ฟุตบอลกับการลงทุน

มาตรฐาน


ถ้าจะให้เลือกนักเตะที่เป็นสุดยอดของโลก ณ เวลานี้ ต้องมีชื่อของ
Lionel Messi อย่างไม่ต้องกังขา แต่กว่าจะเป็น Messi ทุกวันนี้
ย้อนไปตอนที่เป็นเด็กฝึกหัด 5 ขวบที่ตัวเล็กกว่าคนอื่นมาก เพราะมีปัญหา
เรื่องฮอร์โมน ทำให้ตัวเล็กกว่าคนอื่นๆมาก และพ่อแม่ของเขาไม่
สามารถจ่ายค่ารักษาที่แสนจะแพงในอาร์เจนติน่าได้

ครอบครัวเมสซี่ ก็พบกับทางสว่าง เมื่อ การ์เลส เรซัค ผู้อำนวยการ
ด้านกีฬาของบาร์ซ่า ได้เห็นฟอร์มของเจ้าหนูมหัศจรรย์รายนี้

และประทับใจกับพรสวรรค์ที่มีเหลือล้น ในตัว เรซัค จึงได้ยื่นข้อเสนอให้ว่าทางบาร์เซโลน่า ยินดีที่จะจ่ายเงินค่ารักษาให้แต่ว่าเมสซี่
จะต้องไปอยู่ที่สเปน ครอบครัวเมสซี่ไม่ปฏิเสธโอกาส ตัดสินใจเดินทางไปอยู่ที่สเปนทั้งครอบครัว ริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน
ด้วยพรสวรรค์ ฝีเท้า และความเร็วในตัวเขา ทำให้เจ้าหนูเมสซี่ค่อยๆ ก้าวเป็นดาวเด่นในทีมระดับเยาวชนของบาร์ซ่าและของโลกในปัจจุบัน
จนกระทั่งพิสูจน์ฝีเท้าให้เป็นที่ประจักษ์ ยิงทะล 70ประตู(รวมทุกรายการ) ถ้านับเฉพาะในลีคก็ 50 ลูก ยังไม่จบฤดูกาล

ถ้าคนที่ไม่ได้ดูฟุตบอล แล้วไม่เข้าใจว่า มันเยอะแค่ไหน เอาเป็นว่า ทีม Liverpool ทั้งทีม ในลีค 36 นัด ทั้งทีมยิงได้ 46 ลูก -_-!

ถ้ามองในแง่ของการลงทุนแล้ว Barcelona ได้รับผลตอบแทนอันสุดยอดที่รับ Messi เข้ามาเป็นเด็กฝึกหัด ถ้าเปรียบเป็นการลงทุน
ก็ดูจะคลับคล้ายคลับคลากับการลงทุนแนว VI ที่ดูศักยาภาพของนักเตะที่จะเติบโตได้ไปได้ในอนาคต ถ้าเทียบกับระยะเวลาที่บ่มเพาะ
ก็นับว่าคุ้มค่ามาก แต่ก็อย่าลืมว่า Barcelona ไม่ได้ประสบความสำเร็จเจอนักเตะอย่าง Messi, Iniestar กันไปซะหมด
คนที่ไม่ประสบความสำเร็จทะลุมาแทนตัวจริงเดิมได้ ก็อาจต้องปล่อยไปให้อยู่ทีมอื่นก่อนอย่าง Cesc แต่เมื่อชม.บินสูงขึ้น
การจะดึงตัวกลับมาด้วยสายสัมพันธ์ ก็ทำได้ง่าย เพราะเรารู้นิสัยใจคอ รู้สไตล์ รู้เคมี กันเป็นอย่างดีแล้ว

แต่พิสูจน์ให้เห็นว่า การที่สร้าง Academy สำหรับนักเตะเยาวชน ก็เหมือนเป็นการสร้าง “Watchlist” ใ้ห้กับหุ้นที่เราสนใจ
หากตัวไหนเข้าตาแล้วมีประเด็นมา unlock เราก็จับลงเป็นตัวจริงได้เลย

ถามว่า ณ ตอนนี้ถ้ามีการซื้อขาย ค่าตัวของ Messi ควรจะมีค่าเท่าไหร่
แล้วตอน Messi อีก 10 ปีข้างหน้า ควรจะมีค่าตัวเท่าไหร่
แล้วถ้า Messi ฟอร์มตก เล่นไม่ดีเหมือนเดิม ค่าตัวจะเป็นเท่าไหร่
แล้วถ้า Messi เจ็บจนร่างกายเล่นฟุตบอลไม่เหมือนเดิม ควรจะมีค่าตัวเท่าไหร่

https://vihybrid.files.wordpress.com/2012/05/real-madrid-2011_12-kit_ronaldo.jpeg?w=282สำหรับคอฟุตบอล พอเจอคำถามนี้เข้าไป ก็คงมีคำตอบไปต่างๆกัน บ้างก็ว่า อย่างน้อย
ต้อง 100 ล้านปอนด์ เพราะ Ronaldo ก็ 80 ล้่านเข้าไปแล้ว แต่ Messi ทั้งยิง ทั้งจ่าย
มากกว่า บ้างก็ว่าไอโ้ด้ มันราคาโอเว้อร์ไป ทำให้่ราคาปั่นป่้วนกันไปหมด

แต่ Ronaldo ก็มีมูลค่าทางการตลาดนอกสนาม ด้วยรูปร่างหน้าตา หุ่นทรมานใจสาว
(อาจมีเก้งผสมด้วย) แถมเข้าไปอีก ก็ทำให้ขายเสื้อ ขายสื่อ ได้อีกโข ชีวิตนอกสนาม
ไอ้โ้ด้ครองหน้านสพ. มากกว่า Messi แน่ๆล่ะ

ฉะนั้นการที่ Real Madrid ยอมทุ่มทุนไปซื้อมาด้วยเป็นสถิติโลก ก็เป็น “ทางลัด”ที่ตอบ
โจทย์ของแฟนๆ และกรรมการของสโมสรที่ได้ตั้งไว้ แต่ถ้าไม่สำเร็จอีกปี ก็ตัวใครตัวมัน

Beckham เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนอีกคนนึง ที่หลังพ้นจุดสูงสุดในชีวิตค้าแข้งไปแล้ว
แต่ก็ยังยืนหยัดในวงการ และมีรายได้เป็นอันดับต้นๆ จะเห็นว่า มูลค่าแฝง
อย่าง ความนิยมนับเป็นคุณค่าที่เราก็ไม่ควรมองข้ามไป
แต่จะมากน้อยแค่ไหน ก็คงเป็นศิลปในการประเมิณต่อไป..

นี่ผมพูดเรื่องลงทุนอยู่จริงๆนะ ^^

@Shaen
เขียนเมื่อ 8 พ.ค.55

ใส่ความเห็นได้เลยครับ:)

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s