Category Archives: วิเคราะห์ธุรกิจ

JMART Return Q3/15

มาตรฐาน

ในที่สุดมือถือก็ผงกหัวจนได้ แถมทำได้ดีเกินคาดด้วย
Q4 จะได้อานิสงส์ต่อจาก Jmoney และ iPhone6S น่าจะดีต่อเนื่องได้อีก

jmart-2015-Q3

ในที่สุดมือถือก็ผงกหัวจนได้ แถมทำได้ดีเกินคาดด้วย
Q4 จะได้อานิสงส์ต่อจาก Jmoney และ iPhone6S น่าจะดีต่อเนื่องได้อีก

jmart-eps
อันนี้วุดดี้ ได้โทรคุยกับ IR เลยมาแชร์ใน ThaiVI ขออนุญาตมาลงประกอบตอนนี้ครับ

VuudD wrote:
วันนี้ได้คุยกับทางบริษัทมาอยากแชร์สัก2ประเด็น
1) ธุรกิจมือถือ sssg (นับเฉพาะสาขาที่เปิดมาครบปี) ของไตรมาส3อยู่ที่ประมาณ 20% samsungขายดีหลายรุ่น บางรุ่นทำได้ดีกว่าคาดเช่น A7 ส่วนไตรมาส4บริษัทตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจมือถือทำ new high ครับ…

2) ตอนนี้บริษัทยังเอาiphoneจาก operator มาขาย แต่ได้รับแต่งตั้งเป็น authorized distributor จากแอปเปิ้ลทำให้ได้มาร์จิ้นดีขึ้นกว่าเดิมส่วนเรื่องธุรกิจลูกไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ผมแค่ฝากความห่วงใยเรื่อง singer กับทางบริษัทไปว่า “เราขาย jmt ซึ่งเป็นของดีไปเพื่อให้ได้ singer มา หวังว่าจะไม่ใช่การขายหมูไปซื้อควายนะครับ” ซึ่งทางบริษัทบอกว่าตอนนี้คุณอดิศักดิ์เองก็ร้อนใจเรื่อง singer เหมือนกัน แต่คาดว่าต้องให้เวลา singer แก้ไขอีกสักระยะหนึ่งข้างล่างนี่เล่าขำๆนะครับอย่าซีเรียสมาก :)

ก่อนวางสายผมได้บอกชื่นชมและขอบคุณบริษัทที่ทำผลงานได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน คนของทางบริษัทได้ตัดพ้อมาเล็กน้อยว่าอาจจะยังทำไม่ดีพอรึป่าวเพราะดูเหมือนตลาดจะไม่ค่อยตอบสนอง ผมเลยบอกเค้าไปว่า

“บริษัททำได้ดีแล้วขอให้ทำดีต่อไป ส่วนเรื่องราคาหุ้นไม่ต้องสนใจมากเพราะนักลงทุนทุกวันนี้เก่ง บริษัทที่ทำดีและพิสูจน์ตัวเองได้ยังไงสุดท้ายราคาหุ้นจะสะท้อนเอง คราวนี้ไม่ได้มา oppdayไม่เป็นไร คราวหน้าถ้ามาพร้อมกับงบมือถือ new high มาพร้อมกับความก้าวหน้าของ jmoney มาพร้อมกับบอก นลท ได้ว่าซื้อมือถือจากเรามีอะไรต่างจากเจ้าอื่น ต่างจากโอเปอร์เรเตอร์ยังไง พิสูจน์ทุกอย่างด้วยตัวเลข เดี๋ยวตลาดจะตัดสินเอง”

17 November 2015
1154

SE-ED ฟื้นจริงเหรอ

มาตรฐาน


SE-ED ถ้าดูบรรทัดสุดท้ายอย่างเดียว ดูเหมือนจะกลับมาดี
แต่พอเปิดไส้ใน Topline หด !!! YoY นะ

รายได้จากฝั่งโรงเรียนดีขึ้น 18%
GP ดีขึ้น 2% อาจจะมาจาก product mix ที่เป็นส่วน non-book

และกำไรส่วนที่เพิ่มขึ้นราว 22 ล้าน ก็พอเหมาะพอเจาะกับ
ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงไป 22 ล้านพอดี ห
แล้ว Q หน้าจะยังลดได้อีกมั้ย?

