขาย เป็นปัจจัยภายนอก และเป็นช่วงราคา (Range)
ที่เกิดจากผู้ซื้อขายจำนวนมาก และสภาวะตลาดในช่วงนั้น
เป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้

และล่าสุด ผมเปลี่ยนเกมแล้วครับ ผมคิดว่า ผมไม่ใช่ผู้ถือหุ้น(เฉยๆ)อีกต่อไป ผมและเพื่อนๆลงมาช่วยบริษัทที่ผมถือหุ้นอยู่ทำงาน
ไม่ว่าจะเสนอความคิดเห็น หรือถึงขั้นลงมือทำเองเลยเลย เพราะผมมองว่า มันเป็น”ตาน้ำ” จริงๆ

อาจจะเป็นเพราะผมเริ่มต้นทำงานด้วยการเป็น ผู้ประกอบการณ์ มาตั้งแต่ต้น เลยอาจมองว่าหุ้นเป็นธุรกิจได้ชัดกว่าคนทั่วไป
และมันเป็นจริตของผมไปแล้ว ที่ชอบอะไรที่อยู่ในมือของเรามากกว่า

ที่ว่ามาทั้งหมดนี่ นอกจากขาสั่นแล้ว ตอนพิมพ์มือยังสั่นอยู่นะครับ ^^!

ก่อนจาก ลองเปิดไฟในห้อง โดยการกด Ctrl-A แล้วมองที่ตาในรูปดูครับ ^^

ตอบใน Facebook Page เมื่อวันที่ 10  กค 2556
แชน

36

มาตรฐาน

ภาพยนตร์เรื่อง “36” บอกเล่าเรื่องราวของ ทราย หญิงสาวผู้มีอาชีพหาสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ โดยเธอจะเก็บภาพสถานที่ทุกแห่งด้วยกล้องดิจิตอล จนกระทั่งเธอได้พบชายหนุ่มชื่อ อุ้ม ผู้ชอบการถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มมากกว่า เรื่องราวของการบันทึกความทรงจำใน 2 รูปแบบจึงเกิดขึ้นด้านนวพลให้ สัมภาษณ์ที่ปูซานว่า การออกฉายครั้งแรกของหนังเรื่องนี้ เกิดขึ้นในห้องฉายขนาดเล็กที่มีผู้ชมเพียง 20 คนเท่านั้น  การได้รับเชิญให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ปูซานถือเป็นเกียรติสำหรับเขาอย่างยิ่ง และว่าหนังของเขาเป็นการบอกเล่าว่าเราสามารถมองวิถีชีวิตของเราได้หลายรูป แบบแตกต่างกันด้านเบลา ทาร์ ผู้กำกับชั้นนำชาวฮังกาเรียน ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการผู้ตัดสินรางวัลสายนิว เคอร์เรนท์ส  กล่าวแสดงความเห็นต่อ”36″  ว่า สามารถสร้างสรรค์ภาษาทางภาพยนตร์เป็นของตนเอง โดยเฉพาะบทซึ่งมีความน่าตื่นตะลึงและมีศิลปะ ไม่ฟุ่มเฟือย  และไม่จำเป็นต้องมีการบอกเล่าที่เกินความจำเป็น

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1350138271&grpid=03&catid=03

ไม่มีมากอะไรครับ เพิ่งดูแล้วชอบ

ถ้าเรามีโอกาสไม่จำกัดในชีวิต เราก็คงไม่ได้คิดอะไรละเมียดมากนัก
เพราะเรารู้ว่าถ้าเราพลาด เราก็ยังมีโอกาส
โอกาสเกิด Noise ในชีวิตก็คงไม่น้อย

แต่ถ้าเราจำกัดโอกาสที่มี ลงไปล่ะ การตัดสินใจของเราก็คงต่างออกไป
ต้องคิดมากกว่าเดิม และผลลัพธ์ที่เกิดจาก “การคิด” มากขึ้น ก็มีโอกาสที่ดีกว่า

การลงทุนก็คงไม่ต่างกัน…

ปล นอกจากหนังแล้วผมยังชอบเพลงประกอบของวง Yellow Fang วงหญิงล้วนที่ทำเพลงได้ลึกมาก

เกร็ด : 36 เท่ากับจำนวนการกด shutter ของกล้องฟิลม์

โดย 1154
4 เม.ย. 2556