Tag Archives: cloud

ถึงคราวของ Cloud : ปฐมบท

มาตรฐาน

ณ ทุ่งหญ้าโล่กว้างเขียวขจี มีหนูน้อย2คน นั่งเล่นทายปัญหากัน ลองไปแอบฟังกัน

Mimi : นี่ๆ เรามาเล่นทายปัญหากันปะ
Unly : อื้อ(กำลังเคี้ยวหนมเต็มปาก) เอาดิ
Mimi : งั้นเราเริ่มก่อน ..Cat แปลว่า
Uly : กสท เอ้ย แมว ห่ะๆ
Mimi : (มองด้วยหางตา) เดี๊ยะๆ ต่อๆนะ Cloud แปลว่า
Uly : วัว มออออ
Mimi : นั่นมัน Cow ย่ะ C-L-O-U-D แปลว่า เมฆ ย่ะ
Uly : อ๋อ งึมๆ (พยักหน้าและกินหนมต่อ)
Mimi : แล้ว Cloud Computing ล่ะ
Uly : สบายมัก (เอากำปั้นทุบอก) ก็การคำนวณการเคลื่อนของเมฆไง !

(ภาพตัดสูงขึ้นไปที่ท้องฟ้า และซูมเข้าเมฆก้อนนั้น)

Cloud Computing ในแง่ของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ จะหมายถึง การใช้ทรัพยากรทั้ง hardware และ software
แล้วส่งผ่านเครือข่าย เช่น Internet เป็นต้น โดยในก้อนเมฆนี่แหละ ที่จะจะเป็นโครงสร้างเครือข่ายที่แสนงงวย
ก็ยกให้เป็นหน้าที่ของServer ไป ที่ช่วยกันทำงานและประมวลผล โดยฝั่งเราๆท่านที่เป็นผู้ใช้ อาศัยแค่มี_Device ธรรมดาๆ
ที่ต่อกับเครือข่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ Tablet Notebook หรือ PC ที่ไม่ต้องมีสเปคสูงๆ ก็สามารถใช้งานได้แล้ว
แถมยังสามารถเรียกใช้ได้ ทุกเวลาและ ทุกสถานที่ อีกต่างหาก จ๊อดมะ

ทุกวันนี้เราก็ใช้บริการ Cloud Computing กันอยู่แล้ว ทั้งอาจจะรู้ตัวและไม่รู้ตัว โดยมันสามารถแบ่งได้หลายหมวดหมู่ ดังต่อไปนี้

    • Infrastructure as a service (IaaS)
    • Platform as a service (PaaS)
    • Software as a service (SaaS)
    • Network as a service (NaaS)
    • Storage as a service (STaaS)
    • Security as a service (SECaaS)
    • Data as a service (DaaS)
    • Database as a service (DBaaS)
    • Test environment as a service (TEaaS)
    • Desktop virtualization
    • API as a service (APIaaS)
    • Backend as a service (BaaS)

อย่าเพิ่งมึนครับ ลองดู Chart ข้างล่าง จะมีการยกตัวอย่างของแต่ละหมวด ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
จะเห็นว่า อย่าง Gmail,Hotmail , Google Drive, Dropbox, Facebook,Twitter Hosting หรือแม้กะรทั่งหลายๆเกม ก็ล้วนเป็น
Cloud Computing ทั้งสิ้น มันใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด

แล้ว Cloud มันดียังไงล่ะ ถ้ามองในฝั่งว่าเราเป็นผู้จะใช้บริการ ประโยชน์ที่เราจะได้จาก Cloud

ลดต้นทุน (Cost Saving for Start up)

ถ้าเราอยากตั้งธุรกิจเล็กๆ ที่เพิ่งจะเริ่มต้น มีทุนจำกัด แต่เรามีความจำเป็นต้องตั้ง Server เองเพื่อใช้ email กับ website
ถ้าต้องไปลงทุนตั้ง Server เอง ก็คงมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ค่าHardware, Software ที่ลงในเครื่อง เช่าที่ต่อท่อสัญญาณ Admin ที่คอยดูแล
โอ้ แค่ไล่ๆก็ไม่เหนื่อยแล้วก็ชักไม่อยากรู้ราคาแล้ว ว่าต้องลงทุนด้วยตัวเองเท่าไหร่ โครงการที่คิดไว้ อาจพับเพราะท้อตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

