Monthly Archives: เมษายน 2012

How Work Works

มาตรฐาน

นี่เป็นการเขียนครั้งที่ #2 ครั้งแรกชั่วโมงก่อน publish ปุํึ๊บ หน้าขาวโพลนกันเลยทีเดียว T-T เกือบจะตัดใจ ไม่เขียนแล้ว

บทความนี้จะเล่าตั้งแต่ จุดที่ผมสนใจวันแรกๆ ว่ามากจากไหน โดยจะเขียนในแนวใส่เหตุการณ์ไปตาม TimeLine เลย
แล้วดูว่า แต่ละจุดมีผลกระทบอย่างไร เผื่อว่าอนาคตจะลองไปทำกับ Model อื่นๆบ้าง

มาเริ่มกัน หุ้นที่ผมสนใจ ณ ตอนนั้น คือ WorkPoint ของเีสี่ยตา ปัญญา และ จอมวางแผนอย่าง พี่ประภาส 2 ผู้นำ
ตามด้วยแก๊ง3ช่าและเพื่อนพ้อง ที่เราๆท่านๆดูทีไร ได้เป็นหัวเราะกันตลอด

http://sharecapture.com/image/f39928a58467488b82ad15f810cfba60

คำอธิบาย ตามแต่ละเหตุการณ์

1 ม.ค.55 WorkPoint ย้ายจากช่อง 7 มาช่อง 3 โดยนำที่ ชิงร้ิอยชิงล้าน 1 ม.ค.55

16 ม.ค. 55 ผมพบกับป้ายนี้ จากตึกสำนักงานใหญ่ของ PSI ที่ ถ.ศรีนครินทร์ ตัดอ่อนนุช แล้วก็เอะใจ
ที่ PSI เอา WORK ขึ้น cutout มันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ก็เลยเขียนเล่าใน ThaiVI ไปว่า

http://sharecapture.com/image/274934a579a84c5cadc4812d19409828

16 ก.พ. 55 ตอนนั้นผมเพิ่งได้ข่าวว่าจะมีงานสัมมนาของฮง (@HongValue) ว่าจะมีงานสัมมนาครั้งที่ 2 ครั้งก่อนผมเคยไปมาแล้ว
รู้สึกว่าได้เหมือนได้ออกมาจากกะลา ฟังเซียนตัวจริงเค้าเล่า ก็ได้ความมั่นใจกลับมาบ้าง ว่าเอ กระบวนความคิดเราก็คิดไม่ต่างจากเค้านี่นา
(ให้กำลังใจตัวเองนิดนึง) แต่ที่ผลลัพธ์ที่ผ่านมาต่างกันมากเพราะ Money Management นั่นเอง

พอมีงานสัมนาอีกครั้ง ผมเลยอยากไป แต่เค้ามีข้อแม้ว่า ต้องทำการบ้า่น Financial Projection ของกิจการไปส่งก่อน
ผมก็ทำแบบลูกท่งของ Global ส่งไป เพราะเขียนเรื่องนี้อยู่แล้ว พอมีข้อมูลอยู่แล้ว  คุณฮงกับคุณ chinn เวทนากับงานของผม
ยังไงไม่ทราบ ก็ไ้ด้เข้าไปครับ \(=.=)/

ผมก็เลยอยากจะมีเพื่อนไปด้วย เลยชวนเพื่อนให้เขียนประมาณการดู โดยผมเลือก Theme TV ดาวเทียมให้เลย ด้วยเหตุผล
1. ก้า่งปลา ไม่ชัด ยังไงก็ตาย และจะหันมาติดจานกันเยอะ เพราะราคาเริ่มไม่หนีกันแล้ว แถมชัดกว่ากันเยอะ (ยกเว้นฝนตก)
2. ค่าโฆษณาของทีวีดาวเทียม ยังต่ำอยู่มาก เพราะอยู่ในช่วงเริ่มต้น หลักพันเท่านั้น แต่ฟรีทีวี หลักแสน ต่างกันแค่ 100 เท่าเอง !!!
3. ต้นทุนของบริษัททีเ่ป็น Contents Provider จะต่ำมากๆ เอาของเก่ามาฉายใหม่ยังได้เลย ไม่เสียเวลาผลิตด้วย

รายที่เค้าเข้าก็มีดังตารางดังต่อไปนี้

https://i0.wp.com/a2.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-prn1/557614_215110081933738_178169982294415_371998_1341744327_n.jpg

