Tag Archives: hmpro

เนื้อเรื่องย่อ


นึกประเด็นได้ต่อ ขอเขียนออกมาเป็นภาค2 แล้วกันครับ เริ่มกันเลย โอ้ เย่

วิเคราะห์ตลาดและความสามารถในการแข่งขัน

ผมอยากรู้ว่ายอดในสาขาระหว่าง HomePro กับ Global เป็นยังไงบ้าง จริงๆอยากรู้ ไทวัสดุ ด้วย
แต่เค้าไม่ได้อยู่ในตลาด เลยไม่มีตัวเลข เอาเป็นว่าทำเทียบกัน 2 ตัวแล้วกันครับ
โดยดึงข้อมูลจากทีเ่ปิดเผยสาธารณะจาก Set.or.th ได้ออกมาเป็นอย่างนี้

จากตาราง วิเคราะห์อะไรได้บ้าง? ผมวิเคราะห์ได้อย่างนี้

ตารางนี้คิดจากฐาน 9 เดือน แล้วแปลงเป็นต่อปีนะครับ

รายได้/สาขา ของ Global ดีกว่า Hmpro ทั้งๆ 12สาขาที่เปิดอยู่ในต่างจังหวัดทั้งหมด
และยังไม่มีสาขาในกรุงเทพเลย แสดงว่า หัวเมืองในต่างจังหวัดโดยเฉลี่ยมีกำลังซื้อมาก ไม่น้อยไปกว่าในกรุงเทพเลย
เผลอๆอาจจะมากกว่าในบางสาขาด้วยซ้ำ แต่ด้วยอัตรากำไรสุทธิของ Hmpro มากกว่า ทำให้กำไรสุทธิต่อสาขาชนะไปได้


SSS (SSGS) ของ Global จากข้อมูล OppDay ผมเอาตัวเลขล่าสุดของปี 2010 อยู่ที่ 12.7% ซึ่งถือว่าสูงมากจนน่าตกใจ

เพราะ 7-Eleven SSS อยู่ที่ 5% เท่านั้น สมมติปีนี้ให้ %SSS อยู่ที่ซัก 12% ในปี 2011 แล้วก็เป็น 10%ในปี 2012 ก็ยังถือว่าเยอะมากอยู่ดี

และถ้ายอดขายในพื้นที่เดิมๆเริ่มโตลดลง การขยายสาขาไปในจังหวัดใหม่ๆในช่วงที่รัฐส่งเสริม และดอกเบี้ยต่ำ ก็เป็นจังหวะที่ควรทำ

จุดเด่นของ Global อย่างนึงคือ ผู้ซื้อสามารถขับรถเข้ามาแล้วขนของออกไปได้เลย ในเวลา 10 นาที หรือจะให้ส่งถึงบ้านก็ยังได้  โอ้ จอร์จ แบบนี้ได้ใจลูกค้าไปเต็มๆ
ฉะนั้นไม่น่าแปลกใจที่ยอดขายต่อสาขาในตจว.นั่นเยอะเพราะอะไร

แต่ค่าเช่าในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในห้างก็สูงกว่าตจว.เป็นธรรมดา ทำให้เราเห็นว่า
สุดท้ายแล้ว รายได้หักค่าใช้จ่าย ทำให้กำไรสุทธิ 9 เดือนอยู่ที่ 0.24 บาท/หุ้น เท่ากัน

แล้วทำไม Hmpro มี NPM ดีกว่าล่ะ อย่างที่ได้เขียนไปในภาคแรกแล้วว่า ส่วนนึง Hmpro มีสินค้าที่เป็นยี่ห้อของตัวเองที่มีกำไรดีกว่า ตรงนี้ถ้ามองเป็นโอกาสของ Global ที่จะทำ House Brand ของตัวเองที่จะเพิ่ม NPM ขึ้นไปได้อีก ซึ่งเท่าที่ดูจากWeb ของ Global ก็มีประกาศรับคู่ค้าทางธุรกิจ รวมทั้งพนักงานทั่วประเทศอีกเป็นจำนวนมาก