สรุป หนังสือยังคงอยู่ในเทรนขาลงชัดเจน
การประคองธุรกิจ โดยควบคุมค่าใช้จ่าย
ก็เป็นทางเลือกทางนึง ทีทีก็มีข้อจำกัด
กำไรที่โผล่ยังไม่ได้มาจาก operating จริงๆ

ทางออกที่เป็นรูปธรรมในระยะยาว
ผมยังให้น้ำหนักในเรื่องการเปลี่ยน Biz Model เป็นหลัก

8 สิงหาคม 2557
แชน

หุ้นสายการบิน

มาตรฐาน

สายการบิน ตายหมู่ AAV NOK ถึงแม้น TopLine จะโตกันทั้งคู่
แต่ก็ขาดทุนกันตั้งแต่กำไรขั้นต้น ทั้งคู่เหมือนกัน

 

ทั้งจากการแข่งขันกันเอง ไหนจะมี Lion Air ที่ดั้มราคาตั๊วซะน่ากลัว
ต้นทุนน้ำมัน ค่าเงินอีก ค่าเช่า/เสื่อมจากฝูงบินใหม่
แต่ละตัวเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก ถึงจะ hedge ก็แล้วเหอะ

NokAir ก็ออกข่าวว่าจะมีบริการ Wifi ในเครื่องบิน
สังเกตอะไรมั้ย ถ้าธุรกิจแข่งกันที่ Non-Core แล้ว
มันแปลว่า เริ่มอยู่ใน Red Ocean แล้ว แต่ละฝ่ายกำลังไปหา น่านน้ำใหม่

Bangkok Airway ที่กำลังจะเข้ามา ก็ลงทุนด้วยความระมัดระวังกันด้วยครับ

8 สิงหาคม 2557
แชน

ถึงคราวของ Cloud : ปฐมบท

มาตรฐาน

ณ ทุ่งหญ้าโล่กว้างเขียวขจี มีหนูน้อย2คน นั่งเล่นทายปัญหากัน ลองไปแอบฟังกัน

Mimi : นี่ๆ เรามาเล่นทายปัญหากันปะ
Unly : อื้อ(กำลังเคี้ยวหนมเต็มปาก) เอาดิ
Mimi : งั้นเราเริ่มก่อน ..Cat แปลว่า
Uly : กสท เอ้ย แมว ห่ะๆ
Mimi : (มองด้วยหางตา) เดี๊ยะๆ ต่อๆนะ Cloud แปลว่า
Uly : วัว มออออ
Mimi : นั่นมัน Cow ย่ะ C-L-O-U-D แปลว่า เมฆ ย่ะ
Uly : อ๋อ งึมๆ (พยักหน้าและกินหนมต่อ)
Mimi : แล้ว Cloud Computing ล่ะ
Uly : สบายมัก (เอากำปั้นทุบอก) ก็การคำนวณการเคลื่อนของเมฆไง !

(ภาพตัดสูงขึ้นไปที่ท้องฟ้า และซูมเข้าเมฆก้อนนั้น)

Cloud Computing ในแง่ของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ จะหมายถึง การใช้ทรัพยากรทั้ง hardware และ software
แล้วส่งผ่านเครือข่าย เช่น Internet เป็นต้น โดยในก้อนเมฆนี่แหละ ที่จะจะเป็นโครงสร้างเครือข่ายที่แสนงงวย
ก็ยกให้เป็นหน้าที่ของServer ไป ที่ช่วยกันทำงานและประมวลผล โดยฝั่งเราๆท่านที่เป็นผู้ใช้ อาศัยแค่มี_Device ธรรมดาๆ
ที่ต่อกับเครือข่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ Tablet Notebook หรือ PC ที่ไม่ต้องมีสเปคสูงๆ ก็สามารถใช้งานได้แล้ว
แถมยังสามารถเรียกใช้ได้ ทุกเวลาและ ทุกสถานที่ อีกต่างหาก จ๊อดมะ

ทุกวันนี้เราก็ใช้บริการ Cloud Computing กันอยู่แล้ว ทั้งอาจจะรู้ตัวและไม่รู้ตัว โดยมันสามารถแบ่งได้หลายหมวดหมู่ ดังต่อไปนี้

    • Infrastructure as a service (IaaS)
    • Platform as a service (PaaS)
    • Software as a service (SaaS)
    • Network as a service (NaaS)
    • Storage as a service (STaaS)
    • Security as a service (SECaaS)
    • Data as a service (DaaS)
    • Database as a service (DBaaS)
    • Test environment as a service (TEaaS)
    • Desktop virtualization
    • API as a service (APIaaS)
    • Backend as a service (BaaS)

อย่าเพิ่งมึนครับ ลองดู Chart ข้างล่าง จะมีการยกตัวอย่างของแต่ละหมวด ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
จะเห็นว่า อย่าง Gmail,Hotmail , Google Drive, Dropbox, Facebook,Twitter Hosting หรือแม้กะรทั่งหลายๆเกม ก็ล้วนเป็น
Cloud Computing ทั้งสิ้น มันใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด

แล้ว Cloud มันดียังไงล่ะ ถ้ามองในฝั่งว่าเราเป็นผู้จะใช้บริการ ประโยชน์ที่เราจะได้จาก Cloud

ลดต้นทุน (Cost Saving for Start up)