โดยตอนนั้นผมเลือก WORK ให้เพื่อน Valuation ก่อน เพราะไม่มีการประมูลฟุตบอล Premier Leauge กับ ไม่เน้นทำ
ตลาดกล่องรับสัญญาณเอง เลยมีความเสี่ยงน้อยกว่าเพื่อนในกลุ่ม  และไม่น่ายุ่งยาก กรณีคิดแยกกรณีประมูลได้/ไม่ได้

12-13 มี.ค.55  เป็นช่วงที่ WorkPoint TV เปิดตัวอย่างเป็นทางการ อันนี้รูปวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการครับ

Image

และยังมีการเปิดตัวรายการ นักประดิษฐ์พันล้าน ที่ on air เฉพาะดาวเทียมเท่านั้นด้วย

และมีการประกาศผล PSI Rating โดยมีผลดังนี้ ที่4 OverAll
Image

ที่1 หมวด Entertainment/Variety
Image

http://sharecapture.com/image/370943eb53ee457d933a45e010369fae

29 มี.ค. 55 วันเปิดสมุด ผถห.รายใหญ่้

Image
24 เม.ย. 55มีบทสัมภาษณ์ของพี่มี่ Sai พูดถึง ทีวีดาวเทียม ด้วย
http://sharecapture.com/image/7696728d037f4c66b3d27640cc20255f
ข้อควรพิจารณา

ก. ถึงแม้นค่าเช่าของฟรีทีวีกับทีวีดาวเทียมจะห่างกันร่วมร้อยเท่าจริงๆ แต่เวลาเค้าจะขอขึ้นค่าโฆษณา
ก็ต้องค่อยๆปรับไปเป็นรายปีนะครับ ตรงนี้ต้องลองทำการบ้านเองนะครับ ทั้งนี้ส่วนนึงขึ้นอยู่กับเรตติ้งในแต่ละรอบด้วย

http://sharecapture.com/image/59bb95a0a0f34352bcd736795dd5795c

ผมยังไม่ตัวเลขค่าโษณาแบบเป๊ะๆ ของช่อง WorkPoint ทุกรายการ นะครับ ใครมี share ให้ด้วยนะครับ ^^

ข. แนวโน้มคนดูทีวีดาวเทียมมันเพิ่มขึ้นจริงๆ แต่ ต้นทุนของการเข้าธุรกิจมันไม่สูง ฉะนั้น ต่อไปจะมีคู่แข่งเข้ามาเพิ่มอย่างมาก
ปัจจุบันก็นับไม่หวาดไหวแล้ว อย่าคิดว่า เบอร์1 จะเป็นเบอร์ 1ไปตลอด ให้นึกถึง Nokia,Kodak เผื่อเอาไว้ด้วย

ปฏิเสธไ้ด้ยากครับว่า จะไม่มีคนซื้อตามเซียน เพราะเราเชื่อว่าเค้าเหล่านี้ล้วนเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า เค้าทำการบ้าน
มาก่อน และสายตาเฉียบคม ส่วนคนมาซื้อตาม แล้วทำให้มันขึ้นไปอย่างที่เห็น ก็ต้องกลับมาวิเคราะห์ให้ดีนะครับ
ว่าเรา TimeFrame ไหน ถ้าเราเล่นสั้น มาถือตรงนี้ก็มีโอกาสชมวิวพักนึง แต่ถ้าเรา Timeframe ยาวกว่านั้นเป็นปีๆ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังไงมันจะไป Trend นี้แน่ๆครับ เพราะข้อมูลมันฟ้อง

https://p.twimg.com/ArZAz2MCQAAm7l-.jpg

โชคดี มีสติ ครับ ^^

หมายเหตุ : บทความนี้ไม่ได้เจตนาอะไร

@Shaen
24 เม.ย.55

Global The Next Star ภาค5

มาตรฐาน

หลังงบปี 2011 ออกแล้ว ปรากฏว่า กำไรมากกว่าที่คาดไว้จริงๆ เพราะสาขาสุดท้ายที่เปิด คือที่โคราช ซึ่งเป็นสาขาใหญ่
บนหัวเมืองใหญ่ ยอดขายจากสาขานี้ แทบจะเท่ากับเปิด 2 สาขาเลยทีเดียว
และในปีหน้าจะสามารถทำยอดขายและกำไรได้เต็มปี จะเป็นสาขาชูโรงและทำให้มีโอกาสทะลุเป้าอีกปี

