นิทาน “สวนผลไม้”

มาตรฐาน

http://sharecapture.com/image/34e4def117454ec0a40228b68351499fณ ดินแดนแห่งนึง มีนักธุรกิจการเกษตร  G กับ H

H เน้นเช่าที่ เปิดร้านขายผมไม้ขายใจกลางเมือง
แน่นอนว่า ค่าเช่าถูกกว่าซื้อที่มาทำร้านใหม่แน่ๆ

ทำให้ H ขยายไร่ปลูกส้มได้ไวกว่า และขายได้แพงกว่า
H จ่าย : ค่าเช่า + ต้นทุนการปลูก + ค่าแรง + ภาษี
H ได้ : กำไรจากขายส้ม + กำไรอื่นๆจากการบริหารสวนส้ม
*****************************************
G ที่ผ่านมาเน้นปลูกส้มบนที่ดินของตัวเองซื้อ ในรอบนอก
สวนส้มของ G จึงไม่มากเท่า H

G จ่าย : ส่งค่าที่รวมดอก+ ต้นทุนการปลูก + ค่าแรง + ภาษี
G ได้ : กำไรจากขายส้ม + กำไรอื่นๆจากการบริหารสวนส้ม
          + มูลค่าสวนส้มที่เพิ่มขึ้น ตามความเจริญของพื้นที่

ถ้าเราลองย่นเวลา ให้ผ่านไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ

– สวนส้มจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนต้องไปหาทำเลใหม่ที่ ยังไม่มีส้มขาย หรือ คู่แข่งน้อย
– ทั้ง G และ H มีสวนส้มมากจนสามารถต่อรองลดราคากับ ผู้ขายปุ๋ยได้ *
– ต้นทุนลงโฆษณาจากที่เคย ยิง 1 ได้ 10 สาขา ก็ยิงได้ 30 สาขา ต้นทุน/สาขาก็ถูกลงไป**
– ค่าเช่าที่ดินจะต้องแพงขึ้น
– มูลค่าของที่ดิน ที่จะทำสวนใหม่จะสูงขึ้น
– กำลังซื้อของรอบนอก จะเขยิบขึ้นสูงขึ้น
– พื้นที่ให้เช่าขายในสวนจะเพิ่มขึ้น เผื่อมีคนจะเอา เงาะ มังคุดมาขายในสวนของเรา
เพราะจากแต่ก่อนมี 10 สวน ตอนนี้ 30 แล้ว จะเอาเงาะ มาลงขายทุกสาขา ก็ครบคลุมเลยน๊ะ

แน่นอนว่า ถ้าผมเป็น H อาจต้องเริ่มมองตลาดต่างประเทศ เพราะในประเทศ สวนเราเต็มแล้ว
และก็ต้องเริ่มคิดว่า อาจต้องมีลงทุนซื้อ ที่ของตัวเองบ้างแล้ว
เพราะ ถ้าเจ้าของที่ เค้าเห็นว่า เราทำประโยชน์จากการเช่าที่ดินของเค้าได้มาก เค้ามีสิทธิ์ขึ้นราคาค่าเช่า
หรือถ้าเค้าสนใจที่จะทำเองแทนเราล่ะ ! ถึงจะเป็นโอกาสที่น้อย แต่ก็ไม่ควรละเลย

และถ้าผมเป็น G ผมก็คงต้องมองว่า ถ้าภาระผ่อนสวนเริ่มอยู่ตัว ผมจะทำยังไงเพื่อเพิ่มมูลค่าของสวนส้ม
ของ ผมได้บ้าง ถ้าละแวกนั้น มันเจริญขึ้นตามกำลังซื้อ จากที่ที่ปล่อยเช่าถูกๆ ผมก็มีสิทธิ์ขึ้นค่าเช่าได้รอบๆได้
หรือถ้าที่มีเศรษฐีมาขอซื้อ ผมก็คงอยู่ในในสถานะมีสิทธิ์ได้เลือกว่าจะขายหรือไม่ขาย

เศรษฐี T ที่ทำหลายธุรกิจ หลังจากที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จขายส้มในเมือง
จึงเริ่้มกว้านซื้อที่และเริ่มลงปลูกดูเองบ้าง โดยมีการดึงตัว คนสวนจาก G ไปเรื่อยๆ

G T H จะเป็นอย่างไร ก็คงทำหนังดีๆให้พวกเราดูต่อไป เอ้ย ไม่ใช่
ก็ติดตามกันต่อไปครับ

หมายเหตุเกร็ดลงทุน
ประเด็นว่าถ้ามีการปรับมูลค่าสินทรัพย์ ทำให้ ROA ใหม่ ลดลงแน่ๆ ใช่คับ
จริงๆแล้ว มันควรจะเป็นเรื่องที่ดีมากกว่า เพราะ G ไม่ได้เพิ่งมาซื้อ Asset ในราคาปัจจุบัน
แต่มูลค่าเพิ่มที่เค้าได้รับ ก็เป็นกำไรจากปรับมูลค่าทรัพย์สิน

แต่ถ้า็ H หรือ T คิดจะเปิดใหม่บ้าง ในเขตเก่าของ G บ้่าง ทั้ง H กับ T ต่างหากที่ต้องลงทุนมากกว่า
ค่า ROA,ROE จากธุรกิจแบบเช่า จึงสูงกว่า ROA แบบซื้อขาด เพราะใช้ Asset น้อยกว่า

แต่้ถ้าต้องการวัดประสิทธิภาพจริงๆ ควรจะ พิจารณจากผลตอบแทน / Asset ในราคาที่เราลงทุนไป
ไม่ใช่ ราคาปรับมูลค่าใหม่ตามบัญชี จะสะท้อนภาำพได้ชัดเจนกว่า

*,** นี่คือ EOS ในแบบของผมคับ :oops:

@Shaen
เขียนตอบครั้งแรกที่ ThaiVI 29 พ.ค.55

2 responses »

ใส่ความเห็นได้เลยครับ:)

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s