การที่มีสาขาจำนวนมากขึ้น ทำให้สามารถต่อรองราคาสินค้าได้ถูกลง และค่าใช้จ่ายในส่วนที่ทำครั้งเดียว เช่น การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เมื่อมีจำนวนสาขาเพิ่มมากขึ้น ก็ทำให้ต้นทุนต่อสาขาลดลง นั่นก็คือกำไรที่เพิ่มขึ้น

ทำความรู้จักผู้บริหาร

วิทูร สุริยวนากุล
กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด ที่จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง เครื่องสุขภัณฑ์และของตกแต่งบ้านครบวงจร จบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในสาขาวิศวกรรมโยธา ในปี 2522 ก่อนที่จะเริ่มงานครั้งแรกด้วยงานรับเหมาก่อสร้างบ้านที่อยู่อาศัยในจังหวัด ร้อยเอ็ด ตลอดระยะเวลากว่า 7 ปีนั้น ก็มีความคิดว่าในเมื่อทำอาชีพรับเหมาก่อสร้างแล้วทำไมไม่จำหน่ายสินค้าวัสดุ ก่อสร้างไปด้วย

จากนั้นเขาจึงได้ทุ่มเททุนส่วนตัว ลงทุนเปิดกิจการ โดยเปิดร้านจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง เครื่องสุขภัณฑ์และฮาร์ดแวร์ต่างๆ ภายใต้ชื่อร้าน บริษัท ร้อยเอ็ดฟาร์ม จำกัด ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด ต่อมากิจการรุ่งเรืองมาก จึงได้ขยับขยายบริเวณใกล้เคียงกัน เปิดร้านจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง โดยเพิ่มสินค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

จากประสบการณ์ที่ได้เก็บเกี่ยวมาจากผู้รับเหมาก่อสร้าง จนถึงเปิดร้านจำหน่ายขนาดเล็กมากว่า 16 ปีนั้น ทำให้เขาได้เล็งเห็นความก้าวหน้าทางธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง จึงได้ผุดห้างโกลบอลเฮ้าส์แห่งแรกที่จังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณถนนสายเลี่ยงเมือง ใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท โดยการรวบรวมอุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องสุขภัณฑ์ อุปกรณ์ตกแต่งบ้านทุกชนิดที่หลากหลาย พร้อมทั้งนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาดึงดูดใจลูกค้า

ต่อมาในกลางปี 2543 เขามีเป้าหมายที่จะขยายสาขาในระดับภูมิภาค ซึ่งจังหวัดที่มีศักยภาพเป็นเมืองเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนนั้น คือ จังหวัดขอนแก่นและอุดรธานี จึงได้ขยายสาขาเพิ่ม ด้วยใช้เงินลงทุนสาขาละ 300-400 ล้านบาท เพื่อให้ลูกค้าทุกระดับใช้เลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

เขาบอกว่า กลุ่มลูกค้าของเขานั้น ไม่ได้แยกเป็นระดับล่างหรือบน แต่ลูกค้าเป็นกลุ่มที่ต้องการก่อสร้าง ต่อเติมบ้าน ตกแต่งบ้าน โดยมีทั้งประชาชนทั่วไป ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือผู้ประกอบการธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ก็ล้วนเป็นลูกค้าของเขาทั้งสิ้น ทำให้ในปี 2548 ที่ผ่านมา ได้ผุดสาขาขึ้นอีก 1 แห่ง ที่จังหวัดเชียงใหม่ และได้เปิดให้บริการไปแล้ว นอกจากนี้ยังวางแผนที่จะขยายสาขาอีกหลายจังหวัด โดยอาจจะเป็นที่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจพื้นที่อยู่

เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องก่อตั้งสาขาให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค แต่สิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้ก็แสดงให้เห็นว่า เราอาจจะขยายได้ทุกพื้นที่ถ้ามีโอกาสและมีศักยภาพมากพอ ซึ่งการที่เราขยายสาขานั่นก็แสดงให้เห็นว่าประชาชนในพื้นที่ก็จะมีงานทำด้วย โดยในแต่ละสาขานั้น จะมีพนักงานไว้คอยบริการ ประมาณ 500-600 คนต่อสาขา วิทูร บอก

