Monthly Archives: ธันวาคม 2012

ตรรกสัตว์

มาตรฐาน

คำสอน ขงจื้อ
เมื่อเห็นชัดแล้วว่า เป้าหมายไกลเกินเอื้อม
จงอย่าปรับเปลี่ยนเป้าหมาย แต่จงปรับเปลี่ยนวิธีทำ” (
ขงจื้อ)

เป็นคำสอนที่ฟังดูเรียบง่าย แต่ทรงพลัง แต่การที่จะเปลี่ยนวิธีทำได้
เราจำเป็นต้องรู้เป้าหมายก่อนว่าเราต้องการอะไร เพราะแต่ละคน
เป้าหมายก็ต่างกัน ถ้าเป้าหมายเราไม่ได้ใหญ่โตถึงขึ้น
จารึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ ก็คงไม่ได้ยากเย็นอะไร

แต่หากเราต้องการผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดา ก็อาจจะแรงเพิ่มอีกซักหน่อย
แต่ก็ไม่จำเป็นที่ต้องใช้วิธีการซับซ้อนทุกครั้งไป บ่อยครั้งวิธีการง่ายๆ
ก็ทำให้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไป

ยกตัวอย่าง การตั้งเป้าเหมายผลตอบแทนการลงทุนในแต่ละปี โดยปกติผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาด
หุ้นไทยอยู่ราว 12-15% ต่อปี ที่จริงๆ ผลตอบแทนระดับนี้ก็ทำให้มี 8-9 หลัก ได้ไม่ยากแล้ว

vihybrid-table-money
(ผมกำลังคิดว่าจะเปลี่ยนชื่อ blog ดีมั้ย เลยใช้ชื่อ Logic Invest ในตารางนะครับ)

และผลตอบแทนของ Warren Buffett
Read the rest of this entry

Advertisements

ถึงคราวของ Cloud : ปฐมบท

มาตรฐาน

ณ ทุ่งหญ้าโล่กว้างเขียวขจี มีหนูน้อย2คน นั่งเล่นทายปัญหากัน ลองไปแอบฟังกัน

Mimi : นี่ๆ เรามาเล่นทายปัญหากันปะ
Unly : อื้อ(กำลังเคี้ยวหนมเต็มปาก) เอาดิ
Mimi : งั้นเราเริ่มก่อน ..Cat แปลว่า
Uly : กสท เอ้ย แมว ห่ะๆ
Mimi : (มองด้วยหางตา) เดี๊ยะๆ ต่อๆนะ Cloud แปลว่า
Uly : วัว มออออ
Mimi : นั่นมัน Cow ย่ะ C-L-O-U-D แปลว่า เมฆ ย่ะ
Uly : อ๋อ งึมๆ (พยักหน้าและกินหนมต่อ)
Mimi : แล้ว Cloud Computing ล่ะ
Uly : สบายมัก (เอากำปั้นทุบอก) ก็การคำนวณการเคลื่อนของเมฆไง !

(ภาพตัดสูงขึ้นไปที่ท้องฟ้า และซูมเข้าเมฆก้อนนั้น)

Cloud Computing ในแง่ของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ จะหมายถึง การใช้ทรัพยากรทั้ง hardware และ software
แล้วส่งผ่านเครือข่าย เช่น Internet เป็นต้น โดยในก้อนเมฆนี่แหละ ที่จะจะเป็นโครงสร้างเครือข่ายที่แสนงงวย
ก็ยกให้เป็นหน้าที่ของServer ไป ที่ช่วยกันทำงานและประมวลผล โดยฝั่งเราๆท่านที่เป็นผู้ใช้ อาศัยแค่มี_Device ธรรมดาๆ
ที่ต่อกับเครือข่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ Tablet Notebook หรือ PC ที่ไม่ต้องมีสเปคสูงๆ ก็สามารถใช้งานได้แล้ว
แถมยังสามารถเรียกใช้ได้ ทุกเวลาและ ทุกสถานที่ อีกต่างหาก จ๊อดมะ

ทุกวันนี้เราก็ใช้บริการ Cloud Computing กันอยู่แล้ว ทั้งอาจจะรู้ตัวและไม่รู้ตัว โดยมันสามารถแบ่งได้หลายหมวดหมู่ ดังต่อไปนี้

    • Infrastructure as a service (IaaS)
    • Platform as a service (PaaS)
    • Software as a service (SaaS)
    • Network as a service (NaaS)
    • Storage as a service (STaaS)
    • Security as a service (SECaaS)
    • Data as a service (DaaS)
    • Database as a service (DBaaS)
    • Test environment as a service (TEaaS)
    • Desktop virtualization
    • API as a service (APIaaS)
    • Backend as a service (BaaS)

