CPALL Dilute(แก้ไขเพิ่มเติม)

มาตรฐาน

https://i2.wp.com/www.booksmile.co.th/images/introc_1305272314/7-eleven.gifเคยเขียนเรื่องนี้ไป Facebook ไว้พักนึงแล้ว แต่ดูสถิติ มีคนค้นมาเจอ Blog จากการคำนวณ
CPALL ปลายปีก่อนไม่น้อย แสดงว่ายังมีคนยังคาใจ สงสัยเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย แล้วยังไม่ได้อ่าน
ใน Fanpage เลยขอเอามาแหมะไว้ที่นี่้แบบสั้นๆแล้วกันครับ

หมายเหตุ : โปรดใช้วิจารณญาณ นี่เป็นการคำนวณจากมุมมองของผมเท่านั้นนะครับ
ถ้าใช้วิธีคำนวณแบบอื่นเช่น DCF  การกำหนดตัวแปรต่างๆของแต่ละคน ก็ทำให้ได้ผล
ที่แตกต่างกันไปครับ (ก่อนงบ Q1 2555 ออก)

ภาค 1 ก่อนงบออก

อันนี้ผมจะดึง EPS เฉลี่ย จาก Consensus ณ 3 พ.ค. 55 มาเลยนะครับ
http://sharecapture.com/image/fcb34bd5a0274a6cbc845fb1e7915451

รูปนี้เพิ่มทีหลัง วันที่ 8 พ.ค. 55 ค่า EPS ลดลงไปอีกครับ
อ้างอิง http://www.settrade.com/AnalystConsensus/C04_10_stock_saa_p1.jsp?txtSymbol=CPALL&selectPage=10

EPS 2012F 2013F = 1.87 2.27 ตามลำดับ
คำนวณ EPS growth 2.27/1.87 = +21.39%
Dividend = ปันผล 1:1 และ 1.25 บาท/หุ้น

ผมคิดราคาตลาดถ้วนๆที่หลัง😄 41 บาทนะครับ
เทียบเท่าราคาปัจจุบัน = (41×2)+1.25 =83.25
ผมไม่แน่ใจว่า consensus คิดกำไรจากปรับลดภาษีแล้วหรือยัง ผมแถมให้เลยแล้วกัน
Tax Gain ปี 2012 : 30=>23 = 77/70 = +10%

ทฤษฏีผมจะให้

P/E=G(rowth)+D(ivendend) + Tax Gain(Optional)

ฉะนั้น P/E = 21.39+ 1.5 + 10 = 32.89 =>33
ถ้ากำหนดเป็น P/E เป็นช่วง +/- ไปซะ 3 ตามอารมณ์ตลาด
PE Range = 30-36

ราคาปี 2012F ก่อน😄 = 32.89*1.87 = 60.89 (56.1-67.32)
และราคาหลัง😄 ณสิ้นปี 2012F ควรจะเป็น = (60.89-1.25)/2 =29.82 บาท หรือช่วง (27.42-33) บาท

การคำนวณนี้บนพื้นฐานอ้างอิงจากการขยายสาขาในประเทศนะครับ 400-500 สาขา/ปี แต่ด้วยฐานที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้ %Growth ลดลงเรื่อยๆ แม้นจะขยายสาขาเท่าเดิม  ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆนะครับ

3,000 => 3,500 = +16.67%
4,000 => 4,500 = +12.5%
5,000 => 5,500 = +10%
6000 => 6,500 = + 8.33%

แต่ถ้าCPALL สามารถเปิดเกมรุกไปต่างประเทศได้จริง และ TimeFrame ยาวกว่านั้น ก็เ็ป็นอีก Story นึง
แต่คนที่เห็นธีมนี้ คงมี CPALL ในสัดส่วนที่ตั้งใจไว้อยู่ก่อนแล้ว ส่วนจะทำยังไง ณ ราคานี้
ก็แล้วแต่ Timeframe ของแต่ละคนแล้วล่ะครับ

—————————————————————-

ภาค 2 หลังงบออก คิดคร่าวๆ

เพิ่มเติมหลังจากงบออก 8 พ.ค.55

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 1
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
ปี 2555 2554
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 2,758,326 2,083,933
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.61 0.46  => +32.61%
ต่อหุ้น (บาท) งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 1
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
ปี 2555 2554
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 2,447,218 1,832,629
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.54 0.41 =>+31.70%
ต่อหุ้น (บาท)

