วิธีการประมาณราคาหุ้นแบบง่ายๆ

มาตรฐาน

เราจะรู้ได้ยังไงว่า หุ้นที่เราเล็งอยู่ แพงไป ถูกไป หรือ ราคาที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไหร่
มีวิธีหลายวิธี DCF(Discounted Cash Flow) วิธีที่นักวิเคราะห์ชอบใช้ แต่วิธีการจะหาก็ต้อง
ลงแรงกันไม่น้อย แต่ถ้าสนใจจริงๆ ลองอ่านที่หมอ Reiter เขียนดูครับ
http://reitertvi.wordpress.com/tag/dcf

แต่ว่าถ้าให้ 10 คนคำนวณหา DCF ทั้ง 10 คนก็หาได้ไม่เท่ากันอยู่ดี !!!
แล้วถ้าเราคำนวณหาอีกคน ก็เชื่อแน่ว่า ก็ไม่เหมือนทั้ง 10 คนอีก แล้วทำไงดี !!
ง่ายที่สุด เร็วที่สุด เลยก็คือ …เอาค่าเฉลี่ยจากนักวิเคราะห์มานั่นเอง

ยกตัวอย่าง consensus จาก settrade ของ CPALL ให้ค่าเฉลี่ยที่ 49.29* สำหรับปี54 http://goo.gl/l8HTi

ขอยกตัวอย่างอีกวิธี PE Multiple คือวิธีคำนวณหา กำไรต่อหุ้น x P/E

ให้เปิด http://goo.gl/hbMIM ควบคู่ไปด้วยจะเห็นว่า
4Q/53 = 1.48 บาท
1Q/54 = 0.46 บาท => อนุมาณว่า 4Q/54 = 0.46×4 = 1.84 บาท/หุ้น (กรณีไม่มีเหตุผิดปกติ)

P = E x (P/E)
ราคา = กำไรต่อหุ้น x P/E

เราประมาณการ กำไรต่อหุ้นได้ = 1.84
P/E จะเอามาจากไหนล่ะ
1. P/E ปีก่อนของตัวเอง
2. ถ้าให้ละเอียดขึ้นอีกนิด P/E เฉลี่ยย้อนหลังของตัวเอง แต่ต้องดูด้วย กำไรโตสม่ำเสมอมั้ย
3. P/E เฉลี่ยของกลุ่ม
4. ดูจาก Growth เช่น ปีหน้าโตแน่ 25 % P/E ก็ราวๆนี่ เว้นแต่บางกลุ่มจะมีค่า Premium จาก Brand หรือ Defensive Stock

http://sharecapture.com/image/e2e828c3f4274ffa95b5f528eb829b47

กรณีตัวอย่างนี้ เอา P/E สิ้นปี 53 แล้วกัน เพราะ CPALL มี Premium กว่าเพื่อนบ้านจริงๆ

มูลค่าที่ควรจะเป็น = 1.84 x 28.4 = 52.26 บาท ณ สิ้นปี 54

ถ้าคิดจาก Growth ของกำไรต่อหุ้น => 1.84/1.48 = +24.32%
จริงๆถ้าไม่ใช่ค้าปลีก PE โตเท่านี้  P/E ควรจะอยู่แค่ 24 เท่านั้น แต่อย่างที่บอกว่ากลุ่มนี้เค้ามีความพิเศษ
(อ่าน การให้ค่า P/E กับกิจการได้ที่ https://vihybrid.wordpress.com/2011/07/25/pegd )

อันนี้คือราคาที่ประเมิณแบบง่ายๆ คร่าวๆ กรณีัไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ จะเห็นว่าใกล้เคียงกับที่ค่าเฉลี่ยของนักวิเคราะห์
แล้วเราก็สามารถคำนวณต่อไปในปี 55 56 ได้อีกบนพื้นฐานที่สาขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่เราควรจะทำต่อก็คือ ติดตามข่าวและปัจจัยของกิจการว่า เวลาที่เหลือของปีนี้ มีปัจจัยอะไรที่มากระทบ
แล้วจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อกิจการอย่างไร

อ้างอิงจากข้อมูลจาก
http://www.dcs-digital.com/setweb/downloads/2554q1/20110520_cpall.pdf

เว้นแต่จะมีอะไรที่เหนือความคาดหมายมากๆ เช่น โดนเผาหลายสิบหลายร้อยสาขา น้ำท่วมนี่โอกาสยังเป็นได้ง่ายกว่า
แต่ก็ต้องพิจารณาต่อว่า ท่วมกี่สาขา ท่วมกี่วันก็พิจารณา โอกาสที่จะเกิดขึ้น และไม่เกิด หรือ คนหันไปเข้าร้านอื่นแทน!

ขมวดส่งท้าย

สิ่งที่เราทำได้คือ คำนวณกำไรต่อหุ้น แต่ราคาในตลาดจะขึ้นๆลงๆ ด้วย Momentum ของเศรษฐกิจโลก
และอารมณ์ของตลาด
ซึ่งเป็นตัวส่งผลให้ P/E แกว่งไป แกว่งมา

หวังว่า พอจะได้ idea ในการประเมิณราคาหุ้นกันบ้างแล้วนะ การยกตัวอย่าง CPALL เพราะเป็นธุรกิจที่ทุกคนเห็นภาพชัด
ว่าทำมาค้าขายอะไร และสัมผัสกิจการได้สะดวกครับ

ถ้าอยากคำนวณแบบละเอียดขึ้น ลองอ่านการ การประมาณของ Global ที่ผมเขียนดูครับ
https://vihybrid.wordpress.com/2012/02/13/global-4/

เขียนครั้งแรกใน facebook 20 พ.ค.54 (น้ำยังไม่ท่วม)

ภาคต่อเนื่อง หลัง CPALL แจกปันผลเป็นหุ้น 1:1
https://vihybrid.wordpress.com/2012/05/08/cpall-dilute/
@Shaen

4 responses »

  1. Pingback: วิธีประเมิณมูลค่ากิจการกลุ่มอสังหาอย่างง่าย « VI Hybird

  2. บทความนี้เขียนตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมจริงๆครับ ก็เลยคิดว่าความเสี่ยงมันจะมีอะไรได้บ้าง ไม่ได้แช่งเลย T-T
    พอน้่ำาท่วมจริง ผมเลยวงเล็บต่อท้ายครับ

ใส่ความเห็นได้เลยครับ:)

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s