ถ้าเราอยากตั้งธุรกิจเล็กๆ ที่เพิ่งจะเริ่มต้น มีทุนจำกัด แต่เรามีความจำเป็นต้องตั้ง Server เองเพื่อใช้ email กับ website
ถ้าต้องไปลงทุนตั้ง Server เอง ก็คงมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ค่าHardware, Software ที่ลงในเครื่อง เช่าที่ต่อท่อสัญญาณ Admin ที่คอยดูแล
โอ้ แค่ไล่ๆก็ไม่เหนื่อยแล้วก็ชักไม่อยากรู้ราคาแล้ว ว่าต้องลงทุนด้วยตัวเองเท่าไหร่ โครงการที่คิดไว้ อาจพับเพราะท้อตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

แต่ถ้าเรา ก็ใช้ไป Cloud Coumputing ที่มีเค้าเปิดให้บริการอยู่แล้ว เราก็อาจช่ายค่าบริการจิ๊บๆแบบสบายกระเป๋า
แถมเราเองไม่ต้องคอยดูแล แก้ไข ปัญหาที่ต้องตามมา ทำให้เรามีเวลา Focus กับตัวธุรกิจหลักจริงๆของเราได้มากขึ้น

การเข้าถึงได้สะดวก (Anywhere Anytime)

ง่ายๆเลย เราไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องเดิมก็ยังได้ ถ้าสมมติแบตเตอรี่เครื่องหมด แล้วเราอยากจะซื้อหุ้น แค่เรายืมเครื่องเพื่อนแป๊บนึง
login เสร็จ ก็สั่งซื้อหุ้นได้แล้ว แล้วก็ยึดเล่นเกมต่อเลย นี่แหละ ข้อดีของ Cloud และเป็น คราว(ด์)ซวยของเพื่อน ห่ะๆ

มองเห็นป่าทั้งป่า (Bird Eye Views Vision)
ถ้าองค์กรที่สาขาจำนวนมาก การติดตามข้อมูลแต่ละสาขา อาจทำได้ยาก แต่ถ้่าเราสามารถดูข้อมูลจากแต่ละสาขาในแบบ Realtime ได้
การจะจัดการ วางแผนโดยเห็นภาพใหญ่ก็ทำได้สะดวกขึ้น

ถ้าเรามามองในฝั่งที่เราเป็นผู้ให้บริการ Cloud Computing ดูบ้าง ว่าทำไมธุรกิจที่ทำ Cloud มันถึงน่าสนใจ

ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว (Easy Expanding)
ลองคิดดูนะครับ ว่า Facebook, Google ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ก็สามารถโตขึ้นมาเป็นบริษัทระดับโลกได้ เพราะถ้า Bussiness Model
มันสำเร็จในพื้นที่แรก การจะทำซ้ำในพื้นที่ถัดๆไป ก็ทำได้ไม่ยากนัก อาจะมีการปรับเปลี่ยนเล็กๆน้อย
เพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่น เปลี่ยนภาษา เพิ่ม Function เล็กๆน้อย โดยที่แกนกลางยังคงเป็นตัวเดิม

เราหลับๆตื่นๆ เค้ากระจายตัวไปทั่วโลกแล้ว สมัยนี้ ไม่ใช่ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” หากแต่เป็นยุค “ปลาเร็วกินปลาช้า” กันแล้ว

ถ้าเป็นธุรกิจแบบเก่า กว่าจะขยายกำลังการผลิตได้ ต้องหาที่ สร้างโรงงาน เอาเครื่องจักรมาลง เพิ่มพนักงาน โอ้ เยอะจัด
มีทั้งต้นทุนเงินและต้นทุนเวลา ที่ต้องเสียไปเท่าไหร่

ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว (Easy to Adapt)
ถ้าเป็นธุรกิจแบบเก่า เช่น โรงงานผลิตสินค้าซักอย่าง ถ้ามีแผนจะ upgrade อะไรซักทีนึง แล้วมีจุดที่เราต้องไปทำการแก้ไขให้ลูกค้าซักแค่
76 แห่งใน 76 จังหวัด แบบนี้ก็ต้องใช้เวลาในการเดินทาง ติดตั้ง กันเป็นเดือนๆแล้วละครับ แล้วถ้ามีปัญหาติดตั้งพลาด ต้องกลับไปแก้อีก
โอ้ย ไม่อยากจะคิด

สมมติว่า เราทำ Cloud Service ซักอย่าง ยกตัวอย่างเป็น Application ก็แล้วกัน เค้าเพียงแค่ ปรับเปลี่ยน Feature แล้วออก Version
ใหม่ ลูกค้าคนก่อนๆที่เคย download ไป สมมติซัก 1 ล้านคน ก็จะถูก update ได้ด้วยตัวเองเพียงการจิ้ม update ไม่กี่อึดใจก็เสร็จ
เสร็จแล้วครับ แค่นั่นแหละ เหมือนที่เรากด update เกมกันบ่อยๆอ่ะ