CPALL แจงกำไรQ1/55 เพิ่มขึ้นเพราะขยายสาขาร้าน 7-Eleven เพิ่มขึ้น

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานว่า CPALL ขอชี้แจงถึง
สาเหตุของผลการดำเนินงานตามงบการเงินรวม สำหรับไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม

2555 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนเกินกว่าร้อยละ 20 ดังนี้
ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2555 มีผลกำไรสุทธิ 2,758 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจาก 2,084
ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2554 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.4 เนื่องจาก 1) การขยายสาขาร้าน 7-Eleven เพิ่มขึ้นจาก 5,962 สาขาในไตรมาส 1 ปี 2554 เป็น 6,479
สาขา ในไตรมาส 1 ปี 2555 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 2) อัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาต่อวันของร้านเดิม (ไม่รวมบัตรโทรศัพท์) ในช่วง
ไตรมาส 1 ปี 2555 เทียบกับช่วงไตรมาส 1 ปี 2554 เท่ากับร้อยละ 5.9  3) อัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าและบริการ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 28.1 ในไตรมาส 1 ปี 2554 เป็น
ร้อยละ 28.4 ในไตรมาส 1 ปี 2555 4) การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวม
ลดลงจากร้อยละ 20.6 ในไตรมาส 1 ปี 2554 เป็นร้อยละ 20.5 ในไตรมาส 1 ปี 2555 5) การปรับลดของอัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัท จากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 23 ของกำไรสุทธิ
ของบริษัทตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 เรียบเรียง โดย อิทธิพล พันธ์ธรรม
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com

สรุป
งบดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์พอสมควรเลยนะครับ  เมื่อข้อมูลใหม่ล่าสุดออก เราก็มาประเมิณกันใหม่ครับ เพราะคราวที่แล้ว เราเอา
EPS เฉลี่ย ของ consensus มา  คราวนี้เอาแบบละเอียดปานกลางนะครับ เพราะผมไม่มีตัวเลข ข้อมูลเปิดสาขาเป๊ะๆ รายเดือน

EPS Growth = งบรวม 0.61+32.61% ดีกว่าคาดของทุกสำนัก  ส่วนนึงเพราะ Tax Gain 30=>23 +10%
ถ้าหักตรงนี้ออกไป EPS Growth Exclude Tax Gain ก็จะโตประมาณ = 0.61×1/1.1 / 0.46 = +20.55%

Branch => +8.7% ตามคาด
SSGS => +5.9% ตามคาด
Gross Profit => +1.067% ตามคาด
SG&A => 20.6=>20.5 => ไม่มีนัยยะ ตามคาด
Image
หมายเหตุ : ตาีรางได้มาจากคุณ Arjin ThaiVI ครับ

ปกติ CPALL จะขยายสาขาไตรมาสละ 120-130 สาขา แต่ปลายปีที่แล้ว น้ำท่วม เลยเปิดได้แค่ 70 สาขา เลยรวบยอด
มาเปิดไตรมาสแรกแบบทะลักไป 203 สาขา ซึ่งปกติ Q1 จะเป็นไตรมาสที่นิยมเปดสาขาเอาฤกษ์เอาชัยกัน
แต่ไตรมาสที่เหลือคาดว่าน่าจะกลับสู่สภาวะปกติ

ลองคำนวณใหม่จากข้อมูลล่าสุด #3

สาขาเฉลี่ยทั้งปี = 6479+(500/2)= 6729 สาขา
NPM = 5%
กำไรไตรมาสนี้ = 86,893*30*12*6729*0.05 = 10,524,653,946 บาท
โตขึ้นกว่าปีก่อน 8,007 พันล้าน  +31.43%
จำนวนหุ้น = 8,986,296,048.00

EPS 2012F = 1.171 บาท/หุ้น

สิ้นนปี 2012 จะมีสาขา = 6479+130+130+130= 6869 สาขา
สิ้นปี 2013 จะมีสาขา = 6869+(130×4)= 7389 สาขา เพิ่มขึ้น 7.57%
Tax Gain Growth ในปี 2013 ภาษีจะลดลงอีกจาก 23=>20 แต่จากโต +10% จะเหลือ โต = 80/77 = 3.9%
SSGS ผมให้ +6% ก่อน

