Global The Next Star ภาค3

มาตรฐาน

ไม่นึกว่าจะมีภาค3 แต่ลองจำลองกำไรตามรายไตรมาสดู เลยโทรไปคุยกับ Siam Global House เพื่อขอทราบข้อมูล
เลยเป็นภาค ถาม-ตอบ + Simulate กำไร แล้วกัน

เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายๆขอใช้สีแบ่งตามนี้
สีดำ ผมถาม

สีเขียว เจ้าหน้าที่ตอบ

สีส้ม ผมเสริมในใจ

ข้อแรกการขยายสาขาว่าเป็นไปได้ที่ออกข่าวหรือเปล่า ว่าปีจะเพิ่มอีก 7 สาขาแน่หรือเปล่า
ทางเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่า เพิ่ม7สาขา จาก 13 เป็น 20 แน่นอน โดยไตรมาสแรกจะเสร็จแน่ๆ ที่สกลนคร เปิดเดือนก.พ.55 นี้
เวลาก่อสร้างจะเริ่มไป พร้อมๆกันหลายสาขา เวลาเสร็จก็เสร็จพร้อมๆกัน คาดการณ์คร่าวๆ ก็เหลือ 6 สาขา ใน 3 ไตรมาส
ก็น่าจะทยอยเปิด 3 ไตรมาสถัดไปละ 2 สาขา

สาขาที่ 15 ที่นครพนม เริ่มรับสมัครพนักงานแล้วครับ เร็วกว่าที่ผมคิดอีกนะ

ผมถามต่ออีกว่า สาขาที่เปิดใหม่เลยนี่ ยอดขายเทียบกับสาขาเก่าเป็นยังไง
เจ้าหน้าที่เล่าว่า ปกติพอเปิดใหม่ปุ๊บ ยอดขายก็จะำพอๆกับสาขาเดิมเลย ! (อารมณ์ประมาณ์ชาวบ้านเห่อของใหม่
ที่ไหนๆก็เป็นล่ะ สังเกตุจาก BigC หน้าบ้าน Uniqlo, Krsipy Cream หรือแม้แต่ 7 เปิดใหม่เมื่อไหร่ คนอย่างแน่น)

ผมถามเรื่องต่ออีกว่า Global มีสินค้าที่เป็น House Brand หรือเปล่า และสัดส่วนเท่าไหร่
เจ้าหน้าทีนิ่งไปพักนึง.. แล้วบอกว่ามีสั่งจากตปท. มาแล้วก็พะยี่ห้อตัวเอง (โอเค ตัวเดียวกัน -_-!)
แต่เรื่องตัวเลขสัดส่วนเท่าไหร่ ไม่แน่ใจ แต่จาการที่มีสาขาเพิ่มขึ่น ทำให้สามารถนำเข้าสินค้า
และมาปะยี่ห้อเองได้มากขึ้นอีก

ผมไปทำการบ้านเพิ่มเติม โดยขับรถไปที่ สาขาชลบุรี  ได้เห็นสินค้าที่เป็น House Brand หลายตัวเลย
เช่น สายฝักบัว อ่างซิงค์ หัวสปริงเกอร์ สายยางฉีดน้ำ รถต้ดหญ้า ไม้คิ้ว ไม้บัว ลูกกลิ้ง แปรงทาสี
พื่่นไม้ลามิเนท ชักโครก เครื่องมือช่าง โคมไฟ ที่จับประตู สรุปว่า เยอะมากๆครับ โดยแต่ะอย่าง
ก็จะมีชื่อยี่ห้อตามแต่ละ product ไป

ผมยังรุกถามอีกว่า แต่ละสาขามีพนักงานประมาณเท่าไหร่
เจ้าหน้าที่ว่า ที่เป็นพนักงานของ Global House+PC ประมาณ 200-400 คน แล้วแต่ความใหญ่ของสาขา
PC ที่เอาไว้เชียร์สินค้าตัวเองแล้วได้ค่าcommission (อืมๆ ถือว่าเป็นการสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดีเลยครับ)

เรื่องสำคัญ ผมถามว่า การที่ HomePro ไปเปิดสาขาถึงร้ิอยเอ็ด บ้านของ Global เลยนั้น ส่งผลอะไรหรือเปล่า!
เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่า ยอดขายไม่ได้ลดลงเลย ! แถมโตขึ้่นด้วยซ้ำ! เพราะ ไม่ใช่คู่แข่งกันโดยตรง Global มีสัดส่วนสินค้าประเภทก่อสร้าง
ผู้รับเหมา Drive-Thru เข้าไปเอาของเลย ยังเป็นจุดขายของ Global อยู่ ส่วน SSS ตัวเลขยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด
(แต่จากปีก่อนๆผมว่าได้ลุ้น
2 digit) แล้วก็กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ให้ข้อมูลครับ -/\-