รายได้จากการประกอบการในแต่ละปีนั้น เขาบอกว่า ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลลดหย่อนภาษีด้านอสังหาฯ ทำให้บริษัทได้ผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจ โดยในปี 2547 ธุรกิจโตประมาณ 40-50% เนื่องจากการเปิดสาขาที่จังหวัดอุดรธานี และเชื่อว่าพอเปิดสาขาที่จังหวัดเชียงใหม่แล้ว จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอีก

ในส่วนของตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้น เขามองว่า ตลาดการก่อสร้างยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่จะอยู่ในระดับค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวาเหมือนปีก่อน แต่การก่อสร้างบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยของประชาชน ก็ยังเป็นตัวหลักอยู่ โดยเฉพาะขณะนี้ รัฐบาลปล่อยราคาน้ำมันให้เป็นไปตามกลไกของตลาดโลก ยิ่งทำให้วัสดุก่อสร้างบ้านราคาแพงขึ้น ดอกเบี้ยของธนาคารปรับเพิ่มด้วย

“ผลของความสำเร็จกับธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง อยู่ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจกับเรา จุดแข็งของธุรกิจนั้น มาจากโกลบอลเฮ้าส์มีสินค้าครบ หลากหลาย ราคาเป็นกันเอง และการบริการหลังการขายที่ดี โดยสินค้าที่ซื้อทุกตัวจะมีการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน หรือตามคุณภาพของสินค้านั้น ๆ โดยถือคติที่ว่า ซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและทำให้ลูกค้าพึงพอใจ ทำให้กิจการของเราได้รับการตอบรับที่ดี” วิทูร บอก

จาก http://www.bangkokbiznews.com/2006/02/10/WW53_5310_news.php?newsid=11108
10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 โดย มยุรี อัครบาล

วิเคราห์ผู้บริหารและปัจจัยแวดล้อม

จากประวัติของคุณวิทูร สุริยวนากุล จะเห็นว่า เริ่มจากเป็นวิศวกรโยธา ทำให้เข้าใจว่าธุรกิจก่อนสร้างต้องการอะไร แล้วตอนหลังถึงขยาย
Line สินค้ามาเป็นพวกเครื่องมือ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านด้วย แบบเดียวกับ HomePro โดยจะเน้นภาึคอีสานเป็นหลัก เพราะอยู่ในภูมิลำเนาที่
ตัวเองถนัด แต่ก็จะขยายสาขาตามหัวเมืองที่มีศักยภาพ

อีกตัวเร่งนึงคือ Global ถูกทางเพิ่มในMorgan Stanley Capital International Global Small
หรือ MSCI Thailand Index (Small Cap.) ซึ่งจะทำให้หลายๆกองทุนหันมามองมากขึ้น

ปัจจัยที่แตกต่างในการขยายสาขาคือ Global เลือกที่จะลงทุนบนพื้นที่ของตัวเอง และเน้นพื้นที่ที่ตัวเองชำนาญและคุ้นเคย
แืทนที่จะตะลุยเช่าในพื้นที่มี Premium สูงอย่าง Hmpro หลายคนอาจจะมองว่าออกแนวอนุรักษ์นิยมไปหน่อย
อาจะเสียโอกาสในการจับจองหัวหาดสำคัญ

แต่ถ้ามองในแง่ดี ก็มองได้ว่า เค้าเลือกเล่นในเกมที่ถนัด และรอจังหวะบุก เหมือนอย่างในปีนี้
สังเกตที่เป็นตัวหนังสือสีเขียวในข่าว จะเห็นว่าช่วงที่รัฐบาลลดหย่อนภาษีภาคอสังหาฯ ในปี 47 Global ขยายตัวได้ 40-50%
ซึ่งสถานการณ์ซ้ำรอยกับช่วงที่เขียนนี้เป๊ะ (ปลายปี54-ปี55) ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ประกาศกระตุ้นอสังหาฯ Global ก็ประกาศ
ขยายสาขาอีก 40% เช่นเคย เข้าข่าย รอจังหวะบุกจริงๆ

ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ท่านอื่นที่น่า่สนใจ

1. โดยคุณ SIRIPORN ARUNOTHAI ธนชาติ


อ่านฉบับเต็มได้ที่ http://admin.thanachartsec.co.th/upload/research/T110622.pdf

ปิดท้ายด้วยเพลงที่รอวันพิสูจน์ว่า Global จะเป็น SuperStar อีกตัวได้มั้ย

29 ธันวาคม 2554
@Shaen

อ่าน Global The Next Star ภาค3

ย้อนอ่าน Global The Next Star ภาค1

ปล เป็นความเห็นที่เกิดจากข้อมูลที่ผู้เขียนทำการค้นคว้า และบันทึกเพื่อประโยชน์ในการค้นข้อมูลย้อนหลังของตัวเอง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและตัดสินใจครับ

Global The Next Star ภาค2

Advertisements
เนื้อเรื่องย่อ

ออกตัวก่อนว่า ส่วนตัวมี HMPRO อยู่นานมากแล้ว ตั้งแต่ปี 49 แต่เสียดายที่คิดเป็นสัดส่วนน้อย เลยอยากจะเก็บเพิ่ม
เพราะหลังแจกปันผลเป็นหุ้นแล้ว ลุ้นเด้งที่6 (อย่าง QH ที่เอาประเด็นนี้มาเล่นบ่อยมาก เพราะกำไรร่วม 10 เท่า)

แต่ปัญหาคือ HMPRO มีค่า Premium อยู่มาก ส่วนนึงเพราะธุรกิจ ส่วนนึงเพราะ 2 ดร.จาก Money Talk ถือ
ส่วนนึงเพราะแจกปันผลเป็นหุ้น (อ่านเรื่อง Premium ของดร.นิเวศน์ได้ที่ http://portal.settrade.com/blog/nivate/2011/12/19/1083 )

เลยไปมอง GLOBAL ก็เป็นธุรกิจที่มี Biz Model ใกล้เคียงกับ HMPRO มาก แต่จะเน้นไปในพื้นที่ต่างจังหวัดมากหน่อย
คนในเมืองเลยอาจจะไม่ค่อยคุ้นมากนัก ทำให้ัค่า Premium ยังไม่สูงเท่า Brand ที่ติดปาก ในธุรกิจเดียวกันอย่าง HomePro

มาดูประวัติ Siam Global กันหน่อย

บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 เพื่อประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้า (Distribution Business) โดยเน้นในหมวดวัสดุก่อสร้างและสินค้า DIY (Do It Yourself) ภายใต้อาคารหลังเดียวกัน จะเป็นธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกประเภทบริการตัวเอง ซึ่งเป็นธุรกิจจัดจำหน่ายแนวใหม่ ได้ก่อให้เกิดผลต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคภาย ในประเทศไทยอย่างมาก กล่าวคือ เดิมตลาดในประเทศจะมีผู้ประกอบการรายย่อยเป็นจำนวนมากทำให้อำนาจการซื้อ กระจายส่งผลทำให้ราคาสินค้าถูกกำหนดโดยผู้ผลิตเป็นส่วนใหญ่แต่เมื่อมีธุรกิจ จัดจำหน่ายประเภท Cash & Carry เข้ามา ตลาดได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นตลาดของผู้ซื้อมากขึ้น โดยที่ผู้บริโภคเข้ามามีบทบาทในการกำหนดราคาและรูปแบบของสินค้าที่ต้องการ ได้มากขึ้น โดยผ่านกลไกทางการตลาดของธุรกิจประเภท Cash & Carry

ปัจจุบัน โกลบอลเฮ้าส์มีสาขาที่เปิดดำเนินการแล้ว 13 สาขาทั่วประเทศ มีพื้นที่ให้บริการรวมมากกว่า 250,000 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่จอดรถเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้ากว่า 89,000 ตารางเมตร โดยมีสินค้าหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากกว่า 70,000 รายการ พร้อมทั้งการบริการครบครันเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า