ซึ่งวิธีคิดง่ายๆแบบนี้ จะทำให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว จนแทบจะชี้เป็นชี้ตายให้กับธุรกิจกันเลย

แต่ในการเข้าถึงได้ง่ายของ Cloud ก็เป็นเหมือนดาบสองคม ที่คู่แข่งก็มีโอกาสจะเข้ามาในตลาดและช่วงชิงลูกค้าไปได้ หากว่า
คูเมืองของเจ้าของพื้นที่เดิม ไม่กว้างและลึกพอ

ในปฐมบทนี้ ก็คงจะขอเกริ่นเรื่อง Cloud Computing ไว้เพียงเท่านี้ ก็น่าจะพอให้เห็นภาพกันบ้าง สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคย
ท้ายที่สุดแล้ว Trend ของธุรกิจ ที่ต้องแข่งกันด้วย ต้นทุน ข้อมูล และการจัดการ คำตอบก็จะมาจบลงที่ Cloud ไม่มากก็น้อย
(Cloud At Las(t)) เพราะทุกสรรพสิ่งล้วนเชื่อมถึงกัน

(ภาพซูมออกจากเมฆ เห็นท้องฟ้า เลื่อนลงมาที่ม้านั่งตัวเดิม)

Mimi : ทีนี้เข้าใจอะยัง
Uly : งืมๆ เข้าใจแล้ว….ว่า กินหนมแล้วไม่มีน้ำแล้ว มันฝืดคอจริงๆ เอ๊ะนั่นตัวไรอะ
Mimi (หันไปดู แต่ไม่เจออะไร ได้ยินแต่เสียงดูดน้ำ ซูดดดด คลอกๆ)

Mimi : @#^%
(ผ่าง) เสียงฝาอลูมิเนียมกระทบอะไรบางอย่าง ^^!

17 ธันวาคม 2555
โดย 1154 (แชน)

Global ภาค9 Partial Tender Offer

มาตรฐาน

และแล้วสิ่งที่คาดไว้ ก็บังเกิด แต่เกิดเร็วกว่าที่คาด เพราะถ้ายืดเยื้อไปกว่านี้ เชื่อได้ว่า SCG คงต้องซื้อ Global
ในราคาที่แพงขึ้นกว่านี้แน่นอน เพราะ Global สามารถต่อรองได้ว่า สาขาที่จะเปิดใหม่ มีเพิ่มขึ้นนะเธอ
SCG ก็เลยต้องรีบปิดดีล (อันนี้ผมอ่านเกมเอาเองนะ ^^!)

พิ่มเติม หลังจากเขียนบทความไปปีกว่าๆ Global แจกปันผลเป็นหุ้นอีก 2 ครั้ง
5:1 และ 6:1  ถ้าคำนวณมูลค่าเทียบแบบปกติ ให้เอา x 6/5 x 7/6  = x 1.40 ครับ
15 มกราคม 2557