อย่าเพิ่งมึนครับ ลองดู Chart ข้างล่าง จะมีการยกตัวอย่างของแต่ละหมวด ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
จะเห็นว่า อย่าง Gmail,Hotmail , Google Drive, Dropbox, Facebook,Twitter Hosting หรือแม้กะรทั่งหลายๆเกม ก็ล้วนเป็น
Cloud Computing ทั้งสิ้น มันใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด

แล้ว Cloud มันดียังไงล่ะ ถ้ามองในฝั่งว่าเราเป็นผู้จะใช้บริการ ประโยชน์ที่เราจะได้จาก Cloud

ลดต้นทุน (Cost Saving for Start up)

ถ้าเราอยากตั้งธุรกิจเล็กๆ ที่เพิ่งจะเริ่มต้น มีทุนจำกัด แต่เรามีความจำเป็นต้องตั้ง Server เองเพื่อใช้ email กับ website
ถ้าต้องไปลงทุนตั้ง Server เอง ก็คงมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ค่าHardware, Software ที่ลงในเครื่อง เช่าที่ต่อท่อสัญญาณ Admin ที่คอยดูแล
โอ้ แค่ไล่ๆก็ไม่เหนื่อยแล้วก็ชักไม่อยากรู้ราคาแล้ว ว่าต้องลงทุนด้วยตัวเองเท่าไหร่ โครงการที่คิดไว้ อาจพับเพราะท้อตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

แต่ถ้าเรา ก็ใช้ไป Cloud Coumputing ที่มีเค้าเปิดให้บริการอยู่แล้ว เราก็อาจช่ายค่าบริการจิ๊บๆแบบสบายกระเป๋า
แถมเราเองไม่ต้องคอยดูแล แก้ไข ปัญหาที่ต้องตามมา ทำให้เรามีเวลา Focus กับตัวธุรกิจหลักจริงๆของเราได้มากขึ้น

การเข้าถึงได้สะดวก (Anywhere Anytime)

ง่ายๆเลย เราไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องเดิมก็ยังได้ ถ้าสมมติแบตเตอรี่เครื่องหมด แล้วเราอยากจะซื้อหุ้น แค่เรายืมเครื่องเพื่อนแป๊บนึง
login เสร็จ ก็สั่งซื้อหุ้นได้แล้ว แล้วก็ยึดเล่นเกมต่อเลย นี่แหละ ข้อดีของ Cloud และเป็น คราว(ด์)ซวยของเพื่อน ห่ะๆ

มองเห็นป่าทั้งป่า (Bird Eye Views Vision)
ถ้าองค์กรที่สาขาจำนวนมาก การติดตามข้อมูลแต่ละสาขา อาจทำได้ยาก แต่ถ้่าเราสามารถดูข้อมูลจากแต่ละสาขาในแบบ Realtime ได้
การจะจัดการ วางแผนโดยเห็นภาพใหญ่ก็ทำได้สะดวกขึ้น

ถ้าเรามามองในฝั่งที่เราเป็นผู้ให้บริการ Cloud Computing ดูบ้าง ว่าทำไมธุรกิจที่ทำ Cloud มันถึงน่าสนใจ

ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว (Easy Expanding)
ลองคิดดูนะครับ ว่า Facebook, Google ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ก็สามารถโตขึ้นมาเป็นบริษัทระดับโลกได้ เพราะถ้า Bussiness Model
มันสำเร็จในพื้นที่แรก การจะทำซ้ำในพื้นที่ถัดๆไป ก็ทำได้ไม่ยากนัก อาจะมีการปรับเปลี่ยนเล็กๆน้อย
เพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่น เปลี่ยนภาษา เพิ่ม Function เล็กๆน้อย โดยที่แกนกลางยังคงเป็นตัวเดิม

เราหลับๆตื่นๆ เค้ากระจายตัวไปทั่วโลกแล้ว สมัยนี้ ไม่ใช่ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” หากแต่เป็นยุค “ปลาเร็วกินปลาช้า” กันแล้ว

ถ้าเป็นธุรกิจแบบเก่า กว่าจะขยายกำลังการผลิตได้ ต้องหาที่ สร้างโรงงาน เอาเครื่องจักรมาลง เพิ่มพนักงาน โอ้ เยอะจัด
มีทั้งต้นทุนเงินและต้นทุนเวลา ที่ต้องเสียไปเท่าไหร่

ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว (Easy to Adapt)
ถ้าเป็นธุรกิจแบบเก่า เช่น โรงงานผลิตสินค้าซักอย่าง ถ้ามีแผนจะ upgrade อะไรซักทีนึง แล้วมีจุดที่เราต้องไปทำการแก้ไขให้ลูกค้าซักแค่
76 แห่งใน 76 จังหวัด แบบนี้ก็ต้องใช้เวลาในการเดินทาง ติดตั้ง กันเป็นเดือนๆแล้วละครับ แล้วถ้ามีปัญหาติดตั้งพลาด ต้องกลับไปแก้อีก
โอ้ย ไม่อยากจะคิด