แต่ถ้าเรา ก็ใช้ไป Cloud Coumputing ที่มีเค้าเปิดให้บริการอยู่แล้ว เราก็อาจช่ายค่าบริการจิ๊บๆแบบสบายกระเป๋า
แถมเราเองไม่ต้องคอยดูแล แก้ไข ปัญหาที่ต้องตามมา ทำให้เรามีเวลา Focus กับตัวธุรกิจหลักจริงๆของเราได้มากขึ้น

การเข้าถึงได้สะดวก (Anywhere Anytime)

ง่ายๆเลย เราไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องเดิมก็ยังได้ ถ้าสมมติแบตเตอรี่เครื่องหมด แล้วเราอยากจะซื้อหุ้น แค่เรายืมเครื่องเพื่อนแป๊บนึง
login เสร็จ ก็สั่งซื้อหุ้นได้แล้ว แล้วก็ยึดเล่นเกมต่อเลย นี่แหละ ข้อดีของ Cloud และเป็น คราว(ด์)ซวยของเพื่อน ห่ะๆ

มองเห็นป่าทั้งป่า (Bird Eye Views Vision)
ถ้าองค์กรที่สาขาจำนวนมาก การติดตามข้อมูลแต่ละสาขา อาจทำได้ยาก แต่ถ้่าเราสามารถดูข้อมูลจากแต่ละสาขาในแบบ Realtime ได้
การจะจัดการ วางแผนโดยเห็นภาพใหญ่ก็ทำได้สะดวกขึ้น

ถ้าเรามามองในฝั่งที่เราเป็นผู้ให้บริการ Cloud Computing ดูบ้าง ว่าทำไมธุรกิจที่ทำ Cloud มันถึงน่าสนใจ

ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว (Easy Expanding)
ลองคิดดูนะครับ ว่า Facebook, Google ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ก็สามารถโตขึ้นมาเป็นบริษัทระดับโลกได้ เพราะถ้า Bussiness Model
มันสำเร็จในพื้นที่แรก การจะทำซ้ำในพื้นที่ถัดๆไป ก็ทำได้ไม่ยากนัก อาจะมีการปรับเปลี่ยนเล็กๆน้อย
เพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่น เปลี่ยนภาษา เพิ่ม Function เล็กๆน้อย โดยที่แกนกลางยังคงเป็นตัวเดิม

เราหลับๆตื่นๆ เค้ากระจายตัวไปทั่วโลกแล้ว สมัยนี้ ไม่ใช่ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” หากแต่เป็นยุค “ปลาเร็วกินปลาช้า” กันแล้ว

ถ้าเป็นธุรกิจแบบเก่า กว่าจะขยายกำลังการผลิตได้ ต้องหาที่ สร้างโรงงาน เอาเครื่องจักรมาลง เพิ่มพนักงาน โอ้ เยอะจัด
มีทั้งต้นทุนเงินและต้นทุนเวลา ที่ต้องเสียไปเท่าไหร่

ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว (Easy to Adapt)
ถ้าเป็นธุรกิจแบบเก่า เช่น โรงงานผลิตสินค้าซักอย่าง ถ้ามีแผนจะ upgrade อะไรซักทีนึง แล้วมีจุดที่เราต้องไปทำการแก้ไขให้ลูกค้าซักแค่
76 แห่งใน 76 จังหวัด แบบนี้ก็ต้องใช้เวลาในการเดินทาง ติดตั้ง กันเป็นเดือนๆแล้วละครับ แล้วถ้ามีปัญหาติดตั้งพลาด ต้องกลับไปแก้อีก
โอ้ย ไม่อยากจะคิด

