21กรัมในการลงทุน

มาตรฐาน


หลายคนคงเคยได้ยินกันว่า หลังจากเราเสียชีวิตไปแล้ว น้ำหนักจะหายไป 21 กรัม
ซึ่งก็เชื่อกันว่ามันเป็นน้ำหนักของจิตของมนุษย์  ส่วนการทดลองกับ”หนู”
พบว่าเมื่อหนูตายน้ำหนัก จะหายไป 0.03 กรัม

จากสูตร E=MC² ของ ไอน์สไตน์
C คือความเร็วแสง 300,000 เมตร/วินาที
M คือมวล มีหน่วยเป็นกรัม
พลังจิตมนุษย์ = 21g X 300,000² = 1,890,000,000,000 = 1,890 MJ
พลังจิตหนู = 0.03g X 300,000² = 2,700,000,000 = 2.7 MJ

พลังงานไฟฟ้า 1 kWh = 3.6 MJ = ใช้เตารีด 1000 W เป็นเวลา 1 ชม. หรือไฟฟ้า 1 หน่วย

ดังนั้นหากเอาพลังงานของจิดมนุษย์มาคำนวนเป็นพลังงานไฟฟ้า
1,890,000,000,000/3,600,000 = 525,000 kWh

iPhone เครื่องนึง 3.7 V 1.42 Amp = 3.7×1.42 = 5.25 Watts ต่อชม.
คำนวณได้ว่า พลังของจิตแปลงเป็นพลังงานจะสามารถใช้ iPhone ได้
= 525,000,000 Wh / 5.25 Wh
= 100,000,000 ชั่วโมง หรือ 11,415 ปี !!!

https://i2.wp.com/topnews.in/sports/files/Lance_Armstrong_09.jpg

“ไอน์สไตน์” ยอมรับว่า พลังที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกนั้น…มิใช่พลังที่เกิดจากวัตถุ
หากแต่เป็นพลังแห่งจิต ด้วยพลังจิตเป็นพลังที่มีอานุภาพอย่างไร้ขอบเขต ไร้ขีดจำกัด

คนที่ป่วยหลายคน ทันทีที่เมื่อรู้ว่าตัวเิิองเป็นโรคร้ายระยะสุดท้าย ก็กลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว
แต่ถ้าผู้ป่วยมีพลังจิตที่เข้มแข็ง โรคร้ายกลับทุเลาลงอย่างรวดเร็วเป็นที่น่าอัศจรรย์
อย่างที่เราได้ยินกันบ่อยๆ

ตัวอย่างที่ชัดก็คือ Lanc Armstrong ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่สมอง ปอด และอัณฑะ เมื่อปี 1996
สามารถเอาชนะโรคมะเร็งและกลับมาแข่งจักรยานได้อีกครั้ง ก็เพราะจิตที่เข้มแข็ง แถมเค้ายังส่ง
ต่อความเข้มแข็งของเค้าผ่านต่อไปคนยังอื่นๆด้วย WristBand สีเหลืองที่เรารู้จักกันอีกด้วย

แล้วพลังจิตกับการลงทุนล่ะ?

สำหรับคนที่ลงทุนมาได้ซักพัก คงเจอเหตุการณ์  ติดยอดเขาเอพเวอเรส ตกเครื่องบิน ขายปลาวาฬ กันมาถ้วนหน้า
แล้วมันก็วนเวียนอยู่อย่างนั้น โดยที่เราอาจไม่ได้ค้นหาสาเหตุที่ทำให้มันเกิดขึ้นมาเลย !

เราไม่ได้ใช้ประโยชน์จากความสามารถของจิตหรือความมุ่งมั่นของเราเลย แต่ กลับเป็นการตัดสินใจ ซื้อ ขาย
ด้วยการใช้อารมณ์ ไม่ว่าจะเ็ป็นจาก

– อารมณ์แปรปรวนของตลาดมากระทบเรา
– อารมณ์ของเพื่อนที่ลงทุนแล้วได้กำไรมากๆในระยะเวลาอันสั้นมากระทบเรา
– ซื้อตามเซียนคนนั้น
– หุ้นตัวนั้นที่เราเคยมองผ่านๆ แต่ก็ไม่ได้ลงแรง ทำการบ้านเจาะลึก แต่กลับวิ่งเอาๆ แถมหุ้นที่เราถือไม่ไปไหนซักที
– หุ้นขึ้นมาตั้ง 30% แล้ว คงไม่ไปต่อหรอก เปลี่ยนตัวดีกว่า แล้วตัวเก่ามันก็วิ่งไปเป็น 100% +_+

ที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่มากระทบจิตเราด้วยอารมณ์ทั้งนั้น เพราะจิตเราไม่มีที่ยึดเหนี่ยว ด้วยหลักการ หรือเหตุผลตั้งแต่ต้น
ก็เป็นธรรมดาที่จิตเราจะกระเพื่อม แล้วเผลอตัดสินใจไปด้วยอารมณ์ สุดท้ายผลลัำพธ์ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม

แล้วเราจะหาที่ยึดเหนี่ยวให้จิตในการลงทุนได้อย่างไร ?