โอเค พอได้ข้อมูลแล้ว มาประเมิณกำไรกัน อย่างไตรมาสแรก เปิดเดือนกุมภาพันธ์ ผมก็นับเป็นว่า ในปีนี้ก็ทำการได้ 10 เดือน
แล้วก็ทยอยคำนวณในแต่ละไตรมาส กับ เดือนที่ทำการ ได้ตารางดังนี้ครับ



ผมมีการแก้ไขประมาณการกำไร ครั้งแรกผมไปคำนวณ 13 สาขาทั้ง 12 เดือน ซึ่งเป็นการคิดแบบห้วนๆไปหน่อยครับ
เพราะสาขาที่ 12กับ13 เปิด เดือนมีนา กับ ตุลา ผมเลยขอคำนวณใหม่เป็นตารางแบบนี้คับ

ปกติไตรมาสสุดท้าย โดยเฉพาะเดือนสุดท้าย ปกติจะมีการจัดโปรโมชั่นเพื่อระบายสินค้าออกไป
แต่ปีนี้มีน้ำท่วมด้วย  เลยอาจจะคลาดเคลื่อนไปได้อีกครับ (ฝั่งบวกหรือลบ มาลุ้นกันดูครับ)

ผบห เคยออกมาแสดงความมั่นใจว่า สาขาโคราช ที่เป็นหัวเมืองใหญ่ มั่นใจว่ารายได้จะได้ 100 ลบ. เพราะมีกำลังซื้อดี
ถ้าคิดตาม NPM 5.6 จาก 3Q54 กำไรโดยประมาณจะกลายเป็น 5.64 ลบ/เดือน ซึ่งกระโดดจากค่าเฉลี่ย 3.19 ลบ
ถึง 75% !!!  นี่ก็เป็นอีกโอกาส ถ้าสาขาที่เปิดใหม่ ตามหัวเมืองใหญ่ มีโอกาสทำให้กำไรเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ได้อีก
ยังไงก็คอยติดตามว่า ผลงานจะได้ตามที่คาดมั้ยนะครับ

อ้างอิง http://jo.klongjan.com/go.php?to=http://www.ryt9.com/s/prg/1250344

PE ณ ปัจจุบัน อาจดูว่าสูงมาก แต่ก็เพราะ Growth ในปีนี้ที่มากเหลือเกิน
675/459.12 = +47%
+ ลดภาษีนิติบุคคล จาก 30=>23 =+10%

สรุปผมประมาณว่า ปี 2012F จะโตจาก 2011F = 47+10 =57%

กำไรสุทธิเลือกกลางๆที่ 675 ล้านบาท (ถ้าสาขาเปิดตามได้ที่ประมาณการไว้ แต่ถ้าเปิดได้เร็วขึ้น กำไรก็อาจจะมากขึ้นได้)

EPS 2012F ผมคำนวณได้ = 675/1440 = 0.46875 บาท/หุ้น (นับที่ SSS 8%)
ฉะนั้นเมื่อถ้าคำนวณ PE 2012F จะเหลือ 24-25 เท่า และเหลือ 18-19 เท่าในปี 2013

กำไรสุทธิในปี 2013F ผมประมาณไว้ที่ 840 ล้านบาท บนสาขา 23 สาขา (คิดเฉลี่ยแบบทยอยเปิด)
คิดเป็นกำไรต่อหุ้น รวม warrant ที่แปลงเพิ่มอีก 240 ล้านหุ้น
= 840/(1440+240)= 0.5 บาท
กำไร 2013F/2012F = 840/ 675 = 1.24 คือโตขึ้น 24%
+ จริงฐานภาษีจะลดจาก 23 เหลือ 20 =>+ 3.89%
+ SSS อาจะโตได้อีกซัก 5%

และปี 2013F จะโตได้อีกประมาณ 24+3.98+5 = 32.89%

ลองดู Consensus ของ Broker ต่างๆ เปรียบเทียบกับที่ผมประมาณการไว้ ก็ไม่หนีกันเท่าไหร่ แต่ปี 2013 มีบางเจ้าให้
มากกว่าผมอีก ถึง EPS 0.6
http://www.settrade.com/AnalystConsensus/C04_10_stock_saa_p1.jsp?txtSymbol=GLOBAL&selectPage=10