เลยขอปรับประมาณการใหม่ หลังงบ Q4 ปี54 ออก

วิธีการคำนวณแบบบ้านๆของผม

ไตรมาสที่ 4 ปี2011
รายได้รวมQ4 ประมาณ =  8,391.22 -6,105.45 = 2,285.77 ลบ ( งบปี54- 9เดือน54)
มีกำไรสุทธิ = 490.60 -344.37= 146.23 ลบ. (กำไรทั้งปี54-กำไร9เดือน54)
คิดเป็น NPM ของ Q4 = 146.23/2285.77 = 6.40 %

จะเห็นว่า NPMทั้งปีอยู่ที่ 5.85% เพราะมีการลงทุนก่อสร้างและมีการสต๊อคสินค้าสำหรับสาขาใหม่
แต่ Q4 Global มี NPM ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด = 6.40/5.85 = +9.40%

อาจจะเป็นเพราะสาขาเปิดใหม่ที่โคราช เป็นสาขาใหญ่ และมีสัดส่วนของสินค้า HouseBrand เพิ่มขึ้น

*ไตรมาสที่4 มี BOM (Branch-Opened x Month) = 13×3 = 39 BOM
*รายได้ต่อ BOM =2285.77/39= 58.61 ล้าน
*กำไรสุทธิต่อ BOM = 146.23/39 = 3.75/ BOM

จะเ้ห็นว่ายอดขายกับกำไรที่ทำนี่ อ้างอิงบน ยอดขายต่อสาขาที่ 1.95 ล้าน/สาขา/วัน (BOD) เท่านั้น
นะครับ (ผมไปคำนวณใหม่ ปรับยอดขายลดลง แต่ NPM เพิ่มขึ้นจาก Q4ที่ผ่านมา)

http://sharecapture.com/image/bb01848f2cc6457ba9ad8c072fa90a81

(กดที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่)

แต่คุณ ieee ถามพนักงานล่าสุดมาว่า ยอดขายไปที่ 3-4 ล้าน/วัน ถึงจะเป็นช่วง Grand Openning
หรือ ช่วงสิ้นปี ลดล้าง Stock แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีครับ

ส่วนเรื่องค่าแรงจะมีผล ในไตรมาส 2 เป็นต้นไป ลองถามผบหใน AGM ดูครับ ว่ามีผลขนาดไหน
เท่าที่ผมทราบ ถ้าเป็นพนักขาย จะแบ่งเป็นเงินเดือน+ค่าคอม ซึ่งที่ผมได้พูดคุยกับเค้า
เค้าว่า ค่าคอม>เงินเดือนอยู่แล้ว

ค่าแรงเพิ่มขึ้นจริง แต่กำลังซื้อของลูกค้าก็มีมากตามไปด้วย
ถ้าได้ข้อมูลตรงนี้ชัดขึ้น เราก็เอามาปรับกับประมาณการณ์กันใหม่ครับ

ผมว่าสาเหตุนึงที่ราคาช่วงนี้ร่วงเอาๆ เป็นเพราะช่วงที่ผ่านมา NVDR ถ้าเข้าใจว่าเป็นกองทุนฝรั่ง
เข้ามาเก็บจำนวนมาก ราคาเลยพุ่งไปเร็วมากๆก่อนที่XD (ตอนนั้นผมเริ่มทักแล้วว่า ราคามันพุ่งเร็วไป)
พอช่วงนี้ เค้ากังวลเรื่องสเปน จีน กัน ก็ลด Port ลงชั่งคราว ก็เป็นธรรมดาที่ราคาจะร่วงลงมาครับ

ราคาแกว่งได้ทุกวันตามอารมณ์ตลาดอยู่แล้ว แต่ถ้ายอดขาย กำไร ยังเป็นไปตามคาด
ก็ไม่น่าเป็นห่วงครับ

ผิดถูกอย่างไร ชี้แนะ ทักท้วง ได้เลย ผมคิดแบบบ้านๆ ตามที่ผมเข้าใจอะครับ

อันนี้เขียนก่อน งบไตรมาส1 ปี55 จะออกนะครับ ถ้าย้อนกลับไปดูภาคก่อนๆจะเห็นว่า จากรายปีผมทำเป็นรายไตรมาสแล้ว
เพราะจะทำให้ตรวจสอบกันได้ทุก 3 เดือนเลย ว่าสมมติฐานสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือเปล่า