สมมติว่า เราทำ Cloud Service ซักอย่าง ยกตัวอย่างเป็น Application ก็แล้วกัน เค้าเพียงแค่ ปรับเปลี่ยน Feature แล้วออก Version
ใหม่ ลูกค้าคนก่อนๆที่เคย download ไป สมมติซัก 1 ล้านคน ก็จะถูก update ได้ด้วยตัวเองเพียงการจิ้ม update ไม่กี่อึดใจก็เสร็จ
เสร็จแล้วครับ แค่นั่นแหละ เหมือนที่เรากด update เกมกันบ่อยๆอ่ะ

ซึ่งวิธีคิดง่ายๆแบบนี้ จะทำให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว จนแทบจะชี้เป็นชี้ตายให้กับธุรกิจกันเลย

แต่ในการเข้าถึงได้ง่ายของ Cloud ก็เป็นเหมือนดาบสองคม ที่คู่แข่งก็มีโอกาสจะเข้ามาในตลาดและช่วงชิงลูกค้าไปได้ หากว่า
คูเมืองของเจ้าของพื้นที่เดิม ไม่กว้างและลึกพอ

ในปฐมบทนี้ ก็คงจะขอเกริ่นเรื่อง Cloud Computing ไว้เพียงเท่านี้ ก็น่าจะพอให้เห็นภาพกันบ้าง สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคย
ท้ายที่สุดแล้ว Trend ของธุรกิจ ที่ต้องแข่งกันด้วย ต้นทุน ข้อมูล และการจัดการ คำตอบก็จะมาจบลงที่ Cloud ไม่มากก็น้อย
(Cloud At Las(t)) เพราะทุกสรรพสิ่งล้วนเชื่อมถึงกัน

(ภาพซูมออกจากเมฆ เห็นท้องฟ้า เลื่อนลงมาที่ม้านั่งตัวเดิม)

Mimi : ทีนี้เข้าใจอะยัง
Uly : งืมๆ เข้าใจแล้ว….ว่า กินหนมแล้วไม่มีน้ำแล้ว มันฝืดคอจริงๆ เอ๊ะนั่นตัวไรอะ
Mimi (หันไปดู แต่ไม่เจออะไร ได้ยินแต่เสียงดูดน้ำ ซูดดดด คลอกๆ)

Mimi : @#^%
(ผ่าง) เสียงฝาอลูมิเนียมกระทบอะไรบางอย่าง ^^!

17 ธันวาคม 2555
โดย 1154 (แชน)

บันทึกลวกจิ้ม Jmart & JMT Oppday Q3/55

มาตรฐาน

วันนี้ ไม่ได้ไปไหน อยู่บ้าน หลังเคลียร์งานไปบ้าง ก็ทยอยฟัง Oppday ในวัน 3 โหล
ฟังไปจดไป เน้นประเด็น เป็นหลัก ไม่สละสวย ขออภัยล่วงหน้าครับ -/\-

มือถือ ติดตามหนี้สิน ให้เช่าพื้นที่

Jmart JMT Jas Assest(15ปีแล้ว)

ปีนี้Handset คาดว่าจะไปถึง 1.2 ล้าน
9 เดือนได้ 8 แสนเครื่อง โต 37%
ทั้งปีจะโต 44% ที่ 6,500 ล้าน

สัดส่วน feature/smat/tablet 17 69 14
ตลาดเฉลี่ย35020 Jmart เฉลี่ย 6200 /เครื่อง

Y55 220 ร้าน 280 300 ในปี 56 57 ตามลำดับ

ขายส่ง : ขายปลีก 27:73 มีคนเช่าพื้นที่ 1พันราย

Inventory Turnover 39 วัน (เพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามยอดขาย)

ปรับปรุงร้านใหม่ => เห็นผลทันตา

Jmart Quality Service

55 เป็นปีทอง แต่ปี 56 จะเป็นมากกว่าปีทอง !!!
ผบห บอกว่า ไม่เคยทำให้ผิดหวัง แล้วหัวเราะด้วย!!

เป้า รายได้โต 30% กำไรโต 30%

พิ้นที่เช่าได้อีก 5 แห่งจาก BigC ซึ่งเป็นส่้วนที่ใหญ่ที่สุด
ทั้ง เชียงใหม่ หาดใหญ่ เชียงราย พิษณุโลก

Jmarket เปิดแห่งแรกที่ อมรภัน แห่งที่2 วังหิน

GP มือถือ 12%
GP พิ้นที่ 17%

เป้าหมาย
+โต 20% จาก shop เดิม
+เปิด 60 shop ในปีหน้า
+ Franchise ในเดือนกุมภา เป้า 50 แห่ง
+ เพิ่มสัดส่วน Accessories
จะไปอย่าง Aggressive