ไปดูเนื้อข่าว ที่ทั้งคู่ตกลงกันครับ


นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรม​การ​ผู้จัด​การ​ใหญ่ ​เอสซีจี ​เปิด​เผยว่า ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น ​ได้บรรลุข้อตกลง​การร่วมลงทุน​ในสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ ​ในสัดส่วนประมาณร้อยละ 30.01 ​ถึงร้อยละ 33.40 ของสิทธิออก​เสียง​ทั้งหมด ด้วย​การซื้อหุ้นสามัญ​เพิ่มทุน ​ซึ่งสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ จะออก​และ​เสนอขาย​ให้กับ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น ​แบบ​เฉพาะ​เจาะจง (Private Placement) จำนวน 224 ล้านหุ้น ​ในราคาหุ้นละ 14 บาท ​และ​การ​ทำคำ​เสนอซื้อหลักทรัพย์บางส่วน (Partial Tender Offer) ​ทั้งหุ้นสามัญ​และ​ใบสำคัญ​แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นจาก​ผู้ถือหลักทรัพย์ของ สยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ ​โดย​ทำคำ​เสนอซื้อหุ้นสามัญจำนวน​ไม่​เกิน 457,420,683 หุ้น ​และ​ไม่ต่ำกว่า 391,094,684 หุ้น ที่ราคา 14 บาทต่อหุ้น ​และคำ​เสนอซื้อ​ใบสำคัญ​แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นจำนวน​ไม่​เกิน 55,616,085 หน่วย ​และ​ไม่ต่ำกว่า 47,551,750 หน่วย ที่ราคา 9.30 บาทต่อ​ใบสำคัญ​แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หลังจากธุรกรรมข้างต้น​เสร็จสิ้น ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จะมีสัดส่วน​การถือหุ้น​โดยประมาณ​ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30.01 ​และ​ไม่​เกินร้อยละ 33.40 ของจำนวนหุ้นสามัญหลัง​การ​เพิ่มทุน​และหลัง​การ​ใช้สิทธิของ​ใบสำคัญ​แสดง สิทธิ​ทั้งหมด ​โดย​ได้มี​การลงนาม​ในสัญญาจองซื้อหุ้นสามัญ​เพิ่มทุนกับสยาม​โกลบอล​ เฮ้าส์​แล้ว ​เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2555 ด้วยมูลค่า​การลงทุน รวม​ถึง​การ​ใช้สิทธิซื้อหุ้นจาก​ใบสำคัญ​แสดงสิทธิประมาณ 10,000 ล้านบาท
นายขจร​เดช ​แสงสุพรรณ กรรม​การ​ผู้จัด​การ​ใหญ่ ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น กล่าวว่า ​การตัดสิน​ใจลงทุนครั้งนี้ ​เพื่อ​เข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกสินค้าวัสดุก่อสร้าง​ในรูป​แบบของร้านค้าคลัง สินค้า (Warehouse Store) ​ซึ่งมีอัตรา​การ​เติบ​โต​ในระดับที่สูงอย่างต่อ​เนื่องตามพฤติกรรม​ผู้บริ​ โภคที่​เปลี่ยน​แปลง​ไป ​โดยสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ ​เป็น​ผู้นำ​ในธุรกิจค้าปลีกสินค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตก​แต่ง อุปกรณ์งานก่อสร้าง ต่อ​เติม ตก​แต่งบ้าน อาคาร ​และสวน ​ในรูป​แบบของร้านค้าคลังสินค้า ที่รวมสินค้าหลากหลาย​แบบ​และครบวงจร ​เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น มุ่งหวังที่จะ​เป็น Strategic Partner ของสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์อย่างยั่งยืน ​เพื่อ​เสริมสร้าง​ความ​แข็ง​แกร่ง​และศักยภาพ​การขยายธุรกิจ​ทั้ง​ในประ​ เทศ​ไทย ​และประ​เทศอื่นๆ ​ในภูมิภาคอา​เซียนต่อ​ไป
​ทั้งนี้ ​การ​เข้าร่วมลงทุนดังกล่าวจะต้อง​ได้รับ​ความ​เห็นชอบจากที่ประชุม​ผู้ถือ หุ้นของสยาม​โกลบอล​เฮ้าส์ ​ในวันที่ 1 ตุลาคม 2555

ผมลองจิ้ม Excel คร่าวๆ หลังปูนมา PTO(Partial Tender Offer) เพราะมีประเด็นว่า เมื่อมีการเพิ่มทุน
ถึงแม้นจะเป็นแบบ PP ก็เถอะ แต่ก็ทำให้ Dilute ผู้ถือหุ้นเดิม

ก็ต้องชั่งว่า สิ่งที่ SCG จะมีมาให้นั้น คุ้มค่าหรือไม่ มาลองจินตนาการเล่นๆกัน

ถ้าตามแผนใหม่แบบเบาะๆ ดูืที่วงแดงๆไว้ นั่นคือสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลง
– ขยายสาขา จากเดิม 8=>10
– และ ต้นทุนการเงินลดแค่ 25% จากของเดิม
– จำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นมาใส่ส่วนของ SCG ก็จะ Cover ส่วน Dilute แล้วครับ

แต่ถ้าขยายสาขา > 10 หรือไปช่วยต้นทุนการเงินมากกว่า 25-30 % EPS ก็จะมากกว่าเดิมในปีหน้าไปเลย

– Topline น่่าจะโตขึ้นจากสินค้าตระูกูลปูนมาขาย Margin ก็น่าจะได้เพิ่มขึ้น
– พวกระบบ Logistic , Inventory คงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (ปูนกำลังทดลองระบบ Logistic ใหม่ด้วย ^^)
– สาขา Global นอกจากจะขายสินค้าให้ลูกค้าแล้ว น่าจะใช้เป็น Sub DC กระจายให้
ซีเมนส์ไทยโฮมมาร์ทด้วย ของก็น่าจะหมุนได้เร็วขึ้น

โดยรวมๆ เป็นเรื่องดีครับ แต่จะดีมาก หรือ ดีน้อย ดีเร็ว ดีช้า ก็ขึ้นกับแผนแบบละเอียดครับ
ซึ่งผมไม่ีู้รู้ครับ ก็เลยคาดการณ์มาให้ดู ให้ชั่งน้ำหนักกัน

แต่กรณีนี้เคยเกิดขึ้นกับ Q-Con (ผลิตอิฐมวลเบา) มาก่อนแล้ว โดนปูนเจ้านี้แหละทำ Tender Offer เมื่อต้น ก.พ. 53
เลยไปดูกำไรย้อนหลัง ว่าหลังโดน Tender Offer จะเป็นยังไง ก็ปรากฏว่า โอ้ กำไรก็โตขึ้นตลอดหลังจากโดน TO