@Shaen
เขียนครั้งแร 17 เมษายน 2555
เพิ่มเติม ตารางใหม่- 18 มิถุนายน 255

ปล เขียนตอบในกระทู้ ThaiVi เลยเอาเป็น ภาค 5 เลยแล้วกันคับ
หมายเหตุ : การคำนวณที่ปรากฏ เป็นการประมาณการส่วนตัวของผู้เขียนเอง จากข้อมูลและสมมติฐานที่ค้นหาได้

ย้่อนอ่าน

สึนามิกับตลาดหุ้น

มาตรฐาน

แล้วเรื่องที่ไม่อยากให้เกิด ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เหตุแจ้งเตือนสึนามิครั้งนี้เหตุเกิดที่ใกล้ๆ เกาะสุมตรา วันนี้ 11 เมษายน 2555
ตอนที่เขียนอยู่นี้ ตัวเลขที่แจ้งล่าสุดคือ 8.6 ริกเตอร์ น้อยกว่าครั้งที่ 9.1 อยู่ 5 เท่า (เพิ่ม 1 ริกเตอร์ = เพิ่ม 10 เท่า)

https://feww.files.wordpress.com/2012/04/sumatra-eq-11apr12.png?w=652

จากจุดที่เกิดเหตุ จะเห็นว่า ประเทศไทยค่อนข้างโชคดีกว่าอินโดนีเซีย แต่ไม่ว่าประเทศไหน เราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น!

ครั้งที่แล้วเกิดสึนามิตามแนวยุบตัว ทำให้เกิดความรุนแรงได้มากกว่าคราวนี้ ที่เกิดรอยเลื่อนในแนวราบ ทำให้ความรุนแรง
ไม่เท่ากับครั้งที่แล้ว (ข้อมูลจากนักวิชการ)

นอกเหนือผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อโลกของเราแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันย่อมส่งผลต่อตลาดทุน ไม่มากก็น้อย
ด้วยความสงสัยว่า สึนามิครั้งที่แล้ว 26 ธันวาคม 2547 ก็ถือว่าตลาดส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นแค่ไหน เผื่อจะเป็นแนวทางในการตัดสินใจ
ก็เลยไปเปิดกราฟดูครับ (ตอนนั้นผมยังไม่ได้เข้าตลาดเลยครับ)

https://vihybrid.files.wordpress.com/2012/04/set-tsunama-2004-no-effect.gif?w=692

จาก วันศุกร์ที่ 24 ธ.ค. 47 ตลาดปิดที่ 670 เช้าหลังวันเกิดเหตุ ตลาดในวันจันทร์ที่ 27 ธ.ค. 47 เปิดที่ 655 และไปปิดเพิ่มขึ้นได้ที่ 663
และผลกระทบหลังจากนั้นต่อตลาดหุ้นกลับทะยานขึ้นไปอย่างในกราฟ ทั้งๆที่ครั้งนั้นความเสียหายเกิดขึ้นอย่างรุนแรงมากนะครับ
หวังว่าพอจะเป็นแนวทางไ้ด้บ้างนะครับ

ตอนนี้เชื่อว่าทุกคน ก็ยังเฝ้าระวัง AfterShock กันอยู่นะครับ ขอให้ปลอดภัยกันทุกคน ทุกประเทศ ครับ -/\-

ล่าสุด 20:12 ดูเหมือนจะประกาศยกเลิกแจ้งเตือนกันหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วยครับ \(.  .)/

ติดตามข้อมูลที่รวบรวม Twitter ของผู้สื่อข่าวได้ที่ http://fwd4.me/0yDu

ปล. เป็นเรื่องบังเอิญที่วันที่เกิดเหตุ ตลาดปิดที่ 1154 เหมือนชื่อ Login ที่ผมใช้ใน ThaiVI พอดี

@Shaen – 1154(ThaiVI)
11 เมษายน 2555

21กรัมในการลงทุน

มาตรฐาน


หลายคนคงเคยได้ยินกันว่า หลังจากเราเสียชีวิตไปแล้ว น้ำหนักจะหายไป 21 กรัม
ซึ่งก็เชื่อกันว่ามันเป็นน้ำหนักของจิตของมนุษย์  ส่วนการทดลองกับ”หนู”
พบว่าเมื่อหนูตายน้ำหนัก จะหายไป 0.03 กรัม