ความเสี่ยงของธุรกิจ
จะมีเขียนอย่างละเอียดใน 56-1 นะครับ ผมจะสรุปเป็นประเด็นคร่าวๆดังนี้ครับ

1. ความเสี่ยงจากการขยายการลงทุน
ใช้เงินทุนประมาณ 300 ลบ./สาขา ซึ่งเป็นเงินไม่น้อย แต่บ.จะศึกษาความเป็นไปได้ก่อนขยายสาขา

2. ความเสี่ยงเกี่ยวกับลูกหนี้
บ.เก็บเป็นเงินสดเกือบทั้งหมด ปี 2551 ร้อยละ 95.23 ปี2552 ร้อยละ 97.71 และในปี 2553 ร้อยละ 98.07
จะเห็นว่าแนวโน้มเป็นสัดส่วนเงินสดเยอะขึ้นเรื่อยๆ

3. ความเสี่ยงจากการลงทุนในสินค้าคงคลัง
บริษัทมีสินค้าคงเหลือสุทธิ ร้อยละ 37.29 , 40.77 และ45.70 ของมูลค่า ดูเผินๆเหมือนจะไม่ดี
แต่อย่าลืมว่า มีสาขาเพิ่มขึ้นทุกปี และ concept คือ warehouse ฉะนั้นถ้าหารออกมาต่อสาขา
จะเข้าใจภาพขึ้นครับว่า เพิ่มขึ่นเพราะอะไร

4. ความเสี่ยงจากการแข่งขันในอุตสาหกรรม
มีผู้เล่นในตลาดมากขึ้น และมีการแข่งกันสูงขึ้น เลยมีการช่วงชิงพื้นที่สำคัฐตามหัวเมือง
แต่ดูจาก SSS ที่ผ่านมายังเป็นเลข 2 หลักอยู่ แสดงว่า ยังมีกำลังซื้อจากผู้ซื้อ ที่มีกำลังจ่ายมากขึ้น
และมาตรการส่งเสริมภาคอสังหาฯ และนโยบายการเพิ่มค่าแรงและเงินเดือนจากฟากรัฐ

5. ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนผลิตภัณฑ์
สินค้า 2กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกผันผวนน้อย กับ ผันผวนตลอดเวลา เช่น เหล็กเส้น เหล็กรูปพรรณ สายไฟ
บริษัทควบคุมความเสี่ยงโดยมีการบริหารจัดการระยะเวลาการเก็บสินค้าคงคลังอย่างใกล้ชิด
และสั่งซื้อจากผู้ผลิตโดยตรง ทำให้ได้ราคาที่ถูกกว่าซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย

6. ความเสี่ยงจากกรณีการเกิดเหตุเพลิงไหม้ตัวอาคารจำหน่ายสินค้า
มีการทำประกันภัย เตรียมพร้อมและ ตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิงทั้งในและรอบอาคาร
ที่ผ่านมาเกิดไฟไม้1ครั้งที่สาขาเวียงกุมกาม เชียงใหม่

7. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของผู้บริโภคและความล้าสมัยของผลิตภัณฑ์
สินค้าที่ตกรุ่นหรือล้าสมัยเร็ว จะโอนไปยังสาขาอื่นหรือสาขาใหม่ หรือต่อรองเพื่อเปลี่ยนรุ่น

8 ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มีการบริหารความเสี่ยง โดยทำ Forward Contract ไว้ มีวงเงินล่วงหน้า 220 ลบ ที่ยังไม่ได้ใช้
ที่ผ่านมาไม่ได้รับผลกระทบเลย

เพิ่มเติมเกร็ดย่อย

– ผบห เชื่อว่า SG&A ของ Global ต่ำกว่าคู่แข่ง จาก มีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ VMI (Vendor Manage Invetory)
ตั้งแต่กลางปี 2009  ใช้ ERP(Entreprise Resourc Planning) ต้นปี 2010
และสาขาที่เพิ่มขึ้นบนฐานเดิมน้อย ทำให้ Overhead หลายๆส่วนลดลงได้มาก

– ค่าเฉลี่ยผู้ซื้อ 3,000-4,000 บาท/บิล จะเห็นว่า คนเดินอาจดูไม่เยอะ แต่อย่างที่บอก
สัดส่วนของผู้รับเหมาเยอะ และกำลังซื้อแต่ละครั้งไม่น้อย