สมมติว่า เราทำ Cloud Service ซักอย่าง ยกตัวอย่างเป็น Application ก็แล้วกัน เค้าเพียงแค่ ปรับเปลี่ยน Feature แล้วออก Version
ใหม่ ลูกค้าคนก่อนๆที่เคย download ไป สมมติซัก 1 ล้านคน ก็จะถูก update ได้ด้วยตัวเองเพียงการจิ้ม update ไม่กี่อึดใจก็เสร็จ
เสร็จแล้วครับ แค่นั่นแหละ เหมือนที่เรากด update เกมกันบ่อยๆอ่ะ

ซึ่งวิธีคิดง่ายๆแบบนี้ จะทำให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว จนแทบจะชี้เป็นชี้ตายให้กับธุรกิจกันเลย

แต่ในการเข้าถึงได้ง่ายของ Cloud ก็เป็นเหมือนดาบสองคม ที่คู่แข่งก็มีโอกาสจะเข้ามาในตลาดและช่วงชิงลูกค้าไปได้ หากว่า
คูเมืองของเจ้าของพื้นที่เดิม ไม่กว้างและลึกพอ

ในปฐมบทนี้ ก็คงจะขอเกริ่นเรื่อง Cloud Computing ไว้เพียงเท่านี้ ก็น่าจะพอให้เห็นภาพกันบ้าง สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคย
ท้ายที่สุดแล้ว Trend ของธุรกิจ ที่ต้องแข่งกันด้วย ต้นทุน ข้อมูล และการจัดการ คำตอบก็จะมาจบลงที่ Cloud ไม่มากก็น้อย
(Cloud At Las(t)) เพราะทุกสรรพสิ่งล้วนเชื่อมถึงกัน

(ภาพซูมออกจากเมฆ เห็นท้องฟ้า เลื่อนลงมาที่ม้านั่งตัวเดิม)

Mimi : ทีนี้เข้าใจอะยัง
Uly : งืมๆ เข้าใจแล้ว….ว่า กินหนมแล้วไม่มีน้ำแล้ว มันฝืดคอจริงๆ เอ๊ะนั่นตัวไรอะ
Mimi (หันไปดู แต่ไม่เจออะไร ได้ยินแต่เสียงดูดน้ำ ซูดดดด คลอกๆ)

Mimi : @#^%
(ผ่าง) เสียงฝาอลูมิเนียมกระทบอะไรบางอย่าง ^^!

17 ธันวาคม 2555
โดย 1154 (แชน)

Advertisements

ติดอาวุธนักลงทุน

มาตรฐาน


หัวข้อนี้ไม่มีอะไรมากครับ ก่อนจะออกรบ ล่าสัตว์ จะเป็นแค่ กระต่ายหรือกระทิง สิ่งที่
สำคัญอย่างนึง ที่ต้องมี อาวุธ การลงทุนก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะตัดสินใจลงทุนตัวไหน
คงต้องทีการเก็บรวบรวมข้อมูล ภาพ vdo กราฟ จิปาถะ

ท่านที่เป็น Geek อยู่สาย IT อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยครับ ข้ามไปได้เลยครับ
แต่ถ้าท่านไม่ใช่ หวังว่าบทความนี้พอจะเป็นประโยชน์ต่อท่านบ้างไม่มากก็น้อย ^^

A. Cloud Storage + Online Document

ผมแนะนำให้เก็บไว้ใน Cloud Storage นะครับ เพราะถ้าเกิด computer เรามีปัญหา เช่น Hdd เน่า หรือ Notebookหาย
ข้อมูลพวกนี้ก็จะยังอยู่ใน Cloud หรือแปลง่ายๆก็คือ ยังอยู่ใน Internet ที่เป็นส่วนเฉพาะของเรา เราจะดึงมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้

Google Drive

ก่อนหน้านี้เข้าจะใช้ชื่อ Google Docs แยกกับ Google Drive แต่ตอนนี้มารวมกันเป็นชื่อเดียวไปเลย
อันนี้ต้องมี Google Account ก่อนนะครับ  ส่วนใครที่ใช้ Gmail อยู่แล้ว แต่ไม่เคยใช้ เมนูมันจะอยู่ด้านบนนะครับ