Image

ราคาก็โตตามผลประกอบการณ์ เส้นในแนวตั้งก็คือ ช่วงที่โดน Tender Offer ครับ
ที่น่าสังเกตมากๆ ก็คือ PE 120 !!! ตอนที่ Tender Offer นะครับ
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผลประกอบการณ์ก็ดึง PE ลงมาระดับปกติได้

อันนี้แค่หยิบยกกรณีที่เคยผ่านไปแล้ว มาให้ดูนะครับ สำหรับ Global อาจจะเหมือนหรือต่างออกไปก็ได้

โปรดใช้วิจารญาณในการลงทุนให้มากๆ เพราะเงินทองกว่าจะหามาได้ยากลำบาก
ผมก็บันทึกสิ่งที่ผมคิด วิเคราะห์ได้ จากมุมมองของผม ณ ตอนนี้เอาไว้ อ่านย้อนหลัง

28 สิงหาคม 2555
@Shaen

เหตุจาก AF

มาตรฐาน

https://i1.wp.com/www.bodyglove.co.th/uploads/company/tmb20120510183126.jpg

เหตุเกิดจาก ช่วงนี้ติด AF ครับ เหอๆ แล้ว BodyGlove ก็เป็น sponsor เสื้อผ้าให้กับรายการ ใส่ทั้งเด็กและคุณครู
ก็เลยอยากจะทำความรู้จักบริษัทดู เพราะลำพังตัวเองที่เดินผ่าน shop อย่างเดียว มันไม่มีแรงจูงใจพอ
พอติด AF ก็เลยถือโอกาสลองอ่าน 56-1 ดูครับ

BodyGlove ยี่ห้อเสื้อผ้าที่อยู่กับคนไทยมานาน ตั้งแต่สมัยผมเด็กๆ นี่ชอบใส่ เพราะสีสันจัด ลายเยอะ
แต่พอเริ่มโตขึ้น ไม่รู้ทำไมว่า ในตู้เสื้อผ้า ไม่มีเสื้อผ้ายี่ห้อนี้แล้ว อาจะเป็นเพราะรสนิยมที่ผ่านมาไม่ตรงกัน

BodyGlove Thai ไม่ได้มีแค่ไทย แต่ยังรวมถึง เวียดนาม พม่า ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ ด้วย

https://i2.wp.com/content.screencast.com/users/glauy/folders/Snagit/media/9d2629b7-f28b-4fa7-96c2-9bf70ff4b00a/07.04.2012-18.40.46.png

– รายได้จากการขายในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำปี 2554 ประกอบด้วย ร้านค้า จำนวน 20 แห่ง
และ เคาน์เตอร์ ในศูนย์การค้าจำนวน 21 แห่ง

– รายได้จากการขายในต่างจังหวัด ประจำปี 2554 ประกอบด้วย ร้านค้า จำนวน 57 แห่ง และเคาน์เตอร์
ในศูนย์การค้า จำนวน 45 แห่ง

https://i1.wp.com/content.screencast.com/users/glauy/folders/Snagit/media/a1ffdff1-a463-48f8-a4ff-1b00ce9f7b66/07.04.2012-18.39.33.png

รายได้เฉลี่ย สาขาในกรุงเทพและปริมณฑล : 288.47/(20+21)
7.03 ล้าน/ปี
5.86 แสน/สาขา/เดือน
19,500 /สาขา/วัน

รายได้เฉลี่ย สาขาในต่างจังหวัด : 611.52/(57+45)
6 ล้าน/สาขา/ปี
5 แสน/สาขา/เดือน
16,660 /สาขา/วัน

http://sharecapture.com/image/9eb1b8476c2f4885b8cd2fb066ce2d45

เกร็ดข้อมูลบริษัท

– shop ถ้าเช่าตามห้าง ผบห ตั้งว่าค่าเช่า ไม่ควรเกิน 15% ของรายได้
– ถ้าขายไม่ดี เนื่องจาก ทำเลไม่ดีพอ ผบห. เลือกที่จะปิดสาขานั้นเลย
– ตอนนี้มีแผนจะทำ Brand South Bay ออกมา
– ปี 2555 มีแผนจะเปิดอีก 10 สาขา
– ที่สาขา Seacon Sqaure ที่ผมเดินบ่อยๆ เค้าปิดปรับปรุงสาขาแล้ว! น่าจะมีอะไรใหม่ๆมาให้เห็น ^^