จากสูตร E=MC² ของ ไอน์สไตน์
C คือความเร็วแสง 300,000 เมตร/วินาที
M คือมวล มีหน่วยเป็นกรัม
พลังจิตมนุษย์ = 21g X 300,000² = 1,890,000,000,000 = 1,890 MJ
พลังจิตหนู = 0.03g X 300,000² = 2,700,000,000 = 2.7 MJ

พลังงานไฟฟ้า 1 kWh = 3.6 MJ = ใช้เตารีด 1000 W เป็นเวลา 1 ชม. หรือไฟฟ้า 1 หน่วย

ดังนั้นหากเอาพลังงานของจิดมนุษย์มาคำนวนเป็นพลังงานไฟฟ้า
1,890,000,000,000/3,600,000 = 525,000 kWh

iPhone เครื่องนึง 3.7 V 1.42 Amp = 3.7×1.42 = 5.25 Watts ต่อชม.
คำนวณได้ว่า พลังของจิตแปลงเป็นพลังงานจะสามารถใช้ iPhone ได้
= 525,000,000 Wh / 5.25 Wh
= 100,000,000 ชั่วโมง หรือ 11,415 ปี !!!

https://i2.wp.com/topnews.in/sports/files/Lance_Armstrong_09.jpg

“ไอน์สไตน์” ยอมรับว่า พลังที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกนั้น…มิใช่พลังที่เกิดจากวัตถุ
หากแต่เป็นพลังแห่งจิต ด้วยพลังจิตเป็นพลังที่มีอานุภาพอย่างไร้ขอบเขต ไร้ขีดจำกัด

คนที่ป่วยหลายคน ทันทีที่เมื่อรู้ว่าตัวเิิองเป็นโรคร้ายระยะสุดท้าย ก็กลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว
แต่ถ้าผู้ป่วยมีพลังจิตที่เข้มแข็ง โรคร้ายกลับทุเลาลงอย่างรวดเร็วเป็นที่น่าอัศจรรย์
อย่างที่เราได้ยินกันบ่อยๆ

ตัวอย่างที่ชัดก็คือ Lanc Armstrong ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่สมอง ปอด และอัณฑะ เมื่อปี 1996
สามารถเอาชนะโรคมะเร็งและกลับมาแข่งจักรยานได้อีกครั้ง ก็เพราะจิตที่เข้มแข็ง แถมเค้ายังส่ง
ต่อความเข้มแข็งของเค้าผ่านต่อไปคนยังอื่นๆด้วย WristBand สีเหลืองที่เรารู้จักกันอีกด้วย

แล้วพลังจิตกับการลงทุนล่ะ?

สำหรับคนที่ลงทุนมาได้ซักพัก คงเจอเหตุการณ์  ติดยอดเขาเอพเวอเรส ตกเครื่องบิน ขายปลาวาฬ กันมาถ้วนหน้า
แล้วมันก็วนเวียนอยู่อย่างนั้น โดยที่เราอาจไม่ได้ค้นหาสาเหตุที่ทำให้มันเกิดขึ้นมาเลย !

เราไม่ได้ใช้ประโยชน์จากความสามารถของจิตหรือความมุ่งมั่นของเราเลย แต่ กลับเป็นการตัดสินใจ ซื้อ ขาย
ด้วยการใช้อารมณ์ ไม่ว่าจะเ็ป็นจาก

– อารมณ์แปรปรวนของตลาดมากระทบเรา
– อารมณ์ของเพื่อนที่ลงทุนแล้วได้กำไรมากๆในระยะเวลาอันสั้นมากระทบเรา
– ซื้อตามเซียนคนนั้น
– หุ้นตัวนั้นที่เราเคยมองผ่านๆ แต่ก็ไม่ได้ลงแรง ทำการบ้านเจาะลึก แต่กลับวิ่งเอาๆ แถมหุ้นที่เราถือไม่ไปไหนซักที
– หุ้นขึ้นมาตั้ง 30% แล้ว คงไม่ไปต่อหรอก เปลี่ยนตัวดีกว่า แล้วตัวเก่ามันก็วิ่งไปเป็น 100% +_+

ที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่มากระทบจิตเราด้วยอารมณ์ทั้งนั้น เพราะจิตเราไม่มีที่ยึดเหนี่ยว ด้วยหลักการ หรือเหตุผลตั้งแต่ต้น
ก็เป็นธรรมดาที่จิตเราจะกระเพื่อม แล้วเผลอตัดสินใจไปด้วยอารมณ์ สุดท้ายผลลัำพธ์ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม

แล้วเราจะหาที่ยึดเหนี่ยวให้จิตในการลงทุนได้อย่างไร ?