ใน Google Drive ทำอะไรได้บ้าง หลักๆนอกเหนือจะเป็น Cloud Storage แล้ว ที่สามารถเข้าไปใช้งานได้ทุกที่ เพียงแค login
หรือติดตั้งโปรแกรม Google Drive (อันนี้แนะนำเฉพาะเครื่องส่วนตัวของเราเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น PC Notebook Table มือถือ)
พอติดตั้งแล้ว มันจะมาโผล่ใน แบบนี้เลยครับ แล้วเราก็ save หรือเอางานไว้ในห้องพวกนี้ได้เลย


ถ้ายังไม่เข้าใจ ลองดู VDO สั้นๆนี้จะทำให้เข้าใจได้เยอะ

และความสามารถในการสร้างเอกสาร หรือ เราจะ import จากที่เราทำไว้อยู่แล้วก็ได้ support format .doc .xls
นึกง่ายๆว่าคล้ายๆ MS Office ฉบับย่อมๆเลยครับ พวก Excel นี่ใส่สูตร เขียนกราฟได้หมด ใช้ทำ Poll แบบสอบถามก็ยังได้

ที่ผมแปะๆใน Blog พวก Valuation หรือ Port ของผม ใช้ Google Drive นี่แหละครับ ทำเสร็จ export embed มาฝัง
ใน Blog ได้เลย แถมเราแก้อะไรที่ำำไฟล์ต้นฉบับ ใน blog ก็จะเปลี่ยนให้อัตโนมัติเลย เทพอะ

Google Drive นี่แหละที่ Microsoft Office กลัวมาก จนต้องยอมทำ Cloud Version ออกมาด้วย
ในระยะยาว แนวโน้มจะมาที่ Cloud Service หมดล่ะครับ Computer ไม่จำเป็นต้องมีโปรแกรมอะไร
ต่อ internet แล้ว login มาใช้ได้เลย

สมัครและ Download ได้ที่ https://www.google.com/intl/en_US/drive/start/index.html

ส่วน Cloud Storage  ก็มีให้บริการอีกหลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น Dropbox ที่เป็นคนแรกๆที่คิด Model นี้
Skydrive ของ Microsoft หรือ SugarSync น้องใหม่ก็ตามที

ส่วนผมก็ยังใช้ Dropbox กับ Google Drive ควบคู่กันไป Dropbox มีดีตรงที่ ถ้า file เป็นรูปภาพ มันจะ
generate เป็น thumnail ให้เห็นก่อน (อันนี้ผมเขียนไปเสนอเค้าเองละครับ หลังจากที่ผมเคยมี แล้วก็เอาออกไป)

สมัครและ Download ได้ที่ https://www.dropbox.com
หรือค้น “Dropbox” ใน App Store ของ iOS หรือ PlayStore ของ Android ได้เลย

ทุกวันนี้ ผม upload file พวกบัตรประชา ข้อมูลหุ้นแต่ละตัว ทุกอย่างไว้ในนี้หมดครับ
ฉะนั้น ไม่ต้องกลัวว่า มันจะหายไป และผมสามารถเรียกใช้งานได้ทุกที่ แม้นว่าเครื่องจะหายก็ตาม (แต่ไม่หายจะดีกั่ว ฮ่ะๆ)

อันนี้เป็น Folder ใน Cloud Store ส่วนนึงของนะครับ
ไม่ได้ใบ้หุ้นแต่ประการใด ไม่ต้องตามนะครับ ถ้า Cap เต็มๆมีเป็นร้อย ฮ่ะๆ
(20 พ.ย. 55ขออนุญาทำ Blur นะครับ)

A2. SlideShare
อันนี้เหมาะสำหรับ Files พวก Presenation พอเรา upload ขึ้นไป มันก็ทำกล่องให้จิ้มเลื่อนได้เลย
เพราะถ้าเอามาแปะใน Blog คิดดูนะคับ 40 หน้า มันจะยาวขนาดไหน (มันก็ยาว40หน้านั่นแหละ ^^!)
เอามาฝังในกล่อง สะดวก และดูดีกว่ากันเยอะครับ