JAS Asset
– เพิ่ม IT Junction 8-10 แห่ง
– เพิ่ม Jmarket ให้ได้ 10 แห่ง

Winning Formula => มีช่้องทางเข้าถึงลูกค้ามากกว่าคนอื่น

JMT

เก็บได้ 20-25% ตามมูลค่าหนี้
เก็บไม่ได้ ก็ไม่ได้อะไร

ซื้อหนี้
ปล่อยสินเชื่อรถยนต์มือสอง

Success Rate 3.6%
Commission Rate 26.8%

แสนนึงถ้าผ่อนไม่ครบ จะต้องคืนสรรสามิตรก่อน
แล้วเราก็ขอคิวแรกก่อนเลย เหอๆ

ซื้อหนี้ปีละหมื่นล้าน 3 ปีต่อจากนี้
สินเชื่อรถยนต์ชะลอเพราะรถครั้งแรก แต่ปีหน้ามาแน่
ตั้งเป้า 300 ล้าน

ติดตามหนี่้ พอร์ตsize หมื่นแล้าน
ลงท้ายบอกว่า ผบห. บอกว่า จะไม่ทำให้ผิดหวัง

หนี้หมื่นล้าน ลูกค้า 6 แสนราย เฉลี่ยก็ไม่เกิน 2 แสน/คน

หนี้อายุอ่อนๆ โอกาสเก็บก็มีมาก แต่ถ้าอายุหนี้นานขึ้น
แสดงว่าลูกค้ามีโอกาสเป็นหนี้หลายด้าน โอกาสก็น้อยกว่า

หนี้่ที่ซื้อมาก็เป็นแบบเดียวกันกับที่รับจ้างทวงหนี้

สินเชื่อรถยนต์มือ2 คนละตลาดกับสถาบันการเงินเพราะเราสามารถปล่อยได้ถึง 20 ปี !

https://i0.wp.com/content.screencast.com/users/glauy/folders/Jing/media/f6c1fb06-57e1-4c73-adac-30bbdb442662/2012-12-12_1957.png

ดู VDO ย้่อนหลังได้ทาง App Oppday หรือที่
http://www.dcs-digital.com/setweb/ondemandnew.php?onid=1427&&size=b

ลวกจิ้ม โดย 1154
12/12/12

เนื้อเรื่องย่อ

ตัวนี้จดต่อจาก Jmart & JMT จริงๆ เพิ่งจะซื้อสินค้าของเค้าตอนล้าง Stock มาเป็นเครื่องลดพุง
ปกติ 4900 เหลือ 2900 พอซื้อเสร็จ ไปดูใน Ensogo 2300  หน้าตาเหมือนกันเดี๊ยะ เหอๆ T-T
มาเข้าเรื่องเลยดีฝ่า่


อันนี้จดเฉพาะช่วงถามตอบเลยนะครับ ที่เหลือดูใน Slide เอา ^^!
นับวัน Level ความขี้เกียจยิ่งพัฒนา เหอๆ

ขายทาง TV ขอ 30-40%
ค้าปลีก 10-30%
เงื่อนไข Credit Return ซื้อมา ขายไม่หมด คืนได้
30 day moneyback gaurantee
แต่ถ้าของเสียหาย บ.ผิดชอบ

20% ที่ซื้อซ้ำ พวกยาสระผม

เครื่องสำอางค์ จะเข้ามา 2 รายปีหน้า

อารคารจะเสร็จในเดือนหน้า 1 อีก 2 ตึกเดือนกุมภา

บริษัทเลือกที่จะใช้กลยุกธ์ Single Level , Multi Channel
มี Sales แม่ทีม 24 ทีม ลูกทีมรวมๆแล้วพันคน

แทนที่จะเป็น Multi Level Commison (แบบ MLM) จะแบ่งหลายชั้นเกินไป Commission เหลือไม่คุ้ม

ลูกค้าทีเคยซื้อ 1.8 ล้านคน
40% จะซื้อแต่ละปี
จะโทรหาปีละประมาณ 4-8 ครั้ง
เดือนนึงจะโทรประมาณ 3 แสนคน

อันดับที่ขายดีของบริษัืท

1.Heath & Beatuty
2.Personal Care
3.เครื่องครัว
4.เครื่องออกกำลัง

กระทะแบบ ขายดี เพราะเตาไฟฟ้ามันแบน
ECO Car จะทำให้ ตลาดพวก Car Care โตขึ้นเพราะเป็นบ้านหลังที่2

อาคาร 3 หลัง 100 ล้าน ค่าเสื่อมเพิ่มขึ้นเดือนละ 2 แสน

ลาวขายดี ทะลุเป้ามา 2-3 เดือน
เวียดนาม จดทะเบียนมา 4 ปี กำลังคัดเลือกสินค้า เริ่ม Q1/56

ประเทศเราไม่ใช่ Home Shipping อย่างเกาหลี
เพราะหนาวมาก 8 เดือน Homeshipping เลยโต