http://sharecapture.com/image/e745c83af7d44165aac1d6f4241143d6

ประเด็นที่น่าสนใจ

1.เป็นค้าปลีกย่อมๆ ที่ P/E ไม่สูงนัก แค่ 8.5 เท่า
2.เริ่มมี Design ที่เรียบมากขึ้น ทำให้ขยายกลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการฉูดฉาดมากนัก
3.บ.แม่ แหย่ๆให้ BodyGlove Thai ไปลุยตลาดที่จีน!!! มันเป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก เพราะจีนเป็นตลาดใหญ่
แถม Local Brand ทั้งจริง ทั้งปลอม มีกันเยอะมาก แต่ถ้าไปลองจับ Model คล้ายๆของไทยที่ไปเป็น Sponsor
อะไรซักอย่างก็น่าจับตา เพราะไม่ติดตลาดก็ได้เสียหายอะไร แต่ถ้าติดได้ ไม่อยากจะคิด
4.เป็นผู้สนับสนุนเสื้อผ้าให้ AF ซึ่งมีฐานคนดูที่เป็นกลุ่มเป้าหมายไม่น้อย
สังเกตจากจำนวน Fanpage 8 หมื่น !! ถือว่าไม่ธรรมดา มีการไถ่ถามถึงเสื้อผ้าที่ใส่ในรายการใน Fanpage ด้วย

http://sharecapture.com/image/dbe15950134d4627bc80661861a65845

https://www.facebook.com/BodyGlove.th

ตัวอย่าง ที่ BodyGlove ใช้ช่องทางนี้ + Social Network มันตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้จริง

http://sharecapture.com/image/2f617a33ffdf415688ad5d4dba4da4b1
http://sharecapture.com/image/766d60f0c40445bd95948e58c5a6e755
http://sharecapture.com/image/aa36ffac8f7b4cc2891c9e3935c9acb3


การบ้านของธุรกิจ

หลายคนยังติดภาพ Brand ตั้งแต่สมัยเด็กที่เคยใส่ว่า ค่อนข้างเชย สีแรง ลายเยอะเกิน
ถึงปัจจุบันจะเริ่มมีลายที่เรียบขึ้น อย่าง Jacket เรียบขึ้น เดินเส้นข้างคู่ ก็ดูใส่ได้หลายโอกาสขึ้น

http://sharecapture.com/image/94de1610077a4371b4a9a8064409f82a

ราคาเฉลี่ย ถ้ารุ่นที่ไม่ได้ลดราคา  เสื้อโปโล 490-790  เสื้่อ Jacket การเกงขาสั้น ขายาว 1500-1900

7 ก.ค.55 ตอนนี้ที่ร้านมีโปรโมชั่น
1.เสื้อโปโล ซื้อ 2 แถม 1
2.ซื้อตัวแรกลด 10% ตัวที่2 ลด 50%
3.ซื้อ 2ตัวให้ราคาพิเศษ 490+490 => 690 เหลือเฉลี่ยตัวละ 345

http://sharecapture.com/image/5ed497eed47b4c2b93f574537c5082d6

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น :
– พึ่งมีปันผลเป็นหุ้น 8:1 เมื่อ 30 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา
– ราคาจากต้นปียังไม่ไปไหน เพราะผลประกอบการณ์ไม่ไปไหน ติดตามต่อไปว่า
ลุ้นว่า Q2 จะกระเตื้่องจาก AF9 ได้มั้ย

ผมว่าการดู AF ได้ติดตามน้องๆนักล่าฝันแต่ละคน ก็ไม่แตกต่างจากที่เราติดตาม
พัฒนาการของบริษัทที่เราสนใจ ยิ่งถ้าชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การติดตามก็เป็นเรื่องสนุกไป

นักล่าฝันหรือบริษัท ที่มี Charater มี Story มี Performance ทีโดดเด่นมากกว่า หรือ เข้าถึงคนรับสาร
ได้ง่ายกว่า ติดหู ติดตา มากกว่า ก็มีโอกาสได้รับคะแนนโหวตมากกว่าคนอื่น

แต่ในระยะยาว คนที่ยังคงมุ่งมั่น พัฒนาตัวเองอยู่ เค้าก็จะพยายามหาทางไปต่อ
ถึงแม้นไม่ชนะในเวทีที่ Timeline สั้นๆ แต่ก็มีโอกาสที่ประสบความสำเร็จใน TimeFrame ที่ยาวกว่านั้น
หรืออาจจะเป็นผู้ชนะในหมวดที่แตกต่างไป หากว่าเค้าค้นพบ หรือสร้างเส้นทางของตัวเองขึ้นมาได้

คุณหรือผมก็เหมือนกันนะ ขอให้ค้นพบหรือสร้างวิถีของตัวเองได้สำเร็จ ^^

ปิดท้ายด้วยเพลงน่ารักๆจากน้องเนส์ทคับ ^^

ปล จุดประสงค์ของโพสต์นี้คือ ถ้าเราชอบหรือดูอะไร ก็อยากให้ลองค้นหรือทำการบ้านดูครับ
เราจะรู้จักสิ่งที่เราสนใจมากขึ้น ถึงแม้นเราจะยังไม่ได้ลงทุนเลย ณ เวลาที่อ่าน
แต่เมื่อถึงกาลอันเหมาะควร เราได้ทำการบ้านไว้ล่วงหน้าแล้ว โอกาสเหมาะเจาะ ก็โป๊ะเช๊ะได้เลย