– สัดส่วนของการชำระเงินของลูกค้า เงินสด 80% บัตรเครดิต 20%

– ค่าขนส่ง ลูกค้าเป็นคนจ่าย โดยรถของบ.ใช้แก๊ส CNG โดยคิดเหมาเที่ยว

– มีโปรโมชั่น อย่างหมวดเฟอร์นิเจอร์ จะมีูแถมคูปองค่าขนส่งให้ ลูกค้าที่มาด้วยรถเก๋งธรรมดา ก็สามารถตัดสินใจซื้อได้เลย

– พนักงานได้ค่าจ้าง 2 ส่วนคือ เงินเดือน+ commision จากยอดขาย ดังนั้นเราจะเห็น พนักงาน active มาก
ลักษณะเดียวกับ Homepro ล่ะคับ เท่าที่ผมถามจากปากพนักงานที่ชลบุรี ค่า com พอๆกับเงินเดือนเลยครับ !!!

– แนวโน้มสินค้าคงคลังเริ่มลดลง แต่มีอย่าลืมว่า Global มีสาขาเพิ่มขึ้นทุกปี ถ้าเฉลี่ยออกต่อสาขาแล้วจะเห็นว่า แนวโน้มดีขึ้น
ช่วงแรกที่เปิดสาขาใหม่ ใส่ stock เต็มสูบก่อน แล้วค่อยปรับ stock ทำให้ turnover ดีมากขึ้นเรื่อยๆ

– เป้าหมายใหญ่คือมีสาขาทุกจังหวัด + อำเภอใหญ่ จะได้ประโยชน์จาก ecomy of scale เพิ่มขึ้นอีก

ปัจจุบัน Cross Docking ของแถวพุธมณทล กับ สาขาที่นครปฐม เป็นศูนย์กระจายสินค้า

– สาขาที่จะเปิดต่อจาก โคราชคือ สกลนคร และ นครพนม

– มีแผนสาขาใกล้กรุงเทพฯ คือที่ดินเมืองทอง 140 ไร่ แล้ว

–  สาขา นครราชสีมา ยังมีร้านค้าย่อยมาเปิดขายสินค้าเพิ่มเติมด้วย โดยเฉพาะบริเวณลานด้านหน้าอาคารจำหน่ายสินค้า ได้จัดสรรเป็น
“โกลบอล ไนท์บาร์ซ่า” มากกว่า ๖๐๐-๗๐๐ ร้าน อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าแฟชั่น สินค้าตกแต่งบ้าน ฯลฯ ขณะนี้เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้า
จับจองมาขายสินค้าแล้ว คาดว่าก่อนปีใหม่ ๒๕๕๕ จะเปิดขายสินค้าได้
อ้างอิง http://koratdaily.com/home/2010-07-27-16-32-40/738-2011-10-11-05-34-30.html

นี่แหละครับที่หลังจากที่ผมขับไปดูที่สาขาชลบุรี แล้วเกิดความคิดว่า มันน่าจะมีเปิดที่ให้มีแผงลอยเยอะๆ แต่ยังไม่เจอข่าวนี้
นี่จะเป็นทั้งรายได้อีกทางจากการเก็บค่า และทำให้ตัว Global มีคนเดินเพิ่มมากขึ้น แถมยังส่งผลให้มูลค่าของที่ดินขึ้นตามไปด้วย
ถ้าทำตลาดไนท์บาร์ซ่า ได้ทุกสาขา จะสร้างมูลค่าและโอกาสได้อีกมาก และนี่เป็นจุดเด่นที่สาขาในต่างจังหวัดที่มีพื้นที่เยอะๆ
จะได้เปรียบในกรุงเทพ หรือเช่าที่ตามห้างครับ

กลยุทธ์: GLOBAL มี Warrant GLOBAL-W ราคาใช้สิทธิ 7.5 บาท
กำหนดการแปลง 4 ครั้ง
ครั้งที่ 1. 18 พศจิการยน 2554 => มีคนแปลง 66 คน 9,926,868 หน่วย คงเหลือ 230,073,115
ครั้งที่ 2. 18 พฤษภาคม 2555
ครั้งที่ 3. 16 พศจิกายน 2555
ครั้งที่ 4. 17  พฤษภาคม 2556 <= ครั้งสุดท้าย