พนักงาน 1300-1400 คน
เพิ่มค่าแรงราวล้านเศษ ตั้งแต่เดือน 7-8

ไฟไหม้ สินค้าเสียหาย 80 ล้าน Cover ได้ 100%
กำลังเร่งให้ทันภายในปีนี้ แต่ถ้าไม่ทันปีนี้ก็ข้ามไป Q1/56
ต้นทุนสินค้าจะ book ใน Q4/56

ความรู้สึกส่วนตัว : ผบห คุยเก่ง และมีความรู้รอบตัวเยอะ คงเป็นเพราะ
ต้องคอยมองหาสินค้าใหม่ๆมาวิเคราะห์ฺตลาดอยู่บ่อยๆ ทำให้ผมพลอยได้ความรู้ไปด้วย

แต่ใจจริง ผมอยากจะดูยอดขายกับ Margin แต่ละหมวดจริงๆ เสียดายไม่มีข้อมูลตรงนี้
เลยดูว่ายากไปสำหรับผมที่จะประเมิณมูลค่าแบบละเอียดๆ

ดู VDO ย้อนหลังได้ที่ App Oppday หรือ

http://www.dcs-digital.com/setweb/ondemandnew.php?onid=1419&&size=b

หมายเหตุ : ที่เห็นผมเขียนจดสรุปไม่ได้หมายความว่า ผมจะลงทุนทุกตัวที่ผมจดนะครับ^^
จดๆไว้ไปเรื่อยๆ จริงๆ ยังเคยคิดเล่นๆเลยนะว่า น่าจะทำมีเว็บที่สรุป Oppday ย้อนหลังทุกตัว ทุกไตรมาส
เพราะถ้าให้ย้อนดู vdo ทุกครั้ง ก็กินเวลาเกินไป โอเช ผมชักบ่นเยอะไปละ เอาเท่านี้ก่อนแล้วกันขราบ

หากผิดพลาดประการใด ช่วยแก้ไขให้ผมด้วยนะครับ -/\-

จดคร่าวๆ โดย 1154
11/12/12

บันทึกลวกจิ้มTVD Q3/55

บันทึกลวกจิ้ม SYNEX Oppday Q3/55

มาตรฐาน

เช่นเคย ฟังไป ทำงานไป chat ไป จดไป เหอๆ ตกหล่นส่วนไหนไป ขออภัยให้ข้าพเจ้าล่วงหน้าด้วย -/\-

HDD จะโตเยอะ ทั้ง Seagate+ WD (mkt share 80-90%)
ยอดขายจะสูงสุดใน Q3 =>;;; D/E สูงตาม
Mobile Expo =>;;; Lumia Windows8 ขายดีจนของหมด !!

การแจก One Child/Tablet จะช่วยกระตุ้น เพราะน้องได้
พี่ยังไม่ได้ ถ้าไม่ซื้อให้ ก็ไม่ได้อีก

ตลาด Tablet จะกิน ตลาดเกมม , Talking Dict
ปีหน้าจะขายได้เป็นล้านเครื่องค่อนข้างแน่

เตรียมตั้ง Office ในพม่าแล้ว เริ่มขายต้นปีหน้า !!!
เริ่มเจรจากับ Dealer ก็โอเคหมด คาดหวังว่ายอดจะโตค่อนข้างเร็ว
ประชากร 60-70 ล้าน รัฐบาลใหม่เน้นเชิงรุก
คนพม่าชอบและมั่นใจของไทย>;;;ของจีน

เขมรจะเริ่มใน Q2/56 ประชากรยังไม่เยอะ และมีเวียดนามที่ทำตลาดอยู่แล้ว
อาจไม่มีนัยยะเท่าพม่า

คาดว่าปีจะโตอย่างน้อย 11% (แบบ conservative)

ได้รางวัล CSR Recognition 2555
บริจาคcom ให้รร. ยังทำต่อเนื่อง โดยบริจาค com ใหม่หมด
มีลงโปรแกรมถูกต้อง เช่น โปรแกรมห้องสมุด

ช่วงตอบคำถาม

Q3 ที่ฟื้น เพราะ ควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น และ GP ดีขึ้น
พยายามเจรจากับ Vendor ได้มากขึ้น

NB stock เฉลี่ย 30กว่าวัน ก็ยังระบายอยู่เรื่อยๆ
หลัง Q1/56 น่าจะเริ่มเข้าสู่ปกติ
ราว 2-300 ล้าน

ปีหน้าส่วนที่จะโตมากจะเป็น Tablet+Smarphone ประมาณ 10-20%
ของยอดขาย

ท่ีอ PC ยังพอมีกำไรบ้าง เพราะคนที่ผลิตไม่ได้คาดหวังว่า ตลาดจะโตมากนักเลย
ไม่ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์มากนัก

Notebook ที่จะส่งผลกระทบคือ มีการตั้งสำรองที่ขายช้าไปบ้าง
แต่โอกาสที่จะขาดทุนมีน้อย เพราะจะได้รับเงินชดเชยจาก vendor