EPS 2013F = 1.17×1.06×1.0757×1.039 = 1.386 บาท/หุ้น

EPS growth 2013F/2012F = 1.386/1.171 = +18.36%

จะเห็นว่า Growth ของปี 2013 ดูลดลง เพราะตัวใหญ่ขึ้นทำให้%ดูลดลง และ ภาษีลดลงน้อยกว่าเมื่อเทียบปีกับ 2012
สอดคล้องกับสมมติฐานของ SCB ที่ให้ EPS ก่อน😄 สูงกว่าสำนักอื่นที่ 2.39 แต่ P/E 15.59 เท่านั้น

ภาค 3 เริ่มละเอียดขึ้น

อันนี้คิดแบบละเอียดขึ้นมาอีก เพราะเริ่มมีข้อมูลมากขึ้น โดยจำลองเป็นรายไตรมาสไป #3
http://sharecapture.com/image/5f2c72f891b6464cbd3da16c1677e490

เนื่องจาก 7-Eleven มีสาขาหลายรูปแบบทั้งที่บริษัททำเอง แฟรนไชส์ ก็มีหลายแบบ Type B,C แต่ละแบบก็ รับรู้กำไรต่างกัน
เอาเป็นว่า ตารางที่ผมทำ คงได้แค่กะประมาณให้เห็นภาพคร่าวๆนะครับ เพราะคงไม่สามารถไปเจาะว่า แต่ละ TYPE มีกี่สาขา

สนใจลองแฟรนไชส์ ลองอ่านรายละเอียดดูครับ
http://www.7eleven.co.th/corp/franching_how_to_be_a_franchise.php

หมายเหตุ : นี่เป็นการคาดการณ์บนสมมติฐานที่ยังขยายสาขาเฉพาะในประเทศ และข้อมูลที่หาได้ โปรดใช้วิจารณญาณครับ

ณ ราคาวันที่ 9 พ.ค.55 38.50 บาท
P/E Forward สิ้นปี 2012 = 38.5/1.15 = 33.5 เท่า

ปกติ การลงทุนจะเป็นการมองไปข้างหน้า 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี หรือถ้าภาพชัดมาก ก็อาจมากกว่านั้น
แล้วแต่สภาวะตลาด ณ ขณะนั้น แต่เวลาเมื่อผ่านไป มูลค่าของกิจการในกลุ่มค้าปลีก ก็จะเลือนไปข้างหน้าด้วย เช่นกัน

ตัวอย่าง ถ้าวันนี้เป็น 1 ม.ค. 55  มูลค่าที่เราประเมิณที่จะมองก็คือ 1 ปีข้างหน้า ก็คือสิ้นปี ธค 55
แต่เมื่อเวลาผ่านถึง Q3/55  ราคากับมูลค่าของปีนี้ก็อาจจะเป็นตัวเดียวกันไปแล้ว ถ้าตลาดอารมณ์ดี
ฉะนั้น ตลาดจะเลื่อนมูลค่าไปเป็นของปีหน้าไปเลย

ในทางกลับกัน แต่ถ้าตลาดอยู่ในสภาวะซบเซา การมองไปข้างหน้า ก็อาจจะสั้นกว่าปกติ

 

DCF วิธีที่ได้รับความนิยม ในการจะคำนวณมูลค่าในอนาคต แล้วค่อยคิด discount ย้อนกลับมา ณ เวลาปัจจุบัน
ซึ่งถ้ากำหนดตัวแปรต่างๆ การย้อนกลับ มากกว่าเงินเฟ้อ ยังไงมูลค่าในอนาคตของกลุ่มค้าปลีก จะแพงกว่าหุ้นกลุ่มอื่นๆ
อยู่มาก และจะเห็นว่า ตลอดเวลาหุ้นกลุ่มนี้ มันแทบจะไม่มี MOS ณ เวลาปัจจุบันอยู่เลย เว้นแต่จะเกิด Panic

ฉะนั้น การเข้าซื้อหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่สถาบันในไทยชอบมากๆ ก็เป็น Mind Game ว่า เรากับเค้าจะวัดมูลค่า กัน ณ เวลาใด

ขอจบการคำนวณคร่าวๆเท่านี้ จากข้อมูลที่มีอยู่ก่อนนะครับ ถ้าหลังฟัง Oppday แล้วมีอะไรใหม่ ก็มาปรับกันใหม่

อันนี้เป็นของแถมครับ

สัมภาษณ์เจ้าของแฟรนไชส์สาขาแรกของ 7-Eleven
http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=83765

@Shaen
เขียนครั้งแรกเมื่อ 3 พ.ค.55 ก่อนงบQ1/2555 ออก
เขียนครั้งที่2 8 พ.ค. 55 หลังงบออก
เขียนครั้งที่3 9 พ.ค. 55 หลังงบออก + เห็นตารางล่าสุด

10 responses »

  1. ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูล..