ถ้าแปลงลูกได้ทั้งหมด จะได้เงิน = 7.5×240ล้านหุ้น = 1,800 ลบ. ก็เติมเงินจาก OD + กระแสไม่มาก ในการขยายสาขาครับ
หลังแปลงทั้งหมด ปี 56 จะDilue ไปประมาณ 16% กับสาขาราวที่เพิ่มขึ่นเป็น 23-24 สาขา จากปัจจุบัน 13 สาขา

ฉะนั้นถ้าราคาลูก GLOBAL-W < GLOBAL-7.5 ก็แนะนำให้ซื้อลูกจะได้ส่วนลดมากกว่า
ดูตารางที่ทำมาส่วนต่างมาเผื่อทั้ง2ฝั่งเลยแล้วกัน

หลังปันเป็นหุ้น 5:1 จะกลายเป็นการใช้สิทธิ์ใหม่ กลายเป็นตารางนี้ (เพิ่มเติม 28 มีนาคม 2012)

http://sharecapture.com/image/e2a1c67de5c24feaba8217e7cd309f81

ตอนนี้ก็มีประมาณนี้ ไม่แน่ใจว่าจะมีภาคต่อหรือเปล่า สวัสดีเทศกาลตรุษจีครับ ตุ้งแช่ๆๆๆ
https://i1.wp.com/www.xn--12c1bb3cmk5a6ct7kua.com/wp-content/uploads/2011/05/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%95-Lion-Dance.jpg
@Shaen
เขียนครั้งแรก 20 ม.ค. 55
เพิ่มเติม#2 ความเสี่ยง+แก้ไขตาราง 22 ม.ค.55
เพิ่มเติม #3 27 ม.ค.55
เพิ่มเติม #4 2 ก.พ.55 เรื่อง Global Night Barza
เพิ่มเติม #5 6 ก.พ.55 ประมาณการกำไร 2012F 2013F
เพิ่มเติม #6 26 มี.ค. 55 เพิ่มตาราง Warrant ใหม่หลังปรับแจกปันผลเป็นหุ้น

ย้อนอ่าน Global The Next Star ภาค1

ย้อนอ่าน Global The Next Star ภาค2

อ่าน Global The Next Star ภาค4

อ่าน Global The Next Star ภาค5

7 responses »

  1. ใช้เงินใคร
    กู้ หรือ จากเงินเจ้าหนี้การค้าที่หมุนได้

    7สาขา ตีให้ 350 เผื่อ สตอค บวก working cap
    ตีว่าใช้เงิน 2100
    เครดิตไลน์ บวก เงินเพิ่มทุนอาจจะได้ แต่น่าจะตึงมือมาก
    แล้วปีนี้ถ้าปันผลอาจจะได้เป็นหุ้นอีกปี
    ภาวนา ขออย่าเพิ่มทุนเลย

    aggressive เกินนะผมว่า

  2. ก็จริงครับที่ Aggressive แต่ HomePro ไทวัสดุ ก็รุกเยอะเหมือนกันนะครับ
    เพราะมองว่าช่วงนี้จังหวะดี
    1.ดอกเบี้ยต่ำ
    2.รัฐกระตุ้นภาคอสังหา
    3.ค่าแรง ค่าจ้าง เงินเดือน จ่อเพิ่ม =>กำลังซื้อเพิ่ม
    4.แรงกระตุ้นจากฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

    ถ้ากำไรปีันี้ตีเซฟๆหน่อย 40ลบต่อสาขา กับเงินลงทุนเผื่ออย่า่งที่คุณnut776ว่า 350 ลบ.
    350/40 = 8.75 ปีคืนทุน
    300/40 = 7.5 ปีคืนทุน
    ระหว่างทาง SSS เพิ่มขึ้นอีก ก็น่าจะเร็วขึ้นอีกหน่อย

    แต่ถ้าไม่รุกระหว่างที่คนอื่นรุก ก็อาจจะช้าไปนะครับ

  3. ถามผมนะ จับตาดู od ถ้าขยายสาขา แล้ว od โป่งขึ้นเรื่อยๆ เตรยม
    exit strategy ไว้บ้าง

    ไม่ทราบเคยเจอ ประสพการณ์เพิ่มทุนไหม
    ถ้าเจอแล้วจะหลอนเหมือนผม
    อะไรที่จะขอโตเร็วๆ ผมจะดูก่อนเลย ว่าเสี่ยงเพิ่มทุนไหม
    ดู แต่ upside
    พลาดเจอ big downside risk ที พลิกเป็นขาดทุนหน้าตาเฉย