เขียนครั้งแรก 4 ก.ค. 2012
เพิ่มเติม 8 ก.ค. 2012
เขียนโดย 1154

Global ภาค8 New RoadMap

มาตรฐาน

หลังจากได้ข้อมูลการขยายสาขาจนถึงปี 2015(2558) ของ Global จากเพื่อนๆ ก็มีเสียงเชียร์ให้ทำการบ้านต่อ
+ ตัวเองอยากทำ version ที่เป็นข้อมูลล่าสุดเรื่อบๆด้วย ^^

Version นี้อิงโดยคำนวณ EBITDA แยกออกมา แล้วก็ตัดค่าเสื่อม + ต้นทุนทางการเงิน ออกไป
(ด้วยคำแนะนำจากคุณ nut776 ครับ)

GLOBALขยายสาขา

บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL ยังคงเป้าหมายเปิดสาขา 7 แห่งในปีนี้คือ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ พิษณุโลก ลำพูน มุกดาหาร และอีกหนึ่งแห่งในต่างจังหวัด แต่ในปีถัดๆไปมีการเปิดสาขาในอัตราเร่งด่วนมากขึ้น โดยปีหน้าจะเปิด 8 แห่ง มีที่ดินแล้ว 4-5 แห่งคือ ลำปาง และ 2 แห่งในภาคใต้ ส่วนปี 2557 และ 2558 คาดจะเปิดสาขา 10 และ 12 ตามลำดับ ส่งผลให้มีจำนวนสาขารวมเป็น 50 แห่งในปี 2558 เทียบกับปี 2554 ที่มีสาขา 13 แห่ง

ทั้ง นี้ การเปิดสาขา 37 แห่งในช่วงปี 2555-2558 คาดว่าใช้เม็ดเงินลงทุนรวมประมาณ 11,000 ล้านบาท ซึ่งผู้บริหารเชื่อว่าไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน เนื่องจากบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1,200-1,300 ล้านบาท/ปี เม็ดเงินที่คาดจะได้จากการแปลงสภาพ GLOBAL-W ราว 2,000 ล้านบาท และบริษัทยังสามารถกู้เงินได้อีก 6,000 ล้านบาท ปัจจุบันอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 0.6 เท่า

สำหรับ GLOBAL จะสร้างศูนย์กระจายสินค้า (DC) ที่พระนครศรีอยุธยา คาดว่าจะเสร็จในช่วงกลางปีหน้า และจะทำให้จำนวนวันสินค้าคงคลัง (Inventory day) ลดลงจากที่สูงถึง 150-170 วัน

อ้างอิง
http://www.dailyworldtoday.com/columblank.php?colum_id=70227

ดู Global Valution 2012-2015 ได้ที่
https://docs.google.com/spreadsheet/ccc?key=0Aqe8gVM5dTQqdHNMUkNuOEhoMDJiN0lfQVVtRmNlYmc#gid=19

Image
Image
ปล ผมเคยเขียน mail ไปคุยกับ นักวิเคราะห์ที่ลงบทวิเคราะห์ใน Settrade ทั้ง 2 เจ้า
สิ่งที่แตกต่างกันกับที่ผมทำคือ สมมติฐานต่างกัน กล่าวคือ ทั้ง2 ท่านจะใช้ สมมติฐาน ปีหน้า2556 ขยายแค่ 4 สาขา
และ ใช้จำนวนหุ้นรวม warrant ทั้งหมดภายในปี 2555 เป็นตัวหาร ทำให้ EPS ต่ำกว่าที่ผมคำนวณได้นะครับ ^^

ประมาณการที่เกิดขึ้น เกิดจาการใช้ข้อมูลจากที่ค้นได้ อาจคลาดเคลื่อนจากกำหนดวันเปิดสาขา
โปรดใช้วิจารณญาณนะครับ ^^

อันนี้แถมเป็นมุมมองจาก Marketcap ครับ
ผมเคยได้ฟังสัมภาษณ์จากผบห. บ.วัสดุก่อสร้างเจ้าใหญ่เจ้านึง เค้าให้มุมมองว่า

GDP ประเทศไทยประมาณ 334,000 ล้านเหรียญ = 10 ล้านล้านบาท
ตลาดวัสดุก่อสร้าง 1.5% => 1.5 แสนล้าน
และตลาดของประเทศที่อิ่มตัวแล้วจะอยู่ 4-5% ของ GDP =>  4-5 แสนล้าน
=> ตลาดโดยรวมยังโตได้อีกประมาณ 3 เท่า

หรือถ้า GDP ประเทศไทยยังโตขึ้นไปได้อีก ตลาดวัสดุก่อสร้างและตลาดอื่นๆที่อิงกับ GDP
ก็มีสิทธิ์โตตามขึ้นไปด้วย

@Shaen
เขียนครั้งแรก 27 มิ.ย. 55