-กำหนดเวลาในการศึกษา ว่า เราจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจการยังไง เช่น จะทำความรู้จักหุ้น เดือนละตัว สัปดาห์ละตัว
ปีนึงเราก็ขยายขอบเขตความรู้จักของหุ้นไ้ด้ตั้งเยอะ อ่านเอง รู้เอง จะได้ไม่ต้องถามคนอื่น แถมอาจจะเปลี่ยนเป็นคนคอยตอบให้คนอื่นแทน

กำหนดเป้าหมายของพอร์ตรวม โดยใ้ห้สอดคล้องกับ เวลาและความรู้ที่เรามี และค่อยๆเพิ่มขึ้นหากเราลงแรงเพิ่มมากขึ้น
เช่น ตั้งเป้าหมายว่า ทั้งพอร์ตซัก 12-15% ต่อปี แต่ก็ไม่ควรจะแพ้ตลาดนะ ไม่งั้นซื้อกองทุนอ้างอิงดันชีดีกว่า

กำหนดเป้าหมายของหุ้นแต่ละตัว ไม่ใช่หุ้นทุกตัวที่ถือยาวแล้วใส่ตุ่มฝังในใจไปเลยได้ บางตัวอาจมีตัวเร่ง ตัวถ่วงแตกต่างกันไป
และให้เขียนลงไปด้วย เพื่อลดการใช้อารมณ์ อ้อแล้วก็กำหนด Timeframe ของตัวเองด้วยว่ายาวสั้นแค่ไหน เพราะราคา ณ สิ้นปีนี้
กับราคา ณ อีก 3ปีข้างหน้า มันก็เป็นคนละเรื่องกันเลย

วางแผนไว้ตั้งแต่ต้น เราจะซื้ออะไีร ที่ราคาเท่าไหร่ จำนวนเท่าไหร่ กี่ไม้ ที่เหลือก็แค่ทำตามแผนที่เราวางไว้ ในตอนที่สติยังสมประดีอยู่
แล้วเหตุผลอะไรที่จะทำให้เราตัดสินใจที่จะไม่ลงทุนในกิจการตัวนั้น เขียนให้ชัดไว้เลย

-ประเมิณผลงานของพอร์ตและกิจการจริง อาจจะทุกไตรมาส ทุกปี แล้วแต่ Timeframe ของกิจการนั้นๆ ว่า กิจการยังดีอยู่มั้ย
กำไรที่บริษัททำได้เป็นไปตามคาด ดีกว่าคาด หรือห่วยกว่าคาด และเราก็ควรจะเปรียบเทียบกับตลาดด้วย

ลดการดูหน้าจอราคาให้น้อยลง เพราะตัวเลขเขียวๆแดงนี่แหละที่ทำให้จิตเรากระเพื่อมได้สุดๆ อาจมีข้อยกเว้นบ้าง เช่นช่วงนั้นอาจมี
การเปลี่ยนแปลงที่มีนัยยะต่อพื้นฐานเช่น ประกาศผลประกอบการณ์ การเพิ่มทุน การเปลี่ยน Business Model ของกิจการ

ตารางนี้เป็นส่วนนึงของแผนที่ช่วยลดการใช้อารมณ์ของคุณ ผมทำเป็น Template คร่าวๆเอาไว้ให้ ส่วนใครจะเอาไปปรับแต่งเพิ่มยังไง
ตามสะดวกเลยครับ Download กดที่ตารางได้เลยครับ อ้อ หุ้นแต่ละตัว เราไม่ได้เจาะกันแค่นี้นะครับ บรรทัดนี้เอาไว้สรุปประเด็นเฉยๆ

Screen Shot 2557-04-18 at 10.00.49 AM

 

 

 

 

 

 

เราสามารถประยุกต์ วิธีการนี้ใช้กับ สิ่งที่เราพยายามอยู่ได้กับทุกอย่าง โดยเริ่มที่จิตที่มุ่งมั่น แล้วค้นหาวิธีการที่จะนำไปสู่สิ่งนั้น

ทั้งหมดนี้ที่ว่ามานี้ คือ การสร้างที่ยึดเหนี่ยวให้กับจิต 21 กรัม ด้วยเหตุและผลที่ว่า
“ถ้าอยากกรีดยาง ก็ไม่ควรใช้วิธีปลูกถั่วงอก”

@Shaen
4 เมษายน 2555

4 responses »

ใส่ความเห็นได้เลยครับ:)

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s