A3. Google Reader & Widget
ตัวนี้เคยแนะนำไว้ใน Fanpage หนนึงแล้ว บววกับคุณ Tod แนะนำมาอีก ไอ้ผมก็ลืมไปซะได้ ฮ่ะๆ
Google Reader จัดเป็น Rss Feed Reader ที่ดีที่สุดตัวนึงนะครับ
RSS ย่อมาจาก Really Simple Syndication เป็น บริการที่อยู่บนอินเตอร์เน็ท จัดทำข้อมูลข่าวสารให้อยู่ในรูปแบบ XML
เพื่ออำนวยความสะดวกให้ กับผู้ใช้ โดยส่งข่าวหรือข้อมูลใหม่ๆ ให้ถึงเครื่องตลอดเวลาที่มีการ Updateไม่ต้อง
เสียเวลาเปิดเว็บไซต์เข้ามาค้นหา เวลาเข้าไปตามเว็บต่างๆ มักจะมีปุ่มส้มๆ หน้าตาแบบนี้ครับ https://i0.wp.com/www.grandchina.com/themes/default/images/icon-rss.png
พอเราจิ้มไปแล้ว และเราสมัคร Google Account ไว้แล้ว มันก็จะเข้าไปในคลังของเราได้เลย
เวลา Blog หรือเว็บนั้นๆ มีข่าวใหม่ ก็จะยิงมาหาเราทันที

ส่วนภาพข้างล่างนี้เป็น Widget ของ Android นะครับ ของ iOS ยังไม่รองรับ Widget ครับ
ยกตัวอย่างของ RSS ก็จะอยู่ที่หน้า
http://www.set.or.th/th/rss/rss_p1.html

A4. iPad Reader
ปกติเวลาพวกงบออก หรือเราจะอ่าน 56-1 จะอยู่ในรูปของ zip file ก็มีหลาย App นะครับที่อ่านได้
แต่ตัวที่จะแนะนำคือ iZip ตัวนี้มีทั้งฟรีและ สามารถเปลี่ยนชื่อ edit ได้ หรือ upload ขึ้น dropbox ได้ด้วย



B. การจับภาพหน้าจอ

ถ้าอยู่ใน PC ผมแนะนำ 2 ตัวที่ฟรีนะครับ  “Jing” กับ “Sharecapture”

ฺB1. Jing ตัวนี้ Capture ได้ทั้งภาพ และ VDO ครับ จะใส่ข้อความ ลูกศร เพิ่มก็ได้
พอ capture เสร็จ ก็ share ทาง web ได้เลย ว้าว

Download ได้ที่ http://www.techsmith.com/jing.html

B2. Sharecapture อันนี้จะตัวเล็ก กิน resource น้อยกว่าเยอะ  แต่จะเลือกขอบเขตและ มันจะ upload ขึ้นเว็บได้เลย
เราก็เพียงแค่เอา url ของภาพไปบอกเพื่อน หรือเอาไปใช้ได้เลยครับ จริงๆ เีพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ถ้าไม่edit อะไรเพิ่มเติม

Download ได้ืัที่ http://sharecapture.com

B3. iOS : iPad,iPhone จับภาพหน้าจอได้ง่้ายๆเพียงแค่ กดปุ่ม “Home+ Power” พร้อมกัน แล้วเราค่อยไป Crop ใน Photo
แล้วถ้าเรากลัวหาย ก็จับ upload ขึ้น Google Drive หรือ Dropbox อีกต่อ หรือยิง mail หาตัวเองก็ได้ (Synergy กันฉุดๆอ่ะ)

B4. Android แล้วแต่ยี่ห้อ+Firmware Rom นะครับ อย่าง HTC ก็เลือก Home+Power เหมือนกัน
หรือจะใช้ App ต่างหากก็ได้ ลองค้นคำว่า Screen Capture ครับ มีให้เลือกเพียบ ใช้วิธีนับถอยหลัง หรือเขย่า(ครับ เขย่าจริงๆ)