-กำหนดเวลาในการศึกษา ว่า เราจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจการยังไง เช่น จะทำความรู้จักหุ้น เดือนละตัว สัปดาห์ละตัว
ปีนึงเราก็ขยายขอบเขตความรู้จักของหุ้นไ้ด้ตั้งเยอะ อ่านเอง รู้เอง จะได้ไม่ต้องถามคนอื่น แถมอาจจะเปลี่ยนเป็นคนคอยตอบให้คนอื่นแทน

กำหนดเป้าหมายของพอร์ตรวม โดยใ้ห้สอดคล้องกับ เวลาและความรู้ที่เรามี และค่อยๆเพิ่มขึ้นหากเราลงแรงเพิ่มมากขึ้น
เช่น ตั้งเป้าหมายว่า ทั้งพอร์ตซัก 12-15% ต่อปี แต่ก็ไม่ควรจะแพ้ตลาดนะ ไม่งั้นซื้อกองทุนอ้างอิงดันชีดีกว่า

กำหนดเป้าหมายของหุ้นแต่ละตัว ไม่ใช่หุ้นทุกตัวที่ถือยาวแล้วใส่ตุ่มฝังในใจไปเลยได้ บางตัวอาจมีตัวเร่ง ตัวถ่วงแตกต่างกันไป
และให้เขียนลงไปด้วย เพื่อลดการใช้อารมณ์ อ้อแล้วก็กำหนด Timeframe ของตัวเองด้วยว่ายาวสั้นแค่ไหน เพราะราคา ณ สิ้นปีนี้
กับราคา ณ อีก 3ปีข้างหน้า มันก็เป็นคนละเรื่องกันเลย

วางแผนไว้ตั้งแต่ต้น เราจะซื้ออะไีร ที่ราคาเท่าไหร่ จำนวนเท่าไหร่ กี่ไม้ ที่เหลือก็แค่ทำตามแผนที่เราวางไว้ ในตอนที่สติยังสมประดีอยู่
แล้วเหตุผลอะไรที่จะทำให้เราตัดสินใจที่จะไม่ลงทุนในกิจการตัวนั้น เขียนให้ชัดไว้เลย

-ประเมิณผลงานของพอร์ตและกิจการจริง อาจจะทุกไตรมาส ทุกปี แล้วแต่ Timeframe ของกิจการนั้นๆ ว่า กิจการยังดีอยู่มั้ย
กำไรที่บริษัททำได้เป็นไปตามคาด ดีกว่าคาด หรือห่วยกว่าคาด และเราก็ควรจะเปรียบเทียบกับตลาดด้วย

ลดการดูหน้าจอราคาให้น้อยลง เพราะตัวเลขเขียวๆแดงนี่แหละที่ทำให้จิตเรากระเพื่อมได้สุดๆ อาจมีข้อยกเว้นบ้าง เช่นช่วงนั้นอาจมี
การเปลี่ยนแปลงที่มีนัยยะต่อพื้นฐานเช่น ประกาศผลประกอบการณ์ การเพิ่มทุน การเปลี่ยน Business Model ของกิจการ

ตารางนี้เป็นส่วนนึงของแผนที่ช่วยลดการใช้อารมณ์ของคุณ ผมทำเป็น Template คร่าวๆเอาไว้ให้ ส่วนใครจะเอาไปปรับแต่งเพิ่มยังไง
ตามสะดวกเลยครับ Download กดที่ตารางได้เลยครับ อ้อ หุ้นแต่ละตัว เราไม่ได้เจาะกันแค่นี้นะครับ บรรทัดนี้เอาไว้สรุปประเด็นเฉยๆ

Screen Shot 2557-04-18 at 10.00.49 AM

 

 

 

 

 

 

เราสามารถประยุกต์ วิธีการนี้ใช้กับ สิ่งที่เราพยายามอยู่ได้กับทุกอย่าง โดยเริ่มที่จิตที่มุ่งมั่น แล้วค้นหาวิธีการที่จะนำไปสู่สิ่งนั้น

ทั้งหมดนี้ที่ว่ามานี้ คือ การสร้างที่ยึดเหนี่ยวให้กับจิต 21 กรัม ด้วยเหตุและผลที่ว่า
“ถ้าอยากกรีดยาง ก็ไม่ควรใช้วิธีปลูกถั่วงอก”

@Shaen
4 เมษายน 2555