  1.     สาขาร้อยเอ็ด
  2.     สาขาขอนแก่น
  3.     สาขาอุดรธานี
  4.     สาขาเวียงกุมกาม
  5.     สาขาระยอง
  6.     สาขาชลบุรี
  7.     สาขานครปฐม
  8.     สาขาราชบุรี
  9.     สาขากาฬสินธุ์
  10.     สาขานครสวรรค์
  11.     สาขามหาสารคาม
  12.     สาขาหนองคาย
  13.     สาขานครราชสีมา เปิด 8 ตุลาคม 2554
  14.     สาขาสกลนคร – เปิด 18 ก.พ.55
  15.     สาขานครพนม – เปิด 7 เม.ย.55
  16.     สาขาสุรินทร์ – จะเปิดราว ก.ค.55

Website : http://www.globalhouse.co.th

  • Construction / Building :About 35% to 40% of all products, e.g. Steel, Wood, Wire Mesh, Barbed Wire, PVC Pipe, Tile, Cement,Gypsum Board, Insulator, Roofing, Polycarbonate Sheet, etc.
  • Tools / Hardware: Nails, Screws, Grinding Machines, Drillers, Air Pressure Guns, Welding Machines, and so forth,
  • as many as Safety Equipments and Gardening Accessories.
  • Ceramic: High quality from both domestic and import.
  • Paint / Chemical: Many well known brands, such as,TOA, ICI, Captain, Nippon Paint, Jotun, etc.
  • Door / Window: Wooden, PVC, or Aluminum, with or without glass, together with hinge and handle.
  • Plywood / Lumber: Partition for walls and fences, lath and studs, ceiling pranks, stairs, along with eave and edging supplies.

ลองดู Catalog ของ Global ดูครับ แล้วจะเข้าธุรกิจมากขึ้น ว่าเค้าขายอะไร บ้าง

http://www.globalhouse.co.th/download_promotion.php

จะเห็นว่า Global วางตำแหน่งทางการตลาดของตัวเองไว้ค่อนข้างต่ำ กล่าวคือ จะเจาะตลาดตั้งแต่กลุ่้มล่างสุด
จึงจะเห็นว่า สาขาจะตั้งอยู่ในทำเลรอบนอกหน่อย ค่าที่ดินจะไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเจ้าอื่นๆ แต่เมื่อพัฒนา
ไปเรื่อยๆ จะด้วยการสร้างตลาดนัดเสริม ทำให้มูลค่าของสินทรัพย์เพิ่มขึ้นมาไ้ด้อีกทง

ถ้า เทียบ HomePro เป็นนักร้อง ก็คงไม่พ้นได้แชมป์ The Stars หรือ AF ไปแล้ว การจะไปจ้างนักร้องระดับนี้มาร้องใ้ห้งานเรา
แน่นอนค่าตัวก็แพงเป็นธรรมดาตามศักดิ์ศรี ดีกรีที่ได้ยอมรับกันในวงกว้าง

แต่บ่อยครั้งที่เราเห็น คนที่ไม่ได้ชนะเลิศในเวทีใหญ่ หรือนักร้องหน้าใหม่ ที่ค่อยๆสร้างกระแสจากเวทีเล็กๆ หรือปล่อยคลิปตาม Internet
แล้วค่อยๆไ้ด้รับความนิยมเพิ่มขึ้น อย่าง Room39, Singular, โปงลางสะออน ก็มีสิทธิ์ประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน

ซึ่งถ้ามองในแง่ผลตอบแทนแล้ว เผลอๆอาจจะมากกว่า จ้าง SuperStar เพราะค่าตัวของนักร้องหน้าใหม่ไม่สูงเท่า
และในอนาคต เมื่อความนิยมค่อยๆแพร่กระจายไป ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่แล้ว ก็มีสิทธิ์เลื่อนชั้นเป็น Super Stars
กับเค้าได้ จะขอขึ้นค่าตัวให้สมศักดิ์ก็สมเหตุสมผล