  4. อย่างที่บอกไป เรื่องของเรื่อง มันไม่ได้อยู่ที่ upside or growth
    แต่มันอยู่ที่โครงสร้างเงินทุน
    งบ global เหมือน trader มากกว่า retailer เกินไป
    ปกติ cash ควรจะเยอะ
    od อาจจะมีได้ แต่ไม่ควรเยอะ
    ทีนี้จะเปิดศึก โครงสร้างเงินทุนต่างกันมาก
    hmpro เฉพาะ cash บวก กำไรที่เป็นเงินสด เปิด 10 สาขา
    ทันทีตอนนี้ โดยไม่ต้องกู้

    ผมคงรอศึกษาไปเรื่อยๆก่อนคับ กลัว

  5. ผมสอบถามทางglobal ล่าสุด เพื่อสอบถามประเด็นของคุณ nut776 เป็นพิเศษ ได้ความว่า

    ปกติเงินลงทุนใช้จาก OD ที่ใช้สินทรัพย์ที่บ.เป็นเจ้าของอยู่แล้ว
    ผมมองเห็นว่าข้อดีการขยายสาขาบนพื้นที่ของตัวเอง คือ ใช้เป็น OD ได้ด้วย
    ซึ่งทุกสาขาเป็นของบริษัทอยู่แล้ว แล้ว ก็มีการซื้อที่ไว้ล่วงหน้าแล้วสำหรับสาขาใหม่ รวมทั้งในกรุงเทพด้วย

    และ เงินลงทุนส่วนนึงก็ได้จากการแปลง warrant ที่มีอยู่แล้วด้วยครับ
    ซึ่ง เจ้าหน้าที่แจ้งว่า กระแสเงินสด + OD + warrant ก็เพียงพอในการทยอยเปิดสาขาเพิ่มครับ🙂

  6. เขียนตอบใน Thaivi ขอเอาแปะครับ
    ———————-

    มองแบบเดียวกันครับ แล้วก็จะบางอ้อว่าทำไมต้อง+7เป็น 20 สาขา ในปีนี้

    ถ้ามองแต่ละสาขาเป็นตู้ ATM แต่ละเครื่องลงทุน 300 ล้าน ใช้เงินตัวเอง 250 หลัง ยังกู้ 50
    หักค่าวาง ค่าไฟ จิปาถะ กดเงินได้ 40 ล้านต่อปี

    ถ้ารอให้เอาเฉพาะกำไรจากแต่ละตู้ แล้วค่อยมาขยายตู้เพิ่ม
    ก็ต้องรอ 7.5 ปี ธนาคารอื่นคงเอาตู้มาวางแทนแล้ว!

    การลงทุนเพิ่มใน w เกมนี้ 7 ตู้ x 250 = 1750 ถ้าขายสิืทธิ์ได้เต็ม 1800
    ก็ไม่ต้องไปกู้เพิ่มให้เป็นภาระอีก

    ถ้าในปี 2013 เป็นต้นไป แผนที่จะลงขยายทุนเพิ่มอีก 3 ตู้ = 3×250 = 750
    ครบ 20 ตู้ได้ 20×40 = 800 ก็ไม่ต้องลงทุนเพิ่มอีกแล้ว !! Breake Out ไปเลย
    เหมือนรุ่นพี่ๆ เค้า
    ปี 2014 23×40 = 920/250 คราวนี้จะขยาย 3 หรือ 4 สาขาก็ดู SSS เอาไ้ด้เลย

    ตอนนี้ P/E ที่สูง สินค้าคงคลังที่เหลือเยอะ เป็นด่านหรือกับดัก ที่คนส่วนใหญ่จะมองข้ามผ่านไปครับ
    เพราะ concept คือ warehouse ที่สินค้าต้องเต็มเกือบตลอดเวลา และสาขาเพิ่มขึ้นทุกปี

    แต่ถ้ามองจะกระแสเงินสดแบบตู้ ATM จะเห็นแบบที่ผมเห็นครับ ว่า ตัวตัดสินคือ
    การเร่งขยายตู้เพื่อครอบคลุมพื้นที่ครับแล้วได้เรื่อง Econmy of scale ตามมาด้วย
    ปล ไอเดียตู้ ATM ได้มาจากคุณ chinn ครับ

ใส่ความเห็นได้เลยครับ:)

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s