มีส่งขาย Advice Banana เยอะมาก
M/B HDD 70-80% อยู่ที่เราหมด
CPU เดี่ยวๆก็ยังโตอยู่

SG&A พยายามลดง เช่น ต่อรองเรื่องการสื่อสารของพนักงานผ่านโทรศัพท์ + ด้านอื่นๆด้วย

Profit Margin ที่พม่าจะสูงกว่า แต่สัดส่วนยังน้อยอยู่ แต่จะโตเร็ว คาดว่าปีหน้าจะหลักร้อยล้าน
3 ปีข้างมีโอกาสหลักพันล้าน มีโอกาสขึ้นเป็นเบอร์1 ได้ไม่ยาก เพราะไม่มีใครพร้อม

มือถือHTC Android ยังเป็นปัญหาอยู่บ้าง แต่ส่วนของ Windows Mobile 8 ยังพอไปได้
และเริ่มไม่ได้อะไรกับเรามากเหมือนก่อน ตอนนี้เค้าอยู่ระหว่างปรับตัว
overall ยังไม่ถึงกับขาดทุนอะไร

ได้รางวัล Distributor APAC ของ Microsoft

ผบหเชื่อมั่นว่าการเงินแข็งแรงที่สุดในกลุ่ม คู่แข่งคนอื่น ถ้าเพิ่มยอด ก็กู้เงินลำบาก
ตอนนี้ทุกคนใน Disy เริ่มแข็งข้อ ต่อรองกับ Vendor มากขึ้น

C-Next Shop ที่เปิดมา ยังไม่ค่อยเป็นไปตามเป้า เพราะให้ลูกค้าลงมาทำเอง
แล้วลูกค้ายังไม่แข็งแรงพอ เลือกทำเลยังไม่ดีนัก ต่อไปจะค่อยๆทำเอง
แต่ก็ไม่ได้รีบ Growth ส่วนใหญ่จะวาง position เป็นสินค้า Grade B
ใช้เงินลงทุนไม่เยอะ พยายามดู Trend ไปเรื่อยๆ

ระบบของเราจะทยอยตั้งสำรองไปตลอดทาง และมีการ Clearance Sale เป็นระยะ
ยอมขายขาดทุน แต่ตั้งสำรองไว้หมด 100%แล้ว

Windows8 จะเน้น Coperate มากกว่า ปลอกดภัยมากกว่า เพราะเป็น Closed System
Android เป็นระบบเปิด มีนักพัฒนาเยอะกว่า เร็วกว่า แต่ก็ปลอดภัยน้อยกว่า

Windows 8 ออกแบบมาสำหรับ Touch Screen เป็นหลัก ฉะนั้นต้องรอ Hardware
ให้ทยอยออกมามากขึ่้นเรื่อยๆในปีหน้า

ที่พม่าพยายามจะขายเงินสด ไม่ก็ใช้เครดิตสั้นมากๆ
ค่าแรง300 มีผลน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่ค่าแรงปกติเกินอยู่แล้ว เหลือส่วน Warehouse นิดหน่อย
แต่ภาษีที่ลดจาก 23=>;;;20 น่าจะส่งผลบวกมากกว่า

ผบห ย้ำพม่ากำไรตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่แค่ Brake Event

ปีหน้ากล้อง Compact จะถูก Smartphone กินไปเรื่อยๆจนตาย
แต่ Single Len ยังไปได้

กำไรไม่น้อยกว่าเดิม ปันผลก็ไม่น่าจะน้อยกว่าเดิม

จบคราบ

ฟังสดๆได้ที่
http://www.dcs-digital.com/setweb/ondemandnew.php?onid=1399&&size=b

ฟังไปจดไป โดย 1154
6 ธ.ค.

ลวกจิ้ม Tech SWOT บทที่1

มาตรฐาน

เขียนเอาไว้เปรียบเทียบส่วนตัว ตั้งแต่ 4 ธันวาคม 2012 นะครับ ในหมวด IT ทั้งค้าปลีกกับค้าส่ง
ไม่ได้เปรียบเทียบอะไรลึกมากนัก เลยไม่ได้เผยแพร่ตั้งแต่ตอนนั้นนะครับ

แต่เวลาผ่านไป คิดว่าภาพที่คิดไว้ เริ่มชัดขึ้น ก็เลยแปะไว้เป็นที่ระทึกเอ้ยระลึก (ช่วยฮาหน่อยละกัน ^^!)
เผื่อกาลหน้า อาจมีใครเปลี่ยนแปลงอีก แต่ก็ยังลวกๆอยู่ดีนะครับ ดูพอเป็นตีมแทนแล้วกันเนาะ