มาลองดูผลประกอบการย้อนหลังเปรียบเทียบกัน


เปรียบเทียบ : กำไรต่อหุ้น 2 ปีหลัง 2553 กับ 2554 เท่ากันเป๊ะ ที่ 0.38 และ 0.24(3Q54)
ROA ROE NPM ก็ตาม HMPRO มาติดๆ แต่ HMRPO มีสาขาในกรุงเทพมาอยู่มาก ทำให้สามารถตั้งราคาสินค้าได้สูงกว่า
ส่วนนึงมีิสินค้าที่เป็น House Brand ของตัวเอง ที่มีกำไรมากกว่าด้วย

ประสบการณ์ ผมเคยซื้อแท้งเก็บน้ำ เลยไปสืบราคาจาก HomePro กับ ร้านข้างนอกปรากฏว่า สินค้ายี่ห้อเดียวกัน แบบเดียวกันเป๊ะ
ราคาต่างกันหลายสิบ% แต่ HomePro ก็เน้นขายความสะดวกให้กับคนเมืองเป็นหลักอยู่แล้ว

มีอยู่ช่วงนึงก่อนที่ HMPRO จ่ายปันผลเป็นหุ้น  Consensus ต่างให้เป้าหมายทั้งคู่ืที่ 11 บาทเท่ากันเด๊ะ
แต่หลังจ่ายแล้ว ปรากฏว่า HMPRO กลับยืนอย่างทรนง แต่ GLOBAL กลับดูหน่วงๆ (ฟังเพลงประกอบ)

ในปี 55 GLOBAL จะมีเปิดสาขาเพิ่มอีก 5-6 สาขา จากเดิม 13 สาขา กับเท่า ขยายตัวเติมขึ้นประมาณ 40%
ประมาณการรายได้จาก Consensus ก็จะให้เพิ่มขึ้น 40%จากปีนี้ จากกำไรต่อหุ้น 0.30 เป็น 0.42 = 40%
http://jo.klongjan.com/go.php?to=http://www.ryt9.com/s/iq05/1283959

HMPRO เดิมมี 45 สาขา จะขยาย 8-10 สาขาต่อปี สิ้นปี55 ก็จะมีราว 53-55 สาขา คิดเป็นเพิ่มขึ้นราว 20%(ไม่นับ SSGS)
GLOBAL จะขยายสาขาโดยเทียบเป็น % ที่มากกว่า แต่ HMPRO มีความเป็น Brand Premium สูงกว่า
ซึ่งผมก็มองว่าสมเหตุสมผลที่ให้ราคาเท่าๆกัน เพราะ EPS 2 ปีเท่ากัน อยู่ในธุรกิจเดียวกัน และ ประมาณการรายได้ปี 55 ก็ใกล้ๆกัน

ราคาย้อนหลังของ GLOBAL

ราคาย้อนหลังของ HMPRO

จะเห็นว่าราคาและผลประกอบการของ HMPRO กับ GLBOAL ไปในทิศทางเดียว จนกระทั่งช่วงเดือนสิ้นปี 2554 นี้

อ้อ ผมว่าถ้า GLOBAL ใช้กลยุทธ์นำกำไรไปขยายสาขาต่อ โดยแจกเงินปันผลเป็นหุ้นแืทน แบบ HMPRO น่าจะทำให้มีคนสนใจเพิ่มมากขึ้น
สำหรับผม ชั่วโมงนี้ HMRPO ถูกจับจ้องมากจนเกินไป GLOBAL จึงเป็น The Next Super Star สำหรับผม

อ้างอิง

  1. http://www.settrade.com/AnalystConsensus/C04_10_stock_saa_p1.jsp?txtSymbol=GLOBAL&selectPage=10
  2. http://www.settrade.com/brokerpage/AnalystConsensus/Research/kimeng_global.pdf

เขียนโดย @Shaen
27 Dec 2011

ปล บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน จากข้อมูลที่หาได้ ณ วันที่เขียนบทความ
โปรดใช้วิจารญาณและหากว่ามีข้อมูลหรือความเห็นจะเสริม ยินดีครับ

ปล2 เพิ่ม ตาราง global-w1 วันที่ 19 มกราคม 255

อ่านต่ิอ Global The Next Star ภาค2

Global The Next Star ภาค1