    ผมมีหุ้นนี้ ตั้งแต่ราคา 12 บาท ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดมีประมาณ 3000-4000 สาขา หลังจากตัดขายโลตัสที่จีนไป และ ซื้อเก็บมาตามทางตลอดที่ราคาย่อลงแรงๆ ต้องยอมรับว่าเป็นหุ้นที่บางคนเรียกว่า “หุ้นแพงเรื้อรัง”จริงๆ
    เพราะ มีคนบอกว่าแพงไป เกินมูลค่าแล้วตั้งแต่ที่ 20 บาทกว่าๆ

    ถึง ณ ตอนนี้ ผมก็ถือหุ้นอยู่ โดยยังไม่ได้ซื้อเพิ่มหรือขายไป หลังจากปันผลเป็นหุ้น 1:1

    ผมเชื่อว่า หุ้นCPALL อยู่บนความคาดหวังที่สูงของนักลงทุน จึงให้PEสูงมาก และผลประกอบการบริษัทเอง
    ก็ไม่เคยสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน

    และ คิดว่าต่อไป Growth จะลดลงจากเดิมแน่นอน และผมมีแผนว่าอาจจะขายเมื่อที่เกิน 10,000 สาขา ขึ้นไป
    เพราะตอนนั้น คงได้ผลตอบแทน ในระดับที่ธรรมดา แต่ถ้า deal ที่เวียดนาม หรือจีน ประสบความสำเร็จ นอกจากจะไม่ขายแล้ว ยังจะลงทุนเพิ่มด้วย

    ไม่ทราบว่า คุณ VI hybrid มีความเห็นว่าอย่างไร

    ปล.ไปงาน 2 มิย.นี้ ด้วยรึเปล่าครับ (ผมว่าจะไปร่วมmeetingเกี่ยวกับหุ้น เป็นครั้งแรก)

    • คุณ BP มองเห็นตั้งแต่หลายปีก่อน เลื่อมใสครับ
      ส่วนตอนนี้ก็มองเหมือนกันครับ ว่ารอดูจะไปเจาะตลาดตปท ได้จริงมั้ย หนทางหลักที่จะรักษา Growth ไว้ได้
      ลำพังพึ่ง ssgs ไมน่าจะโตทัน เพราะตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

      ส่วนสัมมนา ยังจดๆจ้องอยู่เลยครับ ถ้าไม่ติดอะไรก็อยากไปคับ😀
      (ตอบจากมือถือ)

  2. มีข้อสงสัยครับ

    ผมคิดราคาตลาดถ้วนๆที่หลัง😄 40 บาทนะครับ
    เทียบเท่าราคาปัจจุบัน = (41×2)+1.25 =83.25

    สงสัยว่าทำไมเป็น 41 ครับ ไม่ใช่ 40 ?

  3. Pingback: วิธีการประมาณราคาหุ้นแบบง่ายๆ « VI Hybird

  4. “ด้วยฐานที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
    ทำให้ %Growth ลดลงเรื่อยๆ แม้นจะขยายสาขาเท่าเดิม ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆนะครับ

    3,000 => 3,500 = +16.67%
    4,000 => 4,500 = +12.5%
    5,000 => 5,500 = +10%
    6000 => 6,500 = + 8.33%”

    ผมลองคิดดู ไม่รู้ถูกหรือเปล่าฮะลองแชร์กัน
    ถ้าตั้งให้ Growth คงที่เท่ากันทุกปี ถ้าสาขาเพิ่ม (ซึ่งอัตราการเติบโตของสาขาจะลดลงตามสัดส่วน)
    แต่ SSSG ต้องลดลงเรื่อยๆ ด้วยครับ ถึงจะทำให้ Growth คงที่เท่ากันทุกปีครับ

    ดังนั้นถ้า SSSG เพิ่มได้ Growth ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

  5. Pingback: วิธีการประมาณราคาหุ้นแบบง่ายๆ | VI Hybrid by 1154

ใส่ความเห็นได้เลยครับ:)

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s