อันนี้เป็นกำไรย้อนหลังของทั้ง 4 ตัว ณ สิ้นไตรมาส 2/55

Image

อันนี้ผมดูแบบมักง่ายนะคับ ว่าถ้ามีมรสุมมา ใครเอาตัวรอดเก่งสุด
โดยดูมันจากบรรทัดสุดท้าย ถ้าดูแบบลวกๆ จะเห็นว่า Jmart > Synex > IT > SIS

แต่ถ้าดูจากขนาดของ Market Cap จะเห็นว่า SIS ที่เคยมีขนาดใกล้ๆกัน ตอนนี้กลับห่างกันเยอะมาก
แต่ก็เพราะด้วยผลงานของกำไรที่แตกต่างกันในตารางก่อนหน้า

ข้อมูล ณ 4 ธันวาคม 2555

Jmart ขึ้นหิ้งไว้ให้เค้าเลย แถมลูก(JMT & JAS Asset)เค้าก็เก่งอีก
ถ้าในหมวดค้าส่ง Synex กำไรลดลงน้อยกว่า SIS เยอะอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งๆที่ก่อนหน้าก็สูสีกันมาโดยตลอด

ผมเคยลงทุนกับ SIS นะคับ(แต่นานมากแล้ว) แต่พอเจอน้ำท่วมเข้าไป เห็นชัดเลยว่า ปรับตัวได้ช้ากว่าเพื่อนๆมาก
ลดขนาดร้านก่อนเลย สิ่งที่ตามมาลดพนักงานด้วย แต่คำถามคือ จะลดไงหว่า น่าจะทำสัญญาไปแล้ว

– แต่ถ้าไม่ลดขนาดแล้ว ร้านใหญ่ขนาดนั้น ผมจะจัดอบรม หรือเปิดโรงเรียนเล็ก สอน com ในสาขาไปเลยครับ
ดูอย่่างที่ pantip ชั้นบนๆ ห้องกระจึ๋งคน เค้าก็ยังสอนกันได้
IT City นี่ทำได้หลายห้องเลยครับพอว่างๆ มีคนมาเดินเยอะ ก็ทำเป็น Workshop แบบฟรี + แนะนำสินค้า คล้ายที่ Apple ชอบทำ
จะเปลี่ยนเรื่องภาพลักษณ์ได้ด้วย น่าทำจริงๆนะ

อันนี้เป็นข้อมูลอ้างอิงจาก Oppday ของ SYNEX ณ ธันวาคม 2555 ครับ
เอาไว้ดูเพราะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของอุตสากรรมนี้อยู่ไม่น้อย

อันนี้่เป็นข้อมูลล่าสุดของ 9 พ.ค. 2555
สิ่งที่คาดไว้เมื่อปลายธันวาคมปีที่แล้ว ผ่านไป 5 เดือน ก็ชัดพอสมควรเลยนะครับ

เพื่อให้เห็นภาพชัดๆว่า ราคาสะท้อน พื้นฐานและความคาดหวัง ของทั้ง 4 กิจการอย่างไร แบบชัดๆ
เลยทำเป็นกราฟแบบ Relative

บันทึกช่วยจำ ณ วันที่ 9 พ.ค. 2556

JMART ยังคงโดดเด่นต่อเนื่อง ทั้ง 3 อุตสากรรม Spin-Off JMT ออกมาแล้ว แล้วก็เตรียมเบ่ง JAS Asset ตามมาอีก
SIS IT ยังคงไม่ฟื้น และยังไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนโครงสร้างหรือแผนอะไรที่เป็นรูปธรรมเลย
SYNEX ถึงแม้นจะยังไม่กระเตื้องตามอุตสาหรรม PC Notebook แต่ก็เริ่มที่จะลุยพม่าแล้ว ไตรมาสล่า่สุด กำไรเพิ่มจาก Fx (อืม)

ระยะเวลาเพียงแค่ 5 เดือน ถึงแม้นไม่ยาวนานนัก
แต่ก็เพียงพอให้เห็นความแตกต่างและความสำคัญของคำว่า “Vision” ของผู้บริหาร ว่ามีผลต่อบริษัทขนาดไหน

แล้วเจอกันบทต่อไป กันเมื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลงอะไรที่พอให้เขียนถึงได้นะครับ ^^

ย้ำอีกครั้งว่า เขียนครั้งแรกตั้งแต่ 4 ธันวาคม 2555 (ตัวอักษรสีดำ)
ส่วนสีน้ำเงินเขียนวันที่ 9 พ.ค. 2556 นี่แหละครับ

เผยแำพร่เมื่อ 9 พ.ค. 2556
โดย 1154

บันทึกลวกจิ้มTru Oppday Q3/55

มาตรฐาน
ครั้งนี้ผมได้ไปฟังในงานเลย ได้ซึมซับ ข้อมูล บรรยากาศ น้ำเสียง ของ ผบห เต็มๆ
เลยจดเฉพาะประเด็นเอาำไว้เตือนความจำ (นับวันยิ่งจดลวกขึ้นทุกทีๆ แห่ะๆ ^^!)