C. จิตวิทยาการลงทุน

C1. เกมหุ้นสินธร
ถ้าของไทยที่เป็นเกมให้ทดลองลงทุนดูบ้่างก็จะมีของเกมหุ้นของห้อง สินธร Pantip
เค้าจะมีเงินตั้งต้นให้ 1 ล้านบาท ก็ลองลงทุนดูครับ ถึงแม้นจะไม่ใช่เงินจริงๆ อาจจะ ขาดเรื่องความรู้สึกจริงไปบ้าง
แต่ก็อาจพอจำลองประสบการณ์ได้บ้าง
http://stockgame.pantip.com

C2. เกม Stock Wars

เป็นเกมจำลองซื้อขาย หุ้นของต่างประเทศครับ อันนี้วุฒิแนะนำให้ลองมาเล่นดู เหมาะกับคนที่อยากลองลงทุนในต่างประเทศ
นะครับ ส่วนตัวคิดว่ายากว่า เพราะเราไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นธุรกิจของเค้าเลย เว้นแต่หมวด IT ที่พอได้ทดลองใช้อยู่บ้าง

C3. เกมไพ่โป๊กเกอร์ เท็กซัส โบย่า เป็นเกมไพ่ที่จำลองสถานการณ์ คล้ายกับการลงทุนในหุ้นมากที่สุดเกมนึง
เพราะในแต่ละครั้ง ทุกคนจะได้ไพ่ 2 ใบมาก่อนเป็นความลับ และจะค่อยๆมีการแจกไพ่กองกลางเพิ่ีมขึ้นมาเรื่อยๆ
และจะมีการเก ในแต่ละรอบ  สุดท้ายแล้ว บนโต๊ะจะมีไพ่ 5 ใบ เราก็ของแต่ละคน 2 ใบ รวมเป็น 7 ใบ
ให้เราเลือกไพ่ 5 จาก 7 ใบมา ใครได้คะแนนสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ

แล้วมันคล้ายกับหุ้นยังไงนะเหรอ คืองี้ครับ แทบทุกโต๊ํะ จะมีนักเล่นหลายแบบ บางคนก็ใจร้อน ชอบได้เสียเร็วๆ
เกเงินครั้งละมากๆ ทั้งๆที่ำมีไพ่แค่ 2 ใบของตัวเอง และไม่เห็นไพ่กองกลางด้วยซ้ำ ก็ไม่แตกต่าง คนที่ลงทุนในหุ้น
ทั้งๆที่มีข้อมูลไม่มากพอ แต่ก็ลงเงินไปเกินกว่าข้อมูลที่มี ถึงแม้เราจะได้คู่ A แต่ถ้าำ่ไพ่กองลางออกมาเป็นหน้าต่ำ
คู่แข่งได้ไพ่เรียง เราที่ได้คู่ A ก็มีโอกาสแพ้ได้ง่ายๆ เหมือนกับหุ้นที่เรามองผ่าน แล้วคิดว่าดี แล้วซักเข้าตัวเดียวเต็มพอร์ต
ก็อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้

แต่ถ้าเราหมอบเกือบทุกครั้งที่ได้ไพ่ไม่ค่อยดี แล้วค่อยสู้ในเกมที่มีโอกาสที่ชนะมากๆเท่านั้น ก็มีโอกาสชนะ แต่อาจจะช้า
ไปซักหน่อย ทั้งนี้ ก็เลือกแผนให้เหมาะกับ จริต เป้าหมาย และความสามารถ ของตัวเองนะครับ

ใครที่ไม่เคยเล่น Poker มาก่อน ในเกมเค้าก็จะมีสอนครับ ไม่ยากๆ ลองดูครับ

คำเตือน : เกมนี้ ถ้าเล่นแล้ว มีโอกาสติดสูงมาก ฉะนั้น นอกจากฝึกจิตวิทยาการลงทุนแล้ว
ยังเป็นการฝึกจิตตัวเองให้
แบ่งเวลาให้ได้ด้วยนะครับ ^^!

รอบนีั้ ไว้เท่านี้ก่อนนะครับ ถ้านึกอะไรได้จะมาเขียนเพิ่มเติมเรื่อยๆครับ ^^

เขียนครั้งแรก โดย แชน (1154)
19 พ.ย 55