ผบห คาด 3400 ล้าน
ตีม รถ3ล้านค้นใน5ปี
just in time 4 ชม
เด่นในประกอบ พ่นสีโต 15-20% ในปีหน้า

พระเอกตัวใหม่ flat deck
Nissan March Almera Selpy
ยอดในมาเลย์โตกระฉูด ทำให้ยอดผลิตของเราสูงขึ้น

เครื่องจักรจะเข้ามาเพิ่ม มค 1500+800 ตัน / รับรู้เดือน กพ
ระยอง +600 ล้าน GM Chev Nissan

ถ้าได้เคื่องมือสอง จะถูกลง 50-60%

ปีหน้าลงทุน แม่พิมพ์200 ชิ้นส่วน 200-300 ล้าน
ห้องพ่นสี 800-1,000 ล้าน รวมๆ Max 1500 ล้าน ถ้าลงทุนเต็มๆ

การที่เป็น Gerneral ไม่ใช่ลูก ทำให้รับได้หลายเจ้า

ห้องพ่นสี ถ้าไม่ถึงแสนคันต่อปี เค้าไม่ลงทุนทำเอง เราก็รับจากหลายๆเจ้ามา

พ่นสี จุ่มสี จาก 5 6 7 พันในอดีต ตอนนี้ 6-7 หมื่นคัน เพิ่ม 10 เท่า
ตอนนี้ ใช้เทคโนโลยีสี wet on wet ลดระยะเวลาในการอบสี !!

ถ้าทำห้องพ่นสีใหม่ ใช้เวลา1ปี แต่จะรอ oderจากลูกค้าก่อน เน้น conservative

เจ้าของมักจะลดความเสี่ยงโดยการจ้างผลิตแทน

Nippon Denso Oem ที่มีจำนวนพนักงานมากกว่าเจ้าของ brand ซะอีก

Nissan ขยายการผลิตเพิ่ม Pickup รุ่นใหม่ ให้ Mitsu กับ Tru ช่วย

Nissan เค้าจะกระจายไข่ในหลายประเทศ
ถึงออกรุ่นใหม่ แต่รุ่นเก่าก็ยังผลิตขายในประเทศรองๆด้วย
Frontier (out6-7ปี แต่ก็ยังผลิตอยู่) Navara

แนวทางเจ้าของผลิต ลงทุนเอง75 จ้าง 25

งานทำสี EDP ตอนนี้เดืิอนละ5 พัน
Navara ยอดขายก็ 3-4 พันคันแล้ว
แนวทาง อาจจะ outsource ชิ้นส่วนเล็กๆออกไป

แนวทางเพิ่มเทคโลโยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ tag time

komatsu kobelco ส่งออก80%
Catspilla ก็มาลงทุนใน Amata มีแนวทางเดียวกัน

จีนเริ่มให้ความสนใจมาลงทุนในไทย ก็ไม่ควรมองข้าม
รถบัสจีน รถหัวลาก รถบรรทุกปูน CNG มี mkt share สูงสุดแล้ว

เริ่มได้งาน การออกแบบ รถต้นแบบ หลายๆรุ่น แต่ยังเปิดเผยไม่ได้
Margin ดี คู่แข่งไม่มาก ถ้าได้ทำรถต้นแบบ ก็มีโอกาสได้งานมากกว่าคนอื่นๆ

D/E ยังแค่ 0.2 ยังมีroom ให้กู้อีกเยอะ แต่ก็มีทางเลือกที่จะออกเป็น Warrant ด้วย

ในก้อนลงทุน 205 ล้าน มีเครื่องตัดเรเซอร์ ช่วยลดต้นทุน low volume ได้
ลดค่าแม่พิมพ์ได้หลายสิบล้าน

ความเห็นส่วนตัว คิดว่า ผบห  สุขุม รอบคอบ มากครับ เวลาจะตอบคำถาม
ก็ชอบที่จะเสริมความรู้แถมแผนในอนาคตต่อไปด้วย

คุณเอกถามอยู่เกือบจะคนเดียวเลย เพราะตามมานาน ผมเริ่มสนใจ TRU เพราะคุณเอกล่ะครับ
ถ้าอยากรู้รายละเอียดลึกของ TRU ลองไล่อ่าน Blog ของคุณเอกเลยครับ Energy Eak

ดูvdoย้อนหลังได้ที่
http://www.dcs-digital.com/setweb/ondemandnew.php?onid=1379&&size=b

ขอจบบันทึกแบบลวกจิ้มไว้เพียงเท่านี้ครับ ผิดพลาดประการใด รบกวนช่วยแก้ให้ผมด้วยครับ -/\-
ปล นี่เป็นเพียงบันทึกที่ได้ไปฟัง Oppday ของผมนะครับ ^^

27 พ.ย